ช่วง 27 สิงหาคมถึง 8 กันยายน ผมได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรระบาดวิทยาเร่งด่วนสำหรับหัวหน้า SRRT ที่สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารรสุข โดยเบิกค่าใช้จ่ายจากสำนักฯ และพักที่โรงแรมโกลเด้นดรากอน นนทบุรี มีผู้เข้าร่วม 19 คน (เดิม 20 คน ติดภารกิจที่น่าน 1 คน จึงมาร่วมไม่ได้) เป็นแพทย์ 15 คนและสัตวแพทย์ 4 คนเรียนกันเต็มที่ มีการเช็คชื่อและเช็คเวลามาสายด้วย

            เมื่อเย็น 28 ผมกลับจากเรียนก็หมดแรง นอนที่ห้องพัก กฃ็ได้ยินเสียงเฮฮาจากด้านหลังห้อง พอตอนเย็นลงมาเจอคุณหมอเป้ (นสพ.ทวีโชค จากสำนักงานปศุสัตว์นครสวรรค์) ก็ได้ทราบว่าเป็นการเล่นฟุตบอลกันกับพนักงานของโรงแรมและก็ชวนผมไปเล่นด้วยในวันรุ่ขึ้น ผมเองก็ไม่ได้เป็นนักฟุตบอล แต่ก็ชอบออกกำลังกายก็เลยตกลงใจว่าจะไปร่วมเล่นด้วย

           พอตกวันรุ่งขึ้น 5 โมงเย็น ผมก็ลงไปเล่นบอลด้วย เป็นพื้นที่แคบๆระหว่างตึกโรงแรมกับรั้วที่อยู่ด้านหลังโรงแรม มีนักฟุตบอลอยู่ประมาณ 10 คน หมอเป้ ยังไม่ลงมา ผมได้รับการเชิญชวนอย่างมีมิตรภาพจากผู้เล่นที่เป็นพนักงานโรงแรมทุกคน โดยที่ผมเองไม่มีชุดกีฬาไปใส่เสื้อเหลือง กางเกงขายาว รองเท้าที่ใส่ไปอบรมนั่นเอง สนุกมาก ได้ออกกำลังกาย ได้เหงื่อมากเลย

           การเล่นฟุตบอลนี้ จะคล้ายๆกับSoccer streetในต่างประเทศ พื้นคอนกรีตกว้างยาวประมาณ 5x15 เมตร ประตูขนาดประมาณ 1x0.8 เมตร ซึ่งก็เหมือนที่เคยเล่นสมัยเด็กๆที่เรียกบอลรูหนู การเล่นแบ่งออกเป็นทีมละ 3 คน กติการคือถ้าลูกออกจะจากใครก็ตามให้เริ่มเล่นใหม่จากประตู อย่างอื่นๆก็เหมือนการเล่นฟุตบอลทั่วไป ไม่มีกรรมการ ทุกคนรุ้เองว่ากติกาเป็นอย่างไร เล่นกันแบบสุภาพๆ ถ้าทีมไหนถูกยิงเข้าประตูจะต้องออกเปลี่ยนทีมใหม่เข้าไป เล่นกันเป็นชั่วโมงๆ ได้เหงื่อเต็มที่เหมือนกัน

           ที่มาเล่นด้วยกันก็มีทั้งพี่และน้อง เป็นพนักงานของโรงแรมทั้งนั้น พอตกเย็นเลิกงานก็มาเล่นฟุตบอลกันจนมืดจึงจะกลับบ้าน มีทั้งบ๋อย เบลบอย ช่าง พ่อครัวและหัวหน้าครัว

           วันพูธ ผมเล่าให้พี่ซุล(นายแพทย์ซุลกิ๊ฟลี ยูโซะ ผอก. รพ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ที่ได้แพทย์ชนบทจากมูลนิธิแพทย์ชนบทปีเดียวกันคือ 2547)และพี่อั๋น (นายแพทย์อนุชิต ผอก. โรงพยาบาลหนองจิก ปัตตานี) วันนั้นก็เลยมีผม พี่ซุล และหมอเป้ ลงมาเล่นด้วยครบทีม 3 คนพอดี ก็ผลัดกันเข้า ผลัดกันออกสนุกมา ทั้งผมและพี่ซุลก็ไม่มีชุดกีฬาทั้งคู่ ตอนเย็นหลังกินอาหารเย็นแล้วก็เลยตกลงใจกันไปซื้อรองเท่ากีฬา เสื้อกางเกง กีฬา มาเพื่อจะได้เล่นอย่างสบายๆในวันต่อไป

            วันพฤหัสก็เลยมีผม พี่ซุล พี่อั๋น หมอเป้ ลงไปเล่นด้วย ทั้ง 3 คน (ยกเว้นผม) เป็นนักฟุตบอล จึงมีการเล่นทักษะที่ดีมาก ผมก็เลยใช้หลักครูพักลักจำ เทคนิคการเล่นไปด้วย ก็พอเล่นไปกับเขาได้ ถือว่าเอาแรงออกกำลังกายไว้ก่อน

             การเล่นฟุตบอลแบบนี้ ผมว่าสนุกมาก เคยคุยกับหลายคนที่ทำทีมกีฬา เขาบอกว่าทำทีมฟุตบอลนี่ลงทุนมาก สู้ทีมมวยไม่ได้ ถ้าเกิดเรามาเปลี่ยนหรือเพิ่มฟุตบอลแบบนี้ขึ้นอีกประเภทหนึ่งและมีการแข่งขัน การเตรียมทีมจะไม่ยากนักเพราะใช้คนเท่ากับทีมตระกร้อ อาจเรียกว่าฟุตบอลโกล์หนู ก็ได้ หรือเรียกให้เท่ๆหน่อยก็เป็นการแข่งขันแรทโกล์(Rat Goal) ซึ่งผมเองก็มีความคิดว่าน่าจะไปจัดที่บ้านตากบ้าง ให้แข่งเป็น 4 ควอเตอร์ๆละ 7 นาที พัก 1 นาทีระหว่างควอเตอร์

             สิ่งที่สะกิดใจอีกอย่างก็คือผมเคยมีความคิดว่า เราไปมัวมาจัดประชุม ตั้งชมรมออกกำลังกาย มาสรางสนามกีฬากันใหญ่โต แต่กลับไม่มีคนเล่น ต้องเกณฑ์คนมาเล่น ทำไมเราไม่ตระเวนไปตามหมู่บ้าน ถ้าพบว่าตรงไหนที่เขาออกกำลังกายกันเป็นประจำ เราก็เข้าไปสนับสนุนเขา ให้เขารวมกลุ่มกันเอง ตั้งเป็นชมรมของเขาเอง เพราะเขาเล่นกันอยู่แล้ว เรามีเงิน มีอุปกรณ์ก็เอาไปสนับสนุนเขา ไม่ต้องดึงเขามาที่หน่วยงานเรา ถ้าเราขับรถไปตามหมู่บ้าน เราจะพบการเล่นกีฒา ตามถนน ตามทุ่งนา ตามสนามมากมาย ผมคิดอย่างนี้แต่ผมเองก็ยังไม่ได้ลงมือทำจริงซะที การมาอบรมระบาดคราวนี้อาจจะมีแรงส่งพอที่จะทำได้