โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* ตั้งแต่เริ่มทำงานมาในชีวิต ไม่มีครั้งใดจะได้รับเงินค่าจ้างมากเท่านี้มาก่อน แม้จะถูกหักหัวคิวไปแล้วบางส่วน. ค่าจ้างจริงวันละ ๓,๖๐๐บาท บริษัทหักไปวันละ ๒,๑๐๐ บาท. ที่เหลือเป็นเงินที่ได้รับจริง. คงจะไม่มีโอกาสได้งานและเงินดีดีแบบนี้อีกแล้ว..นี่เองพวกฝรั่งจึงมักพูดกันเสมอๆว่า อีซี่มันนี่ ! Easy money.

 

ปกติทางบริษัทฯจะต้องเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องความเป็นอยู่  ตลอดจนเรื่องอาหารการกินของพนักงาน.ถ้าไม่สามารถจัดให้พนักงานกินได้  พนักงานจะต้องไปซื้อหรือหากินเอง.นำใบเสร็จมาเบิกคืนได้ภายหลัง.แต่พี่ไทยคุยกันไม่รู้เรื่องก็จึงต้องซื้อกินเองแต่เบิกคืนไม่ได้. ยังดีน๊ะที่เขาจัดรถมาส่งที่ร้านค้าเพื่อความสะดวก  เพราะถ้าต้องเดินออกมาซื้อเองยังไงๆก็กลับไปทำงานไม่ทันเป็นแน่.ผมพาทีมไทยชุดใหม่มายังแค๊มป์พักและพร้อมที่จะค้างคืนที่นี่ พนักงานทั้งสองชุดยังคุยกันจนดึก  ผมได้แยกตัวมานอนเตียงที่ว่างอยู่. ที่แค๊มป์นี้อยู่ระหว่างการซ่อมทำและยังเสร็จไม่สมบูรณ์นัก ผมมีโอกาสพักค้างคืนที่นี่หนึ่งคืนจึงรู้ว่าที่จริงห้องพักนั้น เขาจะจัดให้พนักงานเข้าพักตามตำแหน่ง ถ้าเป็นพนักงานที่ต้องใช้แรงงานจะได้พักกันห้องละสี่คน..ถ้าเป็นระดับสูงขึ้นอีกจะพักตู้ละสองคน โดยห้องพักจะอยู่ด้านหัวและด้านท้ายของตู้คอนเทนเนอร์.  ตรงกลางจะเป็นห้องน้ำและห้องส้วม ต้องใช้ร่วมกัน.                              

๘๕. รถเจ้าบ่าวประดับไว้อย่างสวยงาม. แต่ไม่เห็นตัวทั้งสองฝ่าย. - ที่เมืองซิเล๊ท.

 

