วันนี้ในห้องแล็บเราพูดถึงคนป่วยกัน เราเริ่มจะได้ยินว่ามีคนจากโลกไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคมะเร็งบ่อยๆช่วงนี้ แล้วเราก็คุยกันถึงเรื่อง "ใจ" ว่าเป็นเรื่องใหญ่เหลือเกิน ป่วยน้อยก็กลายเป็นมากเมื่อ"ใจ"ไม่ยอมสู้ ในขณะที่ป่วยมากเป็นเรื่องเล็กจิ๋วสำหรับคน"คิดเป็น" หากเกิดกับตัวเรา เราคงต้องตั้งสติให้ดีๆว่าจะเลือกคิดแบบไหนให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง

เรื่องกำลังใจเป็นสิ่งที่มีผลมหัศจรรย์กับร่างกายจริงๆ ได้เห็นกับตาตัวเองด้วยก็เมื่อวานนี้เองค่ะ คุณย่าของสามหนุ่มซึ่งท่านอายุ 84 ปีแล้ว ท่านหลอดลมตีบ เสมหะเยอะมากตลอดเวลาจนต้องเจาะคอ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกและดูดเสมหะได้ง่าย และต้องรับอาหารทางสายยางเพราะถ้ากลืนลงคอเมื่อไหร่ก็จะสำลักเป็นอันตราย ช่วงแรกๆที่รับท่านมาจากกรุงเทพนั้น ท่านยังไม่แข็งแรง ทำให้สติรับรู้เรื่องต่างๆยังทำงานไม่เต็มที่ หลานๆลูกๆโทรมาท่านก็รับรู้ บางครั้งก็ดีใจบางทีก็เฉยๆ แต่มาช่วงนี้ท่านแข็งแรงขึ้นมาก ลุกขึ้นมานั่งได้บ้าง ออกกำลังยกแขนยกขาได้บ้าง แต่ก็ไม่นานนัก เมื่อวันเสาร์ที่ท่านมีสติเต็มที่ เราสองคนต่างก็มีงานสำคัญที่ต้องไปจัดการ แวะไปบอกท่าน ท่านก็รับรู้ดีไม่ได้ว่าอะไร แต่ปรากฎว่าไม่นานพี่เลี้ยงก็โทรมาบอกว่า ท่านร้องไห้คิดถึงคุณปู่คู่ชีวิตของท่าน (ซึ่งอยู่ที่ระนอง) กับลูกๆ ร้องไห้มากมายจนพี่เลี้ยงทำอะไรไม่ถูก พวกเราต้องรีบโทรศัพท์ตามให้ทุกคนช่วยกันโทรคุยกับท่าน คุณลูกชายออกเวรเที่ยงคืนก็แวะไปหา เอาคลิปวิดีโอคุณปู่ที่ถ่ายไว้ไปเปิดให้ท่านดู วันอาทิตย์เราก็เอารูปคุณปู่และลูกหลานสมัยเก่าๆมาให้ท่านดู ทุกคนก็โทรมาคุย ท่านคุยกับทุกคนได้รู้เรื่องรู้ราว ถามโน่นนี่เหมือนสมัยก่อนเลย

แล้วสิ่งมหัศจรรย์ของกำลังใจก็บังเกิดค่ะ ท่านลุกขึ้นนั่ง แถมยังขอลุกยืนตั้งสองสามรอบ โดยเอาท่อให้ออกซิเจนออก หายใจได้เอง พี่เลี้ยงวัดออกซิเจนให้ตลอดก็อยู่ในเกณฑ์ที่อยู่ได้เป็นเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง เปิดเพลงจีนที่ท่านชอบให้ฟังก็เอามือถือพัดวาดตามจังหวะเพลง พอเหนื่อยขึ้นเตียงก็นอนวาดพัดได้ต่อ 

นี่เอง...เป็นเพราะ...กำลังใจแท้ๆเลย เพิ่มพลังกายให้ได้อย่างมหาศาล 

ผลก็คือวันนี้...หลับสนิทยาว...ท่าทางสบายใจ...