6 ก.พ.55 เรื่อง “การนำนโยบายของ รมว.ศธ. มาพัฒนางาน กศน.”, 13 ก.พ.55 เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับเกษตรธรรมชาติ”, 20 ก.ย.55 เรื่อง “การบริหารงานบุคคล”, 27 ก.ย.55 เรื่อง "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี"
รายการสายใย กศน.
วันที่ 27 กุมภาพันธ์
2555
เรื่อง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”
ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์
วิทยากร คือ
- ดร.ปรีชา ชื่นชนกพิบูลย์
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
- ดร.โยฑิน สมโนนนท์
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
“กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล จากวิสัยทัศน์
“สร้างสรรค์พลังสตรี ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ”
โดยกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 2555
สำหรับเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนแบบดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย
ในการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้
เพื่อการพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ และสวัสดิการให้แก่สตรี
รวมถึงการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี การพัฒนาบทบาทสตรี
การสร้างภาวะผู้นำ และการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ
ทั้งนี้รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำงานร่วมกับองค์กรสตรีตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ
เพื่อให้โอกาสสตรีในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ได้มีส่วนในการร่วมคิด ร่วมทำ
ร่วมพัฒนา เพื่อสตรีทุกคน โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน และองค์กรสตรีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
เพื่อให้สตรีไทยได้ใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ในการสร้างสรรค์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
คณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ
ประกอบด้วย 7 กระทรวง คือ
1) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ( ดร.นลินี ทวีสิน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
ปฏิบัติหน้าที่ด้านอำนวยการ และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
)
2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
3) กระทรวงมหาดไทย
4) กระทรวงสาธารณสุข
5) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
6) กระทรวงแรงงาน
7) กระทรวงศึกษาธิการ
“กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
1. เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย
ในการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ
สร้างงาน สร้างรายได้
หรือสำหรับการส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ
หรือสวัสดิการให้แก่สตรี
2. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี
การเฝ้าระวังและดูแลปัญหาของสตรี
ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาสตรีที่ประสบปัญหาในทุกรูปแบบ
การรณรงค์ให้สังคมเข้าใจปัญหาสตรีในทุกมิติ
และการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี
3.
เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรี
การแก้ไขปัญหาสตรีขององค์กรต่าง ๆ การสร้างภาวะผู้นำ
การพัฒนาองค์ความรู้ คุณภาพชีวิต
รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของสตรี
4. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการสนับสนุนโครงการอื่น ๆ
ที่เป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสตรีตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร
(
เงินทุนประมาณ 80 % จะเป็นเงินทุนหมุนเวียน อีกประมาณ 20 %
เป็นเงินช่วยเหลือเยียวยาสตรีที่ประสบปัญหา )
จะมีคณะกรรมการกองทุนระดับตำบล กับคณะกรรมการระดับจังหวัด
โดยสมาชิกเลือกมาจากสมาชิก
กับกรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับละ 5 ท่าน
การจัดการเลือกตัวแทนสมาชิกระดับหมู่บ้าน/ระดับอำเภอ
เป็นบทบาทของกระทรวงมหาดไทย
การรับสมัครลงทะเบียนสมาชิกเป็นบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการโดย
กศน.
มีคณะอนุกรรมการ 4 คณะ
1)
คณะอนุกรรมการจัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
2)
คณะอนุกรรมการดำเนินการเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในระดับตำบลและระดับจังหวัด
3)
คณะอนุกรรมการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายองค์กรสตรีในกรุงเทพมหานครและ
4 ภูมิภาค
และประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ
4) คณะอนุกรรมการจัดงานเพื่อเปิดตัวกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (
วันสตรีสากล 8 มี.ค. แต่อาจจะเลื่อน )
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
เป็นศูนย์อำนวยการและประสานงานกลาง
รับรายงานข้อมูลจำนวนการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในภาพรวมของประเทศ
จัดเจ้าหน้าที่ไว้ 40 คน และให้เจ้าหน้าที่ผู้แทนจังหวัดละ 2 คน
มาปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับรายงานและสรุปข้อมูลของจังหวัดที่รับผิดชอบเป็นรายวัน
สรุปข้อมูลเป็นรายจังหวัดเพื่อนำเรียนเลขาธิการ กศน.
และเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
สรุปรายงานข้อมูลจำนวนผู้ลงทะเบียนเป็นรายภาคและประเทศ (
ผู้สมัครลงทะเบียนโดยตรงในระบบออนไลน์
ก็มีสิทธิเลือกตั้งและได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนหมู่บ้านด้วย
)
ในต่างจังหวัด ให้ครู กศน.ไปรับสมัครถึงหมู่บ้าน
หรือไปเคาะประตูบ้านเลย ส่วนใน กทม. ซึ่งชุมชนหนาแน่น
ให้รับสมัครอยู่ที่ สนง.เขต, กศน.เขต, กศน.แขวง
รับสมัครสตรีสัญชาติไทยที่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ( เกิดก่อน 1
มี.ค.2540 ) ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวหรือทะเบียนบ้านหรือใบขับขี่
...
เป้าหมาย 10 ล้านคน ( จากสตรีทั้งหมดประมาณ 30 กว่าล้านคน ) ถึงวันที่
26 ก.พ.55 มีผู้สมัครเพียง 2 ล้านกว่า
สิทธิของผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกรอบแรก
1. มีสิทธิเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกผู้แทนเพื่อเป็นกรรมการ
ในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบลและระดับจังหวัด
2. สามารถใช้สิทธิในการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ได้ตามเงื่อนไขและระเบียบของกองทุนฯ
( สมัครที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าต้องการร่วมกระบวนการคัดเลือกผู้แทน
ต้องกลับไปที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน
เมื่อได้กรรมการระดับตำบล ระดับจังหวัดแล้ว
ต่อไปจะเปิดให้สมัครได้ตลอด แต่จะมีสิทธิเฉพาะข้อ 2.
คือการเข้าถึงแหล่งทุน )
รัฐจะสนับสนุนเงินกองทุนให้เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้าน
แตกต่างกันตามขนาด
รายการสายใย กศน.
วันที่ 20 กุมภาพันธ์
2555
เรื่อง “การบริหารงานบุคคล”
ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์
วิทยากร คือ
- นายสัจจา วงศาโรจน์ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงาน
กศน.
- นโยบายรัฐบาล ถ้าลูกจ้างประจำออก ( เกษียณ ลาออก ฯลฯ )
จะเปลี่ยนอัตราเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานราชการ
- ที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.สป. เมื่อ 17 ก.พ.55
เห็นชอบให้เปิดสอบบุคลากรประเภทต่าง ๆ แล้ว ซึ่ง
กศน.จะเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ
และเชิญกรรมการมาประชุมกำหนดรายละเอียด แล้วจึงประกาศรับสมัคร
คาดว่าจะประกาศรับสมัครในเดือน มี.ค.55
1) ผอ.จังหวัด/กทม., รอง ผอ.จังหวัด/กทม., ผอ.สถานศึกษา,
รอง ผอ.สถานศึกษา, ศน. รับเฉพาะคนใน
2) บุคลากรทางการศึกษาที่จังหวัด (
นักวิชาการศึกษา, นักจัดการงานทั่วไป )
และบรรณารักษ์
- ถ้าเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา
รับเฉพาะคนใน
- จังหวัดอื่น ๆ
รับบุคคลทั่วไป ( เป็นไปตามข้อกำหนดของ ก.ค.ศ.
)
- ตำแหน่งว่างที่มีตอนนี้
1) ผอ.จังหวัด/กทม. ว่าง 11 จะเกษียณ 30 ก.ย.55 อีก
6 รวมเป็น 17 ตำแหน่ง
2) รอง ผอ.จังหวัด/กทม. ว่าง 9 จะเกษียณ 30 ก.ย.55
อีก 1 รวมเป็น 10 ตำแหน่ง
3) ผอ.สถานศึกษา ว่าง 10 จะเกษียณ 30 ก.ย.55 อีก 30
รวมเป็น 40 ตำแหน่ง
4) รอง ผอ.สถานศึกษา และ ศน. มีตำแหน่งว่างน้อย
ถึงแม้จะมีกรอบอัตรา ศน.จังหวัดละ 4 คน แต่ไม่มีอัตราเงินเดือน
ต้องคอยเปลี่ยนอัตราว่างของตำแหน่งครูให้เป็นตำแหน่ง ศน.
5) นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานทั่วไป ของจังหวัด
ว่างตำแหน่งละ 40-50 รวม
2 ตำแหน่งเป็น 80-100
6) บรรณารักษ์ ว่าง 40-50 ตำแหน่ง
ต้องจบสาขาบรรณารักษ์ หรือสารสนเทศ
หรือสาขาที่กำหนดที่เรียนวิชาบรรณารักษ์ด้วย
- คุณสมบัติ/หลักเกณฑ์ ในการรับสมัครสอบตำแหน่งต่าง ๆ
เหมือนกับที่เคยสอบ ( หาดูรายละเอียดคุณสมบัติได้ที่เว็บไซต์ ก.ค.ศ.
) ยกเว้น ตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา ต้องคอยหลักเกณฑ์ใหม่จาก ก.ค.ศ.
ที่ไม่มีการสอบสัมภาษณ์ และแบ่งเป็น 2
กลุ่มคือกลุ่มทั่วไปกับกลุ่มประสบการณ์
จะสอบเป็นรอง ผอ.สถานศึกษาต้องเป็นครูมาแล้ว 4
ปี ตำแหน่งอื่นเช่นบรรณารักษ์จะมีสิทธิสมัครสอบเป็น
ผอ./รอง ผอ.สถานศึกษาหรือไม่ ต้องเสนอประสบการณ์การทำหน้าที่ครูให้
ก.ค.ศ.พิจารณา ผู้ที่จะสมัครสอบเป็น
ผอ.จังหวัด/กทม. ต้องเป็นรอง ผอ.จังหวัด/กทม.มาแล้ว 5 ปี
และมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ หรือเป็น ผอ.สถานศึกษามาแล้ว 5 ปี
และมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
( การสอบพนักงานราชการ ให้จังหวัดดำเนินการเอง
เปิดสอบเมื่อจังหวัดนั้นมีอัตราว่างและไม่มีผู้สอบขึ้นบัญชีไว้
โดยรับบุคคลทั่วไป )
- ข้าราชการครูที่จะไปเข้ารับการอบรม ( พัฒนา )
เพื่อการเลื่อนวิทยฐานเป็นชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ
จะต้องมีความพร้อมแล้ว เช่นเริ่มทำผลงานแล้ว
เพราะการผ่านการอบรมพัฒนานี้มีอายุเพียง 3 ปี ( อ.ก.ค.ศ.
เป็นผู้แต่งตั้งผู้อ่านผลงานชำนาญการพิเศษ
ก.ค.ศ.เป็นผู้แต่งตั้งผู้อ่านผลงานเชี่ยวชาญ
)
- ครูผู้ช่วย ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี โดยประเมิน 3
เดือน/ครั้ง ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินฯจะถูกให้ออก
คณะกรรมการประเมินประกอบด้วย
1) ผอ.สถานศึกษา
2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการสถานศึกษา
3) ครู ( พี่เลี้ยง )
- ขณะนี้ทั้ง ก.พ. และ ก.ค.ศ.
กำลังทำหลักเกณฑ์จะประกาศให้ข้าราชการบรรจุใหม่ วุฒิปริญญาตรี
ได้เงินเดือน 11,000 ( 11,680 ) บาท + ค่าครองชีพ 4,000 ( 3,320 ) บาท
ตั้งแต่ ม.ค.55 พนักงานราชการทุกตำแหน่งรวมทั้งตำแหน่งครู
กศน.ตำบลที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรี ก็จะได้ 11,000 ( 11,680 ) + 4,000
(3,320 ) บาท เช่นกัน
รวมทั้งผู้ที่รับราชการอยู่ก่อน ซึ่งมีอายุราชการ 1-10 ปี
ก็จะปรับเพิ่มให้ได้มากกว่า 15,000 บาท ตามลำดับ พร้อมกัน (
ไม่ปรับเพิ่มให้ผู้ที่อายุราชการเกิน 10 ปี
เพราะกลุ่มนี้จะมีเงินเดือนเกิน 15,000 บาท ไปมากอยู่แล้ว
)
ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ เช่น ครู
ศรช.ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ
รัฐบาลบอกให้ดูเงินตัวเอง ( เงิน กศน. )
ถ้ามีพอจ่ายก็สามารถปรับให้เป็น 11,000 ( 11,680 ) บาท (
ส่วนกลางกำลังดูว่าจะมีเงินจ่ายให้แค่ไหน )
- ผู้ที่รับราชการในจังหวัดชายแดนใต้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
เช่น
1) ได้ค่าตอบแทนพิเศษเดือนละ 2,500 บาท
2) ลดอายุราชการในการขอวิทยฐานะลงครึ่งหนึ่ง (
การขอเครื่องราชฯก็ลดอายุราชการลงครึ่งหนึ่ง
แต่ต้องมีผลงานตามที่กำหนด )
3) การเลื่อนขั้นเงินเดือน มีโควตาพิเศษ
4) ลาพักผ่อนได้มากกว่าปกติ
- การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ ประเมินปีละ 2 ครั้ง
เลื่อนเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง
ส่วนการเลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการ ประเมินปีละ 2 ครั้ง
เลื่อนปีละครั้งเดียว ผลการประเมินแบ่งเป็น 5 ระดับ
ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์จะไม่ต่อสัญญา
- ในเดือน ม.ค.55 กพ.ออกระเบียบให้ข้าราชการพลเรือน ชาย
ลาไปช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน
ส่วนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตอนนี้ยังลาไม่ได้ แต่
ก.ค.ศ.กำลังจะแก้ระเบียบให้เหมือน กพ.
- ครูผู้ช่วยที่ยังไม่ครบ 2 ปี ยังย้ายไม่ได้
เว้นแต่จะมีความจำเป็นจริง ๆ เช่นถูกประทุษร้าย ซึ่งต้องให้
ก.ค.ศ.พิจารณา
- ข้าราชการพลเรือนและบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่จะโอนเป็นครู
ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและมีประสบการณ์การสอน 2
ปี
รายการสายใย กศน.
วันที่ 13 กุมภาพันธ์
2555
เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับเกษตรธรรมชาติ”
ดำเนินรายการโดย นายวสันต์ บุญหนุน
วิทยากร คือ
- นายประยูร ดังก้อง
ผอ.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว
- นายพิพัฒน์ ศุภพิมล ครูชำนาญการพิเศษ
ศฝช.สระแก้ว
- นายสุชาติ นพสมบูรณ์ เกษตรกรชุมชนย่อยที่ 12 อ.เมืองฯ
จ.สระแก้ว
- อ๋อย ศรีวิจารณ์ เกษตรกร อ.โคกสูง
จ.สระแก้ว
เกษตรธรรมชาติ คือเกษตรไร้สารพิษที่ดีที่สุด คล้ายเกษตรอินทรีย์
แต่นอกจากจะไม่ใช้สารเคมี ( ทั้งปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช ) แล้ว
ยังเน้นเรื่องครอบครัวอบอุ่น ศิลปวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันในสังคม
ความสามัคคี การบำบัดรักษา ด้วย โดย ศฝช.ทั้ง 9 แห่ง
ได้ทำ MOU กับมูลนิธิ MOA ของญี่ปุ่น
ส่งบุคลากรไปศึกษาฝึกอบรมดูงานเกษตรธรรมชาติที่ญี่ปุ่น
และกลับมาร่วมกับมูลนิธิ MOA
สนับสนุนให้ความรู้อบรมเกษตรกร