เช้ามืดพอทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ผมก็มาใช้บริการที่ห้องอาหารประจำแค๊มป์ใหม่ทันที ที่นี่จัดเป็นห้องรวมครับแต่มีการแบ่งส่วน ให้พนักงานนั่งกินกันตามสะดวก  ส่วนอาหารก็จัดมาจากครัวเดียวกัน.พ่อครัวทั้งยืนทอดและยืนผัดกันเห็นๆเลยครับ.  อิ่มแล้วก็มาขึ้นรถเพื่อเข้าไปทำงานในไซ๊ค์งาน   พอมาถึงกลางทางปรากฏว่าถนนได้ขาดเป็นบางช่วง  สาเหตุเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามีทั้งลมและฝนกระหน่ำเข้ามาแรงพอสมควร  เราเสียเวลาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจึงสามารถผ่านมาจนถึงไซ๊ค์งานได้ ผมพาลูกทีมใหม่มาให้รู้จักกับเจ้านายและอธิบายงานจนทีมที่มาใหม่เข้าใจดี  ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดใดอีกแล้ว. ผมจึงแจ้งทางผู้รับผิดชอบให้จัดรถมารับผมกลับไปทำงานต่อ ยังแท่นขุด-เจาะที่เมืองสีมังโกล. ดังนั้นที่นี่จึงมีผมเพียงผู้เดียวที่มาทำงานไปด้วย  ได้ทัวร์ไปด้วย โดยไปเมืองโน้นบ้างเมืองนี้บ้าง เพลิดเพลินดีครับ.  เที่ยวกลับนั้นผมเห็นรถเทรลเลอร์บ้าง  รถสิบล้อบ้าง  บรรทุกอุปกรณ์ขุดเจาะหลายอย่างวิ่งสวนทางมา  ผมว่าน่าจะมาจากท่าเรือจิตตะกอง  แล้วนำมาส่งที่แท่นเจาะของบริษัทดอยแท๊คฯเป็นแน่ ผมรู้ว่าที่นี่บริษัทฯนี้ประมูลงานได้เพียงบริษัทฯเดียว.ก่อนถึงไซ๊ด์งานผมมีโอกาสเห็นรถเจ้าบ่าวเจ้าสาวจึงเก็บภาพมาฝากท่านด้วย เสียดายที่ไม่พบตัวเจ้าภาพ..อยากขอหอมแก้มเจ้าสาวสักหนึ่งฟอด. ระหว่างทางจะพบกับอุบัติเหตุคล้ายๆในบ้านเรา สาเหตุเพราะถนนยังคับแคบพอสมควร. รถมาถึงไซ๊ค์งานก็เกือบจะเลิกงานแล้ว  ผมเข้าไปรายงานผลการปฎิบัติให้กับนายลุททราบ  เขาจึงอนุญาตให้ผมกลับแค๊มป์ไปพักผ่อนได้ และขอบใจที่ผมปฎิบัติงานได้ลุล่วงด้วยดี.

๘๖. ระหว่างกลับจากเมืองซิเล็ทพบว่าพี่บังขับรถแบบมิได้ตั้งใจ. - ไม่รู้ว่าหักหลบหมูหรืออะไรสักอย่าง ?

 

ช่วงสองวันที่ผ่านมาแม้ว่าผมมิได้อยู่ร่วมงานด้วย..แต่ที่นี่ก็เรียบร้อยดีครับ  ช่างเชื่อมไทยยังสามารถทำงานได้ดี เหมือนตอนที่ผมอยู่ด้วยแม้ว่าทางแท่นเจาะได้เดินเครื่องเพื่อทำการขุด-เจาะมาหลายวันแล้วก็ตาม  แต่ผมยังพบว่ามีเด็กหนุ่มเดินถืออุปกรณ์สำรวจการรั่ว -ซึมของก๊าซออกเดินตรวจรอบๆพื้นที่อยู่เสมอๆ ไม่ได้หรอกครับในเรื่องความปลอดภัยต่างๆนั้น  ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญทีเดียว.ผมเคยถามจนท.ที่นี่ว่าทำไม ? เขาจึงมีไฟติดไว้ที่เสาเป็นสีแดงบ้างสีเหลืองบ้าง แถมยังมีเสียงสัญญานดังคล้ายๆเสียงหวออีกด้วย เขาอธิบายให้ฟังว่าที่ต้องมีทั้งแสงและเสียงนั้น   เพราะอาจจะ มีบางช่วงที่มีคนไปทำงานในที่อับสายตา และไม่สามารถมองเห็นสัญญานไฟได้ จึงต้องใช้การฟังเสียงเอาแต่ขณะเดียวกันอาจจะมีคนทำงานในที่ที่มีเสียงดังมากไม่สามารถจะรับฟังสัญญานได้. พนักงานเหล่านั้นก็จะได้มองมาที่แสงสัญญานไฟ ทีนี้ผมจึงเริ่มเข้าใจ. แน่นอนถ้าเสียงสัญญานดังขึ้นเมื่อไร ?แสงไฟก็จะสว่างขึ้นพร้อมกัน  เมื่อนั้นทุกชีวิตในบริเวณแท่นเจาะน้ำมันแห่งนี้  จะต้องทิ้งงานทุกอย่างแล้ววิ่งไปรวมกัน  ยังสถานที่ซึ่งได้จัดไว้ที่เรียกว่า     จุดรวมพล. -มัสเตอร์พ๊อยท์.  Muster Point.เพื่อตรวจว่ามีใครสูญหายไปบ้าง  หลังการตรวจความพร้อมเพรียงและมีการอธิบายต่างๆแล้ว..จะมีการกลับมาทำงานตามปกติหรือไม่ ?  อยู่ที่สถานการณ์และการตัดสินใจของซุปเปอร์อินเท็นเด๊นท์..แต่เพียงผู้เดียว.

