ฝันสมาธิ (ปฏิบัติธรรมแบบนอกคอก ๗)
หลวงพ่อพุทธทาสเคยเล่าว่า ท่านค้นพระไตรปิฎก พบวิธีบรรลุธรรมถึงห้าอย่างคือ ปฏิบัติธรรม (สมาธิ) ฟังธรรม สาธยายธรรม สอนธรรม และ ตรึกตรองธรรม (ถ้าจำไม่ผิด)
ในสมัยพุทธกาลนั้นท่านว่า การ “ฟังธรรม” คือวิธีการบรรลุธรรมที่ง่ายที่สุด เช่น ชฏิลสามพี่น้องพร้อมบริวารอีก 1500 ก็ดวงตาเห็นธรรมโดยง่าย ยังปัญจวัคคีย์ และท่านอื่นๆ
มาสมัยนี้ทั้งฟัง อ่าน ตรึกตรอง เข้าคอร์สปฏิบัติธรรม กันก็แล้ว ก็ไม่บรรลุกันสักที
ผมติดใจตรง “สอนธรรม” นี่แหละ ดังนั้นเวลาผมสอนหนังสือ ผมจะ “สอนสมาธิ” อยู่บ่อย (ถ้ามีสติพอระลึกได้) พบว่า การสอนแบบนี้ทำให้บรรลุแนวคิดใหม่มากหลาย คือสอนไปพลางก็ได้นวัตกรรมทางความรู้ใหม่ไปพลาง ที่บางครั้งทำให้เกิดปิติมหาศาล ...แบบนี้แหละผมว่ามันคล้ายๆกับการบรรลุในขณะสอนธรรม
คือก่อนสอนและในขณะสอนนั้นผู้สอนก็ไม่ได้บรรลุอะไรหรอก แต่พอสอนไปถึงจุดหนึ่งมันเกิดสะดุดใจขึ้นมาเอง แล้วก็บรรลุเองแบบง่ายๆ เช่นนั้นเอง...ประหลาดแท้ๆ
ท่านพุทธทาสสอนว่า การสอนธรรมนั้นสอนไปเถิด ถือว่าเป็นบุญ เพียงแต่ขอให้สอนตามภูมิธรรมแห่งตน อย่าสอน “เกิน” ไปก็แล้วกัน ...ผมยึดธรรมข้อนี้เสมอ เวลาผมสอนเด็กนศ. ผมจะบอกเสมอว่าบางอย่างผมก็ไม่รู้ลึกซึ้งมากนักหรอก ก็อ่านหนังสือฝรั่งมา เช่น อะตอมประกอบด้วยนิวตรอน โปรตรอน อีเล็กตรอน ผมก็ไม่เคยเห็นหรอก อ่านเขามา แล้วก็เชื่อเขา แล้วเอามาเล่าต่อ
มาบัดนี้ผมอยากเสนอการบรรลุธรรมวิธีการที่หก คือ การฝัน
ผมคะเนว่าการฝันดีมากๆ อาจทำให้บรรลุธรรมได้ ทั้งนี้เพราะผมเองเคยได้คำตอบต่อปัญหาทางวิทยาศาสตร์ในฝันมาแล้วสองสามครั้ง ดีใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาจดไว้ (เพราะกลัวลืม)
ถ้าเราคิดต่อยอดออกไป ก็น่าถามว่า ทำไมจะบรรลุธรรมในฝันไม่ได้เจียวหรือ ...เพราะในขณะหลับนั้นอิทธิพลของสมองอ่อนลง (ทำให้ไม่คิดฟุ้งซ่าน ซึ่งทำให้เกิดสมาธิได้โดยธรรมชาติ) แต่จิตใต้สำนึกและจิตอื่นๆ ที่เราอาจไม่รู้จัก อาจกลับทำงานเหมือนเดิม ถ้าพลังดึงดูดทุกอย่างลงตัวกันพอดี รวมทั้งมีพลังความรู้ทางธรรมที่เราสะสมไว้มากจากการอ่าน การตรึก การฟัง ที่ตกตะกอนมาเป็นเชื้อ ก็อาจทำปฏิกิริยากันจน “บรรลุธรรม” ได้ ในฝัน
ตอนนี้ตีสี่แล้ว ขอให้ฝันดีกันทุกคนนะครับ
...คนถางทาง (๙ กพ. ๒๕๕๕)
อีกทางหนึ่งนะครับ "เข้าถึงธรรมจากการฟังเพลง"
http://www.youtube.com/watch?v=QXtadpB6A-g
