( Phase2 ) : ข้อมูลเกี่ยวกับ UN e-Government Readiness ที่นำมาฝากกันในครั้งก่อนนั้น ทำให้ทราบถึงที่มาที่ไป และทำให้ทราบว่า UN e-Government Readiness มีความเกี่ยวข้องกับ e-Government ในบ้านเราอย่างไรไปแล้ว สำหรับวันนี้ข้อมูลที่จะนำมาฝากกันคือส่วนของ Connected Government ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ e-Governmentควรจะเป็น
Connected Government
การเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Connected Government) เพื่อขับเคลื่อนทั้งระบบโดยการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์และเป็นนวัตกรรมในการให้บริการ ซึ่งนำไปสู่ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการของรัฐและก้าวไปสู่ Smart Government & Thailand โดยการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐซึ่งประกอบด้วยหลายมิติดังนี้
ลักษณะสำคัญของ Connected Government ประกอบด้วย
1. ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen centricity)
เป็นมุมมองที่ภาคประชาชนมีต่อภาครัฐ เช่น ความต้องการ ความเข้าใจ หรือการคาดหวังซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาจัดทำเป็นนโยบาย แผนงานและบริการต่างๆ ของภาครัฐเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคประชาชน รวมทั้งการนำความคิดเห็นของภาคประชาชนมาช่วยในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ผ่านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Participation)
2. โครงสร้างพื้นฐานและการทำงานร่วมกัน (Common infrastructure and interoperability)
การใช้มาตรฐานและวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุดในทิศทางเดียวกันและเท่าเทียมกันเพื่อเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศและการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร
3. การบูรณาการด้านบริการและการดำเนินธุรกิจ (Collaborative services and business operations)
การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจโดยการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลด้าน บริการ รวมทั้งนวัตกรรมของการบริการ และระบบการบริหารจัดการขององค์กร
4. การกำกับดูแลของภาครัฐ (Public sector governance)
การตัดสินใจภายใต้กรอบความรับผิดชอบและความถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลทั้งในส่วนของโครงสร้างและการกำกับดูแล นโยบาย การปกครอง การบริหาร การจัดการ ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม
5. รูปแบบเครือข่ายองค์กร (Networked organizational model)
ความจำเป็นในการจัดเตรียมรูปแบบเครือข่ายขององค์กรที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกๆภาคส่วน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายที่มีคุณค่า
6. การหลอมรวมทางสังคม (social inclusion)
ความสามารถของรัฐบาลในการก้าวไปข้างหน้าโดยการเชื่อมโยงบริการของรัฐบาลให้เกิดการมีส่วนร่วมทั้งประชาชนและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการตัดสินใจที่เกิดจากการหลอมรวมทางสังคม
7. ภาครัฐที่มีความโปร่งใสและเปิดเผย (Transparent and open government)
การเปิดกว้างในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆของภาครัฐ ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม ง่ายในการตรวจสอบอันนำมาซึ่งความโปร่งใสทางด้านการบริหารและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชน
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป้าหมายในการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนาเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพนั้น ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆ ภาคส่วน
ประโยชน์ของการเป็น Connected Government 

เมื่อเรารู้จักและทำความเข้าใจกับ Connected Government กันไปแล้วจากข้อมูลในข้างต้น ในความคิดของท่าน Connected Government ตอบโจทย์ความต้องการในทุกภาคส่วนได้มากน้อยแค่ไหนและเราควรจะเพิ่มเติมรายละเอียดตรงส่วนใด มาร่วมแบ่งปันความคิดกันนะค่ะ หากต้องการสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดข้อใดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้นะคะ
คล้ายๆแนวคิดในการจัดสวัสดิการชุมชน เริ่มจาก ชุมชน มาสู่การสนับสนุนของรัฐ และ รัฐท้องถิ่นคือ อบจ อบต เทศบาล มาสูแนวคิด ใน ขาที่สี่ที่มาร่วมหุ้น จัดสวัสดิการให้ชุมชน คือภาคธุรกิจ ด้วยหลักคิดว่า ภาคธุระกิจ ใช้ทรัพยากร ส่วนรวมไปมาก จึงต้องการคืนกำไรสู่สังคม ทางด้านสวัสดิการ ....เช่น กฟภ ปตท. มาสนับสนุนร่วม
สำหรับกำลังใจค่ะท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei
ใช่ค่ะ คล้ายๆกับแนวคิดในการจัดการชุมชน คือ การเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Connected Government) จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ รับฟังความคิดเห็นของบุคคลในทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการที่แท้จริง แล้วจึงนำมาตรฐานหรือวิธีในการปฏิบัติที่ได้และดีที่สุดมาใช้ในทิศทางเดียวกัน โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์และเป็นนวัตกรรมในการให้บริการ และเพื่อให้ตรงตามความต้องการ เพื่อประสิทธิภาพและเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกภาคส่วน ซึ่งนำไปสู่ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการของรัฐและก้าวไปสู่ Smart Government & Thailand
หัวข้อที่ใช้ในส่วนลักษณะสำคัญสื่อเห็นภาพแนวปฏิบัติดีค่ะ แต่ไม่ถึงแก่น ข้อย่อยของลักษณะสำคัญ -> บ่งบอกกระบวนการในการดำเนินการเท่านั้น ถ้าสังคมที่มีแนวโน้มไม่เป็นธรรมมาภิบาล (โปร่งใส มีจริยธรรม) ต้องขออภัยถ้ามีการเขียนที่รัดกุมในบทความอื่นๆก่อนหน้านี้หรือจะเขียนต่อไป
คำอธิบายกระบวนการทั้งหมดเมื่อดำเนินการไปจะไม่ มุ่งไปสู่ธรรมาภิบาล ที่แท้ อาจจะเป็นแค่ความประสงค์ของคนส่วนใหญ่ที่สามารถใช้ปัจจัยปั่นกระทบได้ซึ่งในที่สุดอาจไม่ สงบ เพราะไม่มีหลักมั่นคงเพียงพอ
ขอบคุณคะ
ที่แวะมาเยี่ยมชม
และขอบคุณสำหรับกำลังใจ
คุณ JJ ,คุณ นงนาท สนธิสุวรรณ
ภญ. ปราณี, ครูอ้อย และคุณ เอกชัย
สำหรับคำแนะนำดีดี ไม่ทราบว่า ภญ.ปราณีพอจะให้คำขยายความหรือ
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลค่ะ
ขอบคุณมากครับ เป้นความรู้ ที่มีประโยชน์ต่อการเรียนมากเลยครับ text ที่ผมเรียนเป็นภาษาอังกฤษ พอได้มาอ่าน บทความนี้แล้วรู้สึกเข้าใจมากขึ้นเยอะเลย
ขอบคุณมากค่ะ .... เป็นภาคี ... ยอดยอดนะคะ
นำรูปมาฝากค่ะ
ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ ICIIIM
รมต.ICT