๘๗. งานวันเกิดภรรยาของเพื่อนร่วมงาน.  - ที่บ้านเมืองสีมังโกล. ภาพโดยผู้เขียน ปี ๒๕๔๐

สายวันนี้..ผมเกือบจะต้องเสียเท้าขวาไปดีว่าได้สวมรองเท้าเซฟตี้อยู่  Safety Shoes.     มิฉะนั้นอาจจะต้อง เป็นเดชไอ้ด้วน! เราช่วยกันยกหม้อน้ำขนาดใหญ่ออกมาซ่อมทำ  เมื่อหลายวันก่อน.กำลังจะนำกลับเข้าที่โดยใช้พนักงานที่แผนกผมทั้งหมด เราการกระจายกันยกทั้งช่างไทยและชาวบังคลาเทศ  ยกกันมาเกือบถึงตัวเครื่องแล้วล่ะครับ..ไอ้หมอนั่นดันปล่อยมือตัวหม้อน้ำหล่นทับเท้าขวาผมทันที    ตรงบริเวณนิ้วทั้งห้าจมลงไปในทรายเกือบสองนิ้ว   ดีที่รองเท้าเซฟตี้ช่วยรับเอาไว้ผมโมโหมาก  จึงถามมันว่าเอ็งปล่อยทำไมว๊ะ ?  ยังไม่ได้ให้สัญญานวางลงเลยนี่นา !  พี่บังยังจะมากวนโอ๊ยอีกน๊ะดูสิ ! แทนที่มันจะบอกว่าเฮฟวี่  Heavy.=หนัก.พี่แกกลับบอกผมว่า..เฮฟบี้ ! เดี๋ยวพ่อบี้เสียเลยเอาไหม ?  มิน่าล่ะเขามักจะบอกว่าถ้าเจองูและเจอแขก. ให้ตีแขกก่อน..เกือบไปแล้วน๊ะ  ไอ้พี่บัง การทำงานกับคนหมู่มากนั้นแม้ว่า..เราระวังเป็นอย่างดีแล้วก็ตามแต่ถ้าเพื่อนร่วมงานของเราทำไม่เหมือนเรา.. ต้องระวังให้ดีดีด้วยมิฉะนั้น..อาจเจอเหตุการณ์แบบผมก็ได้.

ก่อนกลับมาพักที่เมืองไทย - ครั้งแรก.

เย็นวันเดียวกันนั้น..หลังจากการวอร์มคอของทีมไทยแล้ว เราแยกกันไปยังห้องอาหารและบรรดาช่างเชื่อมทั้งหมดใช้ห้องอาหารของชาวเอเชีย ส่วนผมยังคงใช้ห้องอาหารของชาวยุโรป และมื้อเย็นนี้เองผมมีโอกาสพบกับเจ้านายใหญ่อีกครั้ง  เพราะเขากลับจากการไปพักผ่อนที่บ้านมาแล้ว ที่ประเทศเยอรมันนี.Germany.หลังจากกล่าวสวัสดีและทักทายแล้วก็รู้สึกดีใจครับ  เพราะผมอาจจะได้รับคำตอบเรื่องการกลับไปพักที่เมืองไทยก็ได้. แต่ไม่ใช่ตอนนี้เพราะเขากำลังทานมื้อเย็นอยู่ กับเจ้านายของบริษัทอ๊อคซิเด็ลทอลจากสหรัฐฯOccidental. .ใช่แล้วครับ..ผมไม่ควรไปรบกวนเขาตอนนี้..ผมคิดเอาเองน๊ะ. คนเรานั้นถ้าจะได้รับอะไร ?มันก็ต้องได้เองนั่นแหละ !นายเดวิด  ลิม  Mr. David Lim.เพื่อนชาวสิงคโปร์ ที่เคยร่วมงานกับผม ที่สัตหีบ. เคยบอกกับผมนานมาแล้ว Whatever , if it ’ll belongs to you it will belongs to you.  คตินี้ยังใช้ได้เสมอครับหรือใครอยากจะเถียง ?ตอนเช้าเราไปทำงานกันตามปกติ  ช่วงสาย..เจ้านายใหญ่เดินมาตรวจการทำงานของทีมไทย  ผมถือโอกาสกล่าวทักทายเป็นภาษาเยอรมัน..กู๊ดเท่น  มอร์เก้น  วีเก๊สเอ๊สเดียร์ หัวหน้าตอบมาว่า..วีเก๊สเอ๊สกู๊ด.เท่ากับสบายดีนั่นเอง ! คนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามถ้าสนใจจริงๆล่ะก็..หาความรู้ได้ทั่วไป. ผมมาทำงานที่นี่ได้เกือบเจ็ดสิบวันแล้ว  ยังไขว่คว้ามาได้ถึงสองภาษา.เห็นรึยัง.หัวหน้ายังคงเดินตรวจงานโดยมีผมเดินตามไปติดๆ เพื่อคอยตอบคำถามนั่นเอง !  พอเห็นว่าหัวหน้ากำลังจะเดินจากไป  ผมรีบยิงคำถามเรื่องการกลับไปพักทันที เออดีครับท่านบอกว่า..ให้ผมกลับไปพักได้เลยในวันพรุ่งนี้  เพราะจะมีเฮลิคอร์ปเตอร์บินไปเมืองหลวงหนึ่งเที่ยว  เวลาเก้าโมงตรง  :

 Writer.  : Goodten Morgen , Wee guest es deer. 

 * สองบรรทัดแรกเป็นภาษาเยอรมัน  ผมไม่ทราบว่าถูกต้องรึไม่ ? ถ้าผิดต้องขออภัยน๊ะ.

 Boss.    : Wee guest es good.                                  

 Writer.  : I have been asking you about my leave ,

              are you allow me whether not ?

 Boss.   : Yes Pong , You may go home tomorrow morning.

             We ‘ ll have one flight to Dhaka.                              

Writer.  : Oh ! It ’s great. I am leaving tomorrow. Thank you sir.                

นี่ถ้าผมเป็นคนที่กลัวและไม่กล้าถามล่ะก็ ! คงจะอดไปเลยก็ได้..ไม่มีอะไร ? ที่ทำให้ผมดีใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว  ก็แหม !มาอยู่ที่นี่ได้เจ็ดสิบวันพอดี  พอเลิกงานตอนเย็นผมได้บอกกับลูกทีมว่า.ผมได้รับอนุญาตให้กลับไปพักได้ตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้ ขณะที่เราวอร์มคอกันด้วยเหล้าแม่โขง ในห้องพักของผม. โอ้โฮ ! พี่แกถือโอกาสฝากให้ผมรับของมาด้วย  ในเที่ยวที่จะกลับมาที่นี่ สองสัปดาห์ข้างหน้า.หลังอาหารเย็นแล้วผมมาจัดเตรียมของที่จะต้องนำกลับเมืองไทย  มีหลายรายการที่ต้องทิ้งไว้บนเพดาน มีที่ให้เก็บของ  กว้างพอสมควร. ใครจะนอนไม่หลับก็ช่างเถอะครับ.  แต่ผมหลับสนิทเพราะช่วงที่ปฎิบัติงานกลางวันนั้นเหนื่อยและร้อนพอสมควร  อากาศยังคงหนาวเย็นจากภายนอก   ไหนจะความเย็นจากแอร์ที่ติดตั้งอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์  ผมหลับอย่างสบายครับ.

