เรียนรู้ เริ่มต้นการทำงาน ด้วยใจที่ไม่ประกอบด้วยอัตตา


การทำงานวันนี้มีความสุขครับ แต่ก็ระมัดระวังจิตระวังใจว่า อย่าเป็นความสุขที่จะต้องยึดติดและสะสม

 ขอให้เป็นความสุขในแต่ละขณะและก็ผ่านไป  ไม่จมแช่กับอารมณ์นั้นๆมากเกินไป

 

         เป็นการพยามเชื่อมงานเข้ากับชีวิต   เป็นชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติของชีวิตอันสูงสุด  คือความเป็นขันธ์ 5 ของชีวิตนี้  เเละกฏธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าได้ทรงวางให้ไว้คือ  พระไตรลักษณ์  อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา***

 

       เพราะชีวิตที่ผ่านมาและเราของผู้คนนั้นมีก้าวย่างและพัฒนาการที่เป็นกลุ่มๆหลักๆคือ

             - กลุ่มที่ไม่อยากทำอะไรเลย

             - กลุ่มที่ทำไปตามหน้าที่

             -กลุ่มที่ทำเพราะอยากทำ  อยากให้ดี  รักที่จะทำ

             -และสุดท้ายมาพิจารณาเองว่า น่าจะมีกลุ่มนี้  คือกลุ่มที่ทำด้วยใจรัก  อยากทำเหมือนกัน  แต่ต่างกันที่  กลุ่มนี้ทำด้วยใจที่เป็นกลาง ตามธรรม ตามเหตุและปัจจัย  ไม่ยึดติดผลงาน  ไม่ยึดติดความดี

 

         เมื่อใคร่ครวญดูและ โหมดการทำงานส่วนหนึ่งนั้นจะตกที่ส่วนสาม  เมื่อต้องผิดหวังก็อาจจะท้อถอย  หรือเจออุปสรรคที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้  ก็อาจจะหลีกหนีออกไป

 

       ความคิดที่จะทำงานด้วยใจที่ไร้อัตตานั้นเริ่มต้นจาก  ประสบการณ์การทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา  ผ่านสุขและทุกข์มากมายหลายอย่าง  มีช่วงที่มุ่งมั่น  ช่วงที่ห่อเหี่ยว  ตามเหตุและปัจจัยแวดล้อม  อิงกับสิ่งภายนอกอย่างมากที่เดียว

 

 

 

       เมื่อได้มาเข้าใจพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์  เรื่องการเจริญปัญญา  การวิปัสสนาภาวนา  เพื่อพิจารณาวางความยึดถือ ความเห็นผิดว่าเป็นเรา ของเรา และเพียรเห็นด้วยปัญญาอันถูกต้องว่า  สรรพสิ่งล้วนเป็นอนัตตา...สัพเพ ธัมมา  อนัตตา

 

          ก็พบว่านี่น่าจะเป็นหนทางที่สามารถเชื่อโยงไปกับการทำงานและการภาวนาได้  การทำงานที่ไม่พยามรู้สึกว่ากู ของกู หรือเอาตัวตนเข้าไปยึดถือมากเกินไป  ค่อยๆวาง ไถ่ถอนตัวตนออกมา    น่าจะหนุนการปฏิบัติให้สามารถเจริญก้าวหน้าไปได้

       การงานก็ไปได้ ตามเหตุปัจจัยที่มี  ตามธรรม

       การภาวนาก็สามารถเจริญไปได้  เพราะทำงานไปด้วยเจริญปัญญาไปด้วย

 

 

   ตัวอย่างงานวันนี้  คือการส่งต่อเด็กน้อยที่เป็นใส้ติ่งด้วยความราบรื่น 

  การได้เห็นความคืบหน้าหลังการประชุมของทีม Palliative care

  การเห็นและสัมผัสถึงความมีน้ำใจของเพื่อร่วมงาน  บรรยากาศการทำงานที่มีวินัย

  ความรับผิดชอบในหน้าที่ตนของแต่ละคน

 

         ก็เกิดความสุขในใจ  ปีติ  แต่ด้วยธรรมอนัตตาที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านให้ไว้  ก็เกิดสภาวะที่ได้พิจารณา  ใจที่สุข  ใจที่ปีติ  อ้อ...  รู้แล้ววาง  ไม่สะสมความยึดถือ

 

         ทำด้วยใจที่ไร้อัตตา....  กำลังเริ่มต้น ลองดู  น่าจะเป็นไปได้

        พิสูจน์ธรรม ต่อไปครับ

 

 kmsabai @ pai  16 2 2554  16.30 น.

หมายเลขบันทึก: 478920เขียนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2012 17:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 มิถุนายน 2012 02:04 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

เห็นด้วยค่ะ และมาให้กำลังใจคนทำงานเพื่อส่วนรวม เป็นความเสียสละ ที่ทำให้อิ่มใจยิ่งกว่าอะไรทั้งมวล องค์กรจะมีบรรยาการที่มีความสุข ก็เริ่มจากการคิดเป็นกลาง ไม่ยึดติด มีกำลังกาย ใจ สติปัญญาที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้บุคคลรอบข้าง องค์กรก็จะเข้มแข็ง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี