กุดุมพีผู้ทุกข์โศกถึงลูกที่ตายไป
นิทานธรรมบท เรื่อง
กุดุมพีผู้ทุกข์โศกถึงลูกที่ตายไป
กุดุมพีผู้นั้นได้ไปร้องให้ถึงลูกที่ป่าช้าเสมอ
อยู่มาวันหนึ่งพระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปที่บ้านของกุดุมพีนั้น
กุดุมพีนั้นได้ทูลอาราธนาขึ้นบนบ้าน
จัดที่นั่งถวายแล้วพระพุทธเจ้าตรัสถามว่า เหตุไรเธอจึงเป็นทุกข์
ทูลตอบว่าเพราะข้าพระองค์นึกถึงลูกที่ตายไป จึงตรัสว่า นี่แน่ะอุบาสก
อย่าคิดเลยเพราะความตายนี้ไม่ใช่มีในที่แห่งเดียว
และไม่ใช่มีแต่ผู้เดียว อันความเป็นไปแห่งภพมีอยู่เท่าใด
ความตายของสัตว์ทั้งปวงก็มีอยู่ตราบนั้น
สังขารเพียงสักอย่างเดียวที่ชื่อว่าเที่ยงไม่มี
เพราะฉะนั้นจึงควรพิจารณาให้ถูกทางว่า
สิ่งที่มีความเป็นธรรมดาก็ต้องตายไป
สิ่งที่มีความแตกเป็นธรรมดาก็ต้องแตกไปใครๆ ไม่ควรเศร้าโศก
บัณฑิตทั้งหลายในปางก่อนได้คิดว่า
สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดาก็ได้ตายไปแล้ว
สิ่งที่มีความแตกเป็นธรรมดาก็ได้แตกไปแล้ว
คิดอย่างนี้แล้วก็เศร้าโศกในเวลาบุตรสุดที่รักตายไป
อุบาสกนั้นจึงทูลถามว่าเรื่องนี้มีมาอย่างไร จึงได้ทรงแสดงเรื่อง
อุระคะชาดกให้ฟ้ง กุดุมพีนั้นก็ได้สำเร็จโสดาปัตติผล
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่จะแก้ความทุกข์โศกได้นั้น
ก็แต่นึกให้ถูกตามเหตุผล หรือตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
นิทานธรรมบท
เรื่องนางสุมนาเทวี
เรื่องนี้มีมาว่า นางสุมนาเทวีนั้น
เป็นธิดาของอนาถบิณฑิกะเศรษฐีได้สำเร็จเป็นพระสกทาคามี
อยู่มาใกล้จะตายได้เรียกบิดาว่าน้องชาย บิดาไม่เข้าใจก็นึกเสียใจว่า
ธิดาเพ้อไม่มีสติ จึงไปทูลเล่าถวายพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าเธอเป็นเพียงโสดาบัน ธิดาของเธอเป็นสกทาคามี
นับว่าแก่กล้าเธอด้วยทางมรรคผล จึงเรียกเธอว่าน้อง แล้วจึงทูลถามว่า
เขาไปเกิดที่ไหน ตรัสตอบว่าไปเกิดที่ดุสิตสวรรค์ จึงทูลว่า
ธิดาของข้าพระองค์ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ได้ทำบุญให้ทานรักษาศีล
ฟังธรรมสุขสบายอยู่กับพวกญาติ ตายแล้วก็ได้ไปเกิดในที่สุดสบายอีก
จึงตรัสว่า อย่างนั้นคฤหบดี
ธรรมดาผู้ได้ทำบุญไว้ย่อมเพลิดเพลินทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ดังนี้
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า
ผู้ชอบทำบุญเมื่อนึกถึงบุญที่ตนทำไว้ก็ดีใจ
เวลาตายแล้วก็ได้ไปเกิดในที่สุขสบายอีก
ที่มา : เขียนโดย ปุ้ย แสงฉาย