ขอบคุณครับ
ท่านอ. นุ ครับ เห็นด้วยครับ แต่ผมว่าการฟังเพลงก็คือการฟังธรรมนั่นเอง
ผมว่าการฟังเพลงมีสองส่วน คือ ส่วนของทำนอง ดนตรี (กาก) กับส่วนเนื้อหา
ถ้าเราฟังดัวยปัญญา สามารถคั้นเอากากออกได้ ก็คงดีครับ
กำลังดูคิดว่า จะไปปฏิบัติธรรม กลางเดือน แต่พอดูตารางงานแล้ว เฮ้อ บุญมีแต่กรรมบังอีกแล้วเรา งั้นขอ บรรลุธรรมในฝัน คงพอทำเนา ขอบคุณบันทึกนี้ค่ะอาจารย์
I had thought about "subconscious mind and how it may be the source of good and bad dhamma".
Lately, gurus on meditation say: we should only observe and learn (from our bodily activities and our 'mind') -- not to control or interfere; just follow and observe -- and all will click in.
I wonder if that is what most of us misunderstand. We try to control our mind, to control our breathing, to control our thinking, to control our pain and pleasure and other feelings.
You say maybe we should try dreaming our way to dhamma.
I say maybe we should learn to observe how our subconscious mind work things out -- awake and dreaming.
I had some experiences waking up with solutions to problems that I spent many hours on papers, computers and discussions. These solutions more than often could have come from the conscious activities. What's out there?
เป็นเรื่องจริงหรือนั่น ที่ว่าได้คำตอบปัญหาวิทย์..ทางฝัน แล้วดีใจจนสะดุ้งตื่น ขึ้นมาจดไว้ กลัวลืม... ๕๕๕+
คุณ ทวิช คุณเล่าได้ อย่างขำเลยอ่ะ เป็นเรื่องเล่า ที่ น่ารักมาก :-) แต่ก็เชื่อนะ ที่ว่า บรรลุธรรมในฝัน
เป็นไปได้นะ เพราะ ก็เคยมี ประสบการณ์ (ฝัน) เหมือนกัน เป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก ตื่นขึ้นมารู้สึก ปีติ
จนน้ำตาไหลพราก มันเป็น ความฝัน ใน ขณะที่คืนนั้นฉันได้ฟังพระเทศน์ด้วย แยกแทบไม่ออกเลยว่า เป็นเรื่อง
จริง หรือ ความฝันกันแน่ ! คือ ในคืนที่ฝัน ฉันได้กลับไปนอนบ้าน แล้วคืนนั้นนึกอยากฟังพระ เลยเปิดฟังทั้งคืน
เนื่องจากไม่ค่อยสบายใจ เรื่องที่มีคนมาสารภาพรักแต่เรารำคาญมากๆ ปนสงสารนิดๆ (อิอิ)
พอฟังๆไป ก็เคลิ้มหลับ โดยไม่รู้ตัว แล้วฝัน ว่า ตัวเองนอนลอยอยู่ท่ามกลางอากาศที่บ้านหลังหนึ่ง แล้วในความฝัน
