เท่าที่จำความได้...ผมโชคดีที่พ่อสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้ผมมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะส่งผมเข้าเรียนชั้นเด็กเล็ก...พ่อสอนให้เขียนเลข ๐ ถึง ๙ และจำประโยคที่พ่อย้ำเสมอว่า...ลูกต้องเรียนให้สูงกว่าพ่อ เพราะลูกมีโอกาสที่ดีกว่า...พอเข้าโรงเรียนผมก็โชคดีมากที่มีคุณครู ที่รักผมและเพื่อน ๆ อย่างสม่ำเสมอไม่เคยตีเวลาสอนวิชาที่เข้าใจยาก ๆ เช่น คณิตศาสตร์...โชคดีต่อมาคือ เพื่อนผมแต่ละคนล้วนแต่เรียนวิชาคณิตศาสตร์เข้าใจ แต่ไม่เก่ง รวมทั้งผมด้วย(ไม่เก่งแต่เข้าใจที่ครูสอน)เป็นเช่นนี้เรื่อยมา..จนกระทั่ง....ผมมีโอกาสได้เรียนชั้น ม.ปลาย ตามที่พ่อและแม่ตั้งความหวังไว้ แลวผมก็โชคดีอีกตามเคยที่เจอเพื่อนที่เขาขยันเรียนมาก ๆ (เก่งไม่กลัว...กลัวขยัน) ...เรา...รวมตัวกันได้ 11 ชีวิต แล้วก็เริ่มตั้งเป็น แก๊ง ว่า " 11 ยอดมนุษย์ทองคำ " ในสมัย ม.ปลายแก๊งนี้ทำได้ทุกอย่างยกเว้นคำว่า " อันธพาล "  ไม่ว่า กีฬา ดนตรี การแสดงต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ ที่ ทุกคนไม่ลืม คือ การเรียน เพื่ออนาคต ของทุก ๆ คน เรารวมกลุ่มกันจนได้เรื่อง คือ ทุกคนสอบเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้กันทุกคนส่วนผม ได้เรียนต่อสาขา ครูคณิตศาสตร์สมแล้วที่เพื่อน ๆ เลือกให้ผมเป็น ติวเตอร์วิชาคณิตในสมัยนั้น  การรวมกลุ่มและความสามัคคีนี่เองที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จเป็นช่วง ๆ ของชีวิต...ตราบจนผมมีโอกาสได้รับราชการครูสมดังฝัน ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยลืมคำว่า " สามัคคีคือพลัง " จนดลใจให้ผมจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้ความสามัคคีเป็นเป้าหมายหลัก และ      " คนเก่งนั้นมีมาก..ครับ..ที่หายากคือ คนดี " เมื่อ คนดีถูกปลูกฝังด้วยความสามัคคีแล้ว  ความเก่งก็จะตามมา คนดี และ เก่ง ครับ ที่เด็ก ๆ (หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่เองก็ตาม) ต้องการ ให้เป็นผู้นำกลุ่ม

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมจัดการเรียนรู้วิชาคณิศาสตร์ให้ เด็ก ๆโดย ใช้ระบบ คนดี และ เก่ง ช่วย คนเรียนอ่อนครับ ....ได้ผลดีต่อผู้เรียนพอสมควร และกำลังพัฒนาไปเรื่อย ๆ ครับ และคาดหวังว่า จะเป็นอีกวิธีที่ทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดี ๆ ต่อ วิชาคณิตศาสตร์ และ อย่าลืมครับว่า ครูผู้สอนยังมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ในการจัดการเรียนการสอน และ ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน...ครับ