....นักโทษคนหนึ่งที่เพิ่งออกจากคุก หลังจากติดอยู่นานสามปี
....เขาเขียนจดหมายถึงแฟนว่าตอนนี้เขาเป็นอิสระแล้ว และต้องการจะรู้ว่ามีสิ่งใดที่ไม่เป็น หรือยังเป็นของเขาอยู่
...ถ้าเธอยังต้องการเขา ก็ขอให้ผูกริบบิ้นสีเหลืองไว้อันหนึ่งบนต้นโอ๊กในสนามหน้าบ้าน หากเขาผ่านไปแล้วไม่เห็นสัญลักษณ์ตอบรับนี้ ก็จะไม่ลงจากรถบัส จะนั่งผ่านเลยไป แล้วลืมเรื่องราวแต่หนหลังเสีย กับทั้งจะตำหนิตนเองที่ก่อเหตุให้ต้องลงเอยอย่างนี้ ไม่โทษเธอเลยที่ตัดสินใจอย่างนั้น
....พอใกล้จะถึงบ้าน เขากลับไม่กล้ามองผลที่รออยู่ แต่ไหว้วานคนขับรถให้ช่วยมองแทน ว่ามีคำตอบเช่นใดอยู่ที่ตรงนั้น โดยรำพึงรำพันให้ฟังว่าเขายังเหมือนติดคุก และเธอเพียงคนเดียวถือกุญแจดอกที่จะปลดปล่อยเขาออกมาจากกรงขัง กุญแจดอกนั้นก็คือริบบิ้นสีเหลืองอันหนึ่งบนต้นโอ๊กซึ่งเขาเขียนมาขอไว้ ขอเพียงมีริบบิ้นสีเหลืองอันเดียวบนต้นโอ๊ก เขาจะเป็นอิสระทันที
...พระเอกของเพลงคงเล่าด้วยลักษณะลืมตัวคร่ำครวญ คนทั้งรถเลยได้ยิน แล้วก็พลอยเป็นหูเป็นตาแทนให้พร้อมกัน ที่สุดก็ปรากฏว่ามีเสียงเชียร์ลั่นรถ ทำให้เขาต้องลืมตาขึ้น และแทบไม่เชื่อสายตากับภาพที่เห็น เพราะมีริบบิ้นเป็นร้อยชิ้น ทอประกายเหลืองอร่ามจับตาอยู่บนต้นโอ๊ก
ไม่ใช่แค่ไม่มี และไม่ใช่เพียงชิ้นเดียวที่อาจทำให้หลงหูหลงตา
แน่นอนว่านั่นคือคำตอบที่หนักแน่น และออกมาจากหัวใจที่ยังเปี่ยมด้วยรักมั่นคง
เป็นความรักที่ยินยอมรอคอยด้วยความซื่อสัตย์ และไม่แปรใจเป็นอื่นทั้งรู้ว่าคนรักของตนกลายเป็นไอ้ขี้คุกไปแล้ว...
เนื้อเพลง Tie A Yellow Ribbon Round The Old Oak Tree
คัดจากบางส่วนของ ดังตฤณวิสัชนา : รู้จักรัก
ค้นอยู่นานกับเรื่องราวของริบบิ้นสีเหลืองนี้ เคยอ่านท่าน อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยเขียนไว้ดีมาก จนมาเจออีกครั้งท่าน ดังตฤณ บันทึกไว้
จึงแบ่งบันทึกมาให้อ่านกันครับ
สวัสดีค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส
ชอบจังบันทึกนี้ ขอบคุณมากค่ะ
เพลงเพราะมากค่ะ
พฤหัส สวัสดีค่ะคุณพ.
ชอบจัง แล้วจะลองหามาชมบ้างนะคะ
ส่งกำลังใจ และสุขสันต์วัน เดือนแห่งความรัก เสมอ เช่นเคย ค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทั้งสองท่าน ขอผูกริบบิ้นให้เดือนแห่งความรักนี้ให้โบกไสวในหัวใจของท่านตลอดไปนะครับ