 ๘๘. ผู้เขียนเดินทางโดยเฮลิคอร์ปเตอร์  - จากเมืองสีมังโกลมาลงที่สนามบินดาก้า. ปี ๒๕๔๐

เช้ามาก็ตื่นตามปกติเพราะความเคยชินนั่นเอง ! ผมไปรับประทานอาหารเช้าแล้วออกมาคุยกับลูกทีม ที่หน้าประตูใหญ่.  หลายคนเริ่มสังเกตว่าเช้านี้ทำไมผมจึงไม่แต่งชุดทำงานที่บริษัทฯแจกให้ แต่ดันมาแต่งชุดพลเรือนพร้อม  เหมือนกับจะเดินทางไปไหนสักแห่ง ? พอผมบอกว่าเขาอนุญาตให้กลับไปพักได้..หลายคนแสดงความยินดีกับผมอ่านถึงบรร ทัดนี้ใครเคยมีโอกาสไปต่างแดน  ไม่ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆหรือเป็นเวลานานก็ตาม.ถ้าไม่ดีใจที่จะได้กลับบ้านล่ะก็  ผมว่าควรพบแพทย์.ผมว่าลูกทีมผมคงจะเหงาบ้างไม่มากก็น้อย. ก่อนเวลาเก้าโมงเช้าเพียงเล็กน้อยเพื่อนร่วมงานของผม ที่นอนห้องติดกัน.  กำลังเดินหิ้วกระเป๋าเดินทาง ใบขนาดกลาง. เพื่อขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์  ซึ่งจอดนิ่งอยู่บนลานจอดภายในแค๊มป์ โดยมีผมตามขึ้นไปด้วยเป็นคนที่สองพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก    ผู้โดยสารเที่ยวนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น ! นักบินทำการตรวจเชค และอุ่นเครื่องอยู่..จนรอบเครื่องได้ตามเกณฑ์ แล้วจึงค่อยๆยกตัวเครื่องขึ้นแล้วบินอ้อมไปเหนือแท่นขุด-เจาะที่เราทำงานกัน. นักบินคนนั้นเป็นคนละคน กับที่ไปทานมื้อเย็นที่บ้านแป๋ว.ผมนั่งริมหน้าต่างจึงได้ก้มลงไปดูด้านล่างและพบว่าพนักงานส่วนใหญ่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอยู่..พอเครื่องบินพ้นแท่นเจาะน้ำมันออกมา ก็นำเรามาอยู่เหนือสโมสรซึ่งเป็นที่พักของจนท.บริษัทดอยแท๊คฯ  และจนท.ของบริษัทอ๊อคซิเด็นทอล.ผมมองลงมาและเห็นสระว่ายน้ำเด่นอยู่ระหว่างบ้านพักหลายหลัง  พ้นออกมาทางทุ่งนาก็ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทันที  เครื่องได้ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงสิบนาที. ระหว่างที่เครื่องบินมานั้น  ผมมองลงมาพบแต่น้ำเจิ่งนองไปทุกแห่งในท้องนาและตามถนนบางสาย. คงจะคล้ายๆตอนน้ำท่วมใหญ่ในบ้านเรา เมื่อปลายปี ๒๕๕๔ นี่เอง.

๘๙. มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำ..

