มองเชิงบวก ธปท. ให้บริการทำ data processing for risk management ให้แก่ SCB และธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย
สุขภาพขององค์กรธุรกิจจะว่าตรวจสอบง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก ระหว่างผมนั่งประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์เช้าวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๕ ผมเห็นว่า SCB สุขภาพดี เมื่อมองจากหลากหลายตัวชี้วัด โดยที่ตัวชี้วัดตัวสำคัญที่สุดคือผลกำไรสุทธิ ซึ่งของปี ๒๕๕๔ เท่ากับ ๓๖,๓๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ๔๙
แต่นั่นคือดัชนีบอกสุขภาพในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขนี้ไม่บอกสุขภาพในอนาคต
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างธปท. กับธนาคารพาณิชย์มองในเชิงสร้างสรรค์น่าสนใจมาก ธปท. ทำหน้าที่ตรวจสอบธนาคารไทยพาณิชย์และรายงานมาให้คณะกรรมการธนาคารรับทราบ โดยกรรมการทุกคนต้องลงนามรับทราบส่งกลับไปที่ ธปท. ประเด็นหนึ่งที่คณะกรรมการ SCB นำมาหารือกันคือ รายงานกลับมาจากธปท. ว่า SCB มีตรงไหนบ้างที่ต้องระมัดระวัง คณะกรรมการ SCB อภิปรายกันว่าต้องระมัดระวังอย่างไรจึงจะพอดีไม่หย่อนไปหรือตึงไป
ผมไตร่ตรองพฤติกรรมหรือบทบาทของ ธปท. จากมุมของ SCB แล้ว ผมตีความว่าธปท. ทำหน้าที่รับใช้ SCB โดยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ มองจากมุมที่ต่างจากมุมของ SCB แล้วส่งกลับมาให้ SCB ใช้ประโยชน์เพื่อความระมัดระวังในการทำธุรกิจ มองเชิงบวก ธปท. ให้บริการทำ data processing for risk management ให้แก่ SCB และธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย
ทำให้ผมหวนคิดมาที่ระบบอุดมศึกษาและระบบการศึกษาในภาพใหญ่ เราไม่มีกลไกแบบที่ ธปท. ทำให้แก่สถาบันการเงิน กลไกที่สกอ. และสมศ. เป็นคนละกลไก ไม่ใช่การให้บริการ data processing for risk management ของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา แต่เป็นการประเมินแบบเน้นได้-ตก ไม่ใช่เน้นประเมินเพื่อความระมัดระวังและปรับปรุงองค์กร
ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบระมัดระวังตนเองอยู่ตลอดเวลา โดยตระหนักว่ามีความเสี่ยงรอบตัวทั้งภายในตนและสถานการณ์ภายนอก รวมทั้งคู่แข่งและคู่ค้า แต่สถาบันการศึกษาไม่คิดว่าตนเองมี risk เพราะอยู่ใน comfort zone จนเคยชิน จึงไม่มีความคิดเรื่องrisk management เลย
การตรวจสอบสุขภาพของตนเองจึงไม่เป็นวัฒนธรรมของสถาบันการศึกษา ยกเว้นสถาบันการศึกษาเอกชน
วิจารณ์พานิช
๓๐ ม.ค. ๕๕
ในฐานะ ex-BOT ..รู้สึกดีที่ได้ทราบ feed back จากกรรมการ SCB เช่นนี้ค่ะ