ฉันก็เห็น ก้อนเมฆ ขาวสะอาดลอยมาสวยงามมาก สักพัก ก้อนเมฆเหล่านั้นก็ เกาะกลุ่มกัน รวมเป็น รูปหัวใจสองดวง
คู่กัน แล้วฉันก็นอนดูยิ้มอย่างมีความสุข ทีเดียว พร้อมกับ อุทาน ออกมาว่า สวยจังเลย ปลื้มอกปลื้มใจมาก กับก้อน
เมฆสวยนั่น แล้วครู่หนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังเพลินกับ เมฆสวยนั่น และแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี เป็นแดง ส้ม ดูน่ากลัว
จากนั้น ก็มี เมฆ ก้อนสีฟ้า ขนาดใหญ่ รวมตัวกันเป็น รูปหน้า พระ (หน้าเหมือนพระพุทธเจ้าในภาพวาดตามฝาผนัง)
แล้วท้องฟ้า ก็ค่อยๆจางเป็นสีเหลืองทองอร่าม แสงรัศมีจากหน้าพระทอประกายไปทั่วบริเวณที่ฉันนอน ทันใดนั้น
พระท่านก็เปล่งเสียงออกมาว่า " ความรักเป็นความร้าย ทุกคนต้องการความสมหวังในชีวิตรัก แต่ความรักไม่เคย
ให้ความสมหวังแก่ใครถึงครึ่งหนึ่งแห่งความต้องการ ยิ่งความรักที่ฉาบทาด้วยความเสน่ห์หาด้วยแล้ว ก็เป็นพิษแก่จิตใจ
ทำให้ทุรณทุราย ดิ้นรน ไม่รู้จักจบสิ้น ความสุขที่เกิดจากความรักนั้น เหมือนความสบายของคนป่วย ที่ได้กินของแสลง "
(ฉันจำได้ เพราะ เคยอ่าน ในเรื่อง พระอานนท์ พุทธอนุชา) แล้วพอท่านพูดจบ ฉันก็ตื่นขึ้นมาทันที พอลืมตามา เสียงจาก
CD ธรรมะที่ฉันเปิด ก็พูดจบ ตรงประโยค เหมือนในฝันเด๊ะเลยนะคุณ !!
นั่นหมายถึงว่า ประโยคในคำพูดพระ (ในฝัน) กับ ประโยคพระ (ใน CDที่ฟังคืนนั้น) มันเป็นประโยคเดียวกัน มันเหลือเชื่อ
แต่มันก็เป็นไปแล้ว แต่ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง กลัวเค้าหาว่าเพ้อเจ้อน่ะ เป็นฝันแรก ที่ประทับใจ มากที่สุด
สรุป น่าเป็นไปได้ที่คุณว่า บรรลุธรรมในฝัน (แต่ฉันก็ยังไม่บรรลุ สักที ! )
คุณ nop น่าเอาไปโพสต์นะครับ น่าสนใจมาก
ตกลง ตอบรักเขาแน่เลย ใช่ปะ
...ทางนี้..ฝันๆๆๆ.."มีคน..แอบ.ๆๆ..บรรลุ..ไปกับฝันๆๆๆๆ"....คงจะเยอะจริงๆนะ..เพราะมันฝันกันทุกวัน..ทั้งหลับทั้งตื่น..อ้ะะะๆๆๆ...(ยายธี)
ก็โพสต์ไว้ที่บันทึกคุณแล้วนี่ไง.....ไม่ดีกว่า ประสบการณ์บางสิ่งที่ฉันเจอ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เพราะมันไม่สามารถพิสูจน์ด้วยสัมผัสทั้ง 5 หากใครไม่เจอกับตัวจะไม่มีวันรู้ และเข้าใจมันหรอก บางอย่างไม่พูดดีกว่า (มันเปรียบเสมือนบรรยายสี ให้กับคนตาบอดฟัง)
ถึงพระไม่มาบอกในฝัน ก็ไม่มีวันที่ ฉันจะตอบรักใคร นอกจาก..........
ใครน้า จะโชคดี ได้ไปบรรจุอยู่แทนจุดจุดจุด