ก่อนเข้าเมือง..จะมองเห็นปล่องสูงใหญ่ซึ่งเป็นโรงงานปูนซิเมนต์  ที่ดำเนินการโดยชาวเกาหลีตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือ   พ้นโรงงานนี้เครื่องก็ได้เลี้ยวขวามาเข้าพื้นที่ของสนามบินดาก้า แล้วบินตรงมายังลานจอดเฮลิคอร์ปเตอร์  เราลงจากเครื่องก็มีรถของตัวแทนมารับลูกค้าแบบของใครของมัน ผมกับช่างสำรวจโคลนชาวอเมริกันร่ำลากันตรงนั้นเลย. โดยบอกเพื่อนร่วมทางไปตามมรรยาทว่า  You have a good trip back home. แล้วเดินขึ้นรถเพื่อไปที่สำนักงานของดอยแท๊คฯ  จนท.ที่นี่รู้ว่าผมจะมาถึงช่วงสายๆจึงได้เตรียมเอกสารและตั๋วเครื่องบินไว้พร้อม.ผมรับตั๋วแล้วนายเอลวิส  พนักงานขับรถคนเดิม.  ก็นำผมมาส่งที่สนามบิน..ผมทิปไปสามร้อยตาก้าเรื่องเงินนั้นผมไม่เสียดายหรอกครับ  เพราะถ้านำกลับมาบ้านเราก็ไม่สามารถใช้ได้  พอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้  ผมใช้เวลาว่างแวะที่ร้านค้าปลอดภาษีทันที  Free Port. ผมมีโอกาสพบกับคนไทยที่นี่ซึ่งกำลังเดินซื้อของเช่นกัน ไม่ได้คุยกันนานนัก. รู้แต่ว่าเขาเป็นจนท.การบินไทยประจำที่นี่  ผมเดินเลยมาซื้อเหล้าเบอร์เบิ้ลขนาด ๑ ลิตร.ยี่ห้อซีแกรมเซเว่น  Seagram Seven. ที่บ้านเรามีแต่ขนาด ๐.๗๕ ซีซีเท่านั้น ! พอจ่ายเงินจึงพบว่าพี่บังแกเอาเปรียบลูกค้ามากครับ  เพราะพี่แกไม่รับเงินตาก้าแถมยังระบุว่าที่นี่รับเงิน สกุลดอลล่าร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ! จริงๆแล้วผมก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ?  แถมยังมีเงินดอลล่าร์เหลืออยู่ด้วย  เออ..ได้เหล้ามาหนึ่งขวดแล้วรีบเดินมาขึ้นเครื่องทันที เพราะยังไงๆเมื่อถึงบ้านก็มีเหล้าดื่มแล้ว   ค่ากับแกล้มก็มีครับผมมีเงินไทยติดอยู่ในกระเป๋าเกือบสองพันบาท. เครื่องเชิดหัวขึ้นแล้วมุ่งหน้าย้อนการเดินทางตรงกลับเมืองไทยทันที กัปตันไทยใช้เวลาในการเดินทางสองชั่วโมงเศษๆ ผู้โดยสารเที่ยวนี้มีไม่เต็มทุกที่นั่งหรอกครับ.เพราะมองดูแล้วโหรงเหรง  พอสมควร. การให้บริการต่างๆยังดีเหมือนเที่ยวมาครับ  เที่ยวกลับนี้ผมไม่ค่อยอึดอัดหรือยุ่งเหมือนเที่ยวมา เพราะผมเดินทางคนเดียวจึงไม่ต้องคอยแนะนำใดใดให้กับลูกทีม  ผมยังขอใช้บริการไวน์แดงเหมือนเที่ยวไป กระเป๋าเครื่องบินนั้นบริการผมดีมาก ปกติเขามักจะเสริฟครั้งละหนึ่งดื่มเท่านั้น ! เธอคงจะขี้เกียจเดินจึงยกไวน์ที่เหลือให้ผมเกือบเต็มขวด  แบบไม่มีการเติมใดใด?No Refill.  พอไวน์หมดเครื่องก็ถึงดอนเมืองพอดี.

 * ระหว่างที่ผมเดินออกมาทางประตูขาเข้า พบว่ามีแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเดินทางกลับมาพร้อมผมหลายคน มาจากต่างสายการบิน. หลายคนกำลังหิ้วกระเป๋าเดินทางอย่างพะรุงพะรังกำลังจะไปต่างประเทศ  นี่คงเป็นสาเหตุที่แรงงานในบ้านเราขาดแคลนและทำให้แรงงานข้ามชาติ..หมุนเวียนกันเข้ามาแทนที่คนไทย ที่สำคัญรายได้จากการขายแรงงานนั้นปีละมหาศาลทีเดียว.