ว่าด้วย Appreciative Inquiry ตอนที่ 426

 

กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศครับ มีเวลานิดเดียวจะเขียน Blog กำลังรอเช็คอินอยู่ครับ..

จะเขียนอะไรได้ครับ...ก็ Dialogue ผสมกับ AI ครับ...ผมขอบทำสุนทรียสนทนาก่อนจะสอน AI เสมอ หลายครั้งคนเรียนไม่เข้าใจครับ..ผมก็ต้องนึกถึงการสวมบทบาท "พ่อครัว" ครับ...ใน AI เรามีคำหนึ่งเรียกว่าเดสตินี่ (Destiny) หรือการสร้างฝันให้เป็นจริง..เป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่การทำเรื่องดีๆให้เกิด แต่ต้องมีการคิดแบบพ่อครัว หรือเชฟชั้นนำครับ..พ่อครัวระดับจอมยุทธ์จะพยายามทำอาหารให้ถูกปาก..คัดของดี...ปรับปรุงฝีมือ..บางคนถึงกับพัฒนาสูตรของตนเองก็มีให้เห็นบ่อยๆ...แต่เชื่อเถอะครับ..อะไรที่คุณทำต่อให้เป็นวิถีปรกติแล้ว.ไม่ต้องพูดถึงสูตรพิเศษ..คุณจะต้องทำให้ "ขายได้" ครับ..ทำแล้วไม่มีคนกินเลยนี่ก็ยุ่งครับ...แต่ถึงจะมีคนกินก็ตาม..ชนิดก็เป็นพ่อครัวขั้นเทพ โดญธรรมชาติก็จะมีคนชอบคุณไม่ชอบคุณ..ตรงนี้แหละครับ..พ่อครัวเก่งๆ จะถือโอกาสใคร่ครวญปรับปลี่ยนสูตรให้เหมาะผสม "กลมกล่อมขึ้น" บางทีกลายเป็นสูตรใหม่ไปเลย..ในทางด้าน OD (ศาสตร์การพัฒนาองค์กร ซึ่ง AI และ Dialogue ก็เป็นสาขาหนึ่งของ OD) เราเรียกว่าการใคร่ครวญ หรือ รีเฟล็กชั่น (Reflection) ครับ...

....

หลังผมใช้การสอน AI นำด้วย Dilogue ไปสักพักพบครับ..ว่าได้ผลกับคนบางกลุ่ม ลูกศิษย์ที่อยู่ในธุรกิจคิดเร็วๆ...ความกดดันสูงนี่ผมสอน Dialogue นี่ถึงกับล่มครับ..ตอนแรกก็ตกใจ..แต่ก็เริ่มสอนต่อ..

แล้วผมก็นึกถึงการทำ AI ครั้งแรกๆของผม..เริ่มจากทดลองก่อน แล้วทำสำเร็จในเคสเล็กๆ "เพียง" เคสเดียว..แทนที่ผมจะเอาเคสหรือกรณีศึกษาใหญ่โตในตำรา ประเภททำ AI กับบริษัทขนาดใหญ่ คนสองหมื่นคน เอามาพูดให้ดูดี..แต่รู้แบบงูๆปลาๆ คือไม่รู้จริง..แต่ผมก็เอาที่ผมทำกับคนคนเดียว แต่ผมเห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ไม่หรูหรา แต่ก็หนักแน่นกว่า..มั่นใจกว่า..

 

ผมเอาความสำเร็จ "เล็กๆ" ที่ผมรู้จริงไปเล่าต่อ..กับอีกสี่ห้าคน ตอนทำ AI ครั้งแรกๆ..ก็สามารถทำให้เกิดโครงการ AI เล็กๆ แต่สำเร็จอีกหลายโครงการ จนมีกรณีศึกษามากเป็นร้อยๆ ในเวลาต่อมาตั้งแต่เล็กๆ จนถึงองค์กรขนาดใหญ่...

เมื่อ "ใคร่ครวญ" ได้ดังนี้ผมก็ประยุกต์ใช้กับการทำ Dialogue ผมเริ่มเอาเรื่องเล่าที่ผม เห็นกับ "ตา" ทำกับ "มือ" เห็นผลกับ"ตา" เพียงสองสามกรณีมาเล่าในชั้นเรียน Dialogue  ภายหัลงไปเจอเรื่องราวเกี่ยวกับคลื่นสมอง (ขออนุญาตเล่าในตอนต่อๆไป) ที่น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมการทำ Dialogue ถึงเกิดปัญญาญาณ มาเสริม

...

ที่สุดผมก็เริ่มพบความ "กลมกล่อม" ในชั้นเรียน Dialogue ของผม...

...

ตอนนี้ผมสนุกกับการปรุง "Dialogue" ให้กลมกล่อม ปรุงเอง ชิมเองไม่ได้ทำให้ใครก็ ฝึก Dialogue กับตัวเองไปพลางๆ...

...

ผมมีความสุขกัลการเป็น "พ่อครัว" ในทุกเรื่องทั้ง AI และ Dialogue ครับ..ว่างๆ แวะมาชิมสูตรเด็ด ฝีมือผมได้นะครับ..ยินดีต้อนรับทุกท่าน

...

สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การใคร่ครวญครับ..อยากทำ AI,OD, Dialgoue ให้กลมกล่อมขึ้นอย่าลืมทำตัวเป็นพ่อครัวนะครับ..ชีวิตและงานจะกลมกล่อม และได้ผลมากขึ้นครับ

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร