ส่วนใหญ่จะฝันร้าย หรือฝันไปในเรื่องเพศ ซึ่งผมว่าเป็นการสนองตอบต่อความกลัวและตัณหาราคะที่สะสมไว้ในขณะตื่นนั่นเอง

ฝันสมาธิ (๒..ปฎิบัติธรรม ๘)

 

ตอนที่แล้ว ผมได้เสนอวิธีการบรรลุธรรมแบบ “ในฝัน”

 

พอเอาโพสต์ขึ้นเสร็จก็นึกต่อไปว่า มันอาจไม่ง่ายเหมือนฝันหรอกนะ เพราะมันต้องมีองค์ประกอบพร้อมมูลพอควร

 

ประการแรกที่เดียว การจะ "ฝันดี" ได้นั้น มันต้องมีความรู้ทางธรรมที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) สะสมไว้มากพอนะครับ แล้วเอาไปตรึกตรองต่อในฝัน  ไม่ใช่ว่าเป็นคนกิเลสหนา โลภ โกรธ หลง เต็มกระดอง แล้วจะไปบรรลุธรรมในฝันได้

 

ปุถุชนคนเดินดินส่วนใหญ่จะฝันร้าย หรือฝันไปในเรื่องเพศ ซึ่งผมว่าเป็นการสนองตอบต่อความกลัวและตัณหาราคะที่สะสมไว้ในขณะตื่นนั่นเอง สรุปคือจิตในขณะตื่นของเราสะสมอะไรไว้มาก มันก็ตกตะกอนเก็บไว้ แล้วกลายเป็นเชื้อให้เกิดความฝัน ที่ปรุงแต่งโดยจิตใต้สำนึกโดยมีคลื่นสมองอ่อนๆในขณะหลับเป็นผู้กำกับการแสดงนั่นแล (เดาเอาเอง ไม่ได้มีความรู้อะไรในเรื่องนี้หรอก ..แต่ผมเดาอะไรมักไม่ผิดหรอก อิอิ)

 

ปัจจัยสำคัญอีกประการในการฝันดีคือ ก่อนเข้านอน ควรทำการ "นอนสมาธิ" ให้หลับไปพร้อมสมาธิ ...ผมทำแบบนี้บ่อยพอควร (ถ้าวันไหนมีสติ) พบว่าบางครั้งสมาธิมันประคองตัวอยู่ตลอดคืน คือมัน “หลับแบบรู้ตัว” นั่นเอง พบต่อไปว่า พอตื่นขึ้นมามันกระปี้กระเปร่า สดชื่น ดีกว่าการนอนธรรมดาเสียอีก

 

วิธีการคือ จะทำให้อย่างไรให้ หลับสมาธิ และ ฝันในสมาธิได้ พร้อมกันไป

 

ใครทำได้ก่อนผม ช่วยกลับมาบรรยายธรรมให้ผมฟังด้วย เด๊อ

 

ธรรมสวัสดิ์

...คนถางทาง   (๙ กพ. ๒๕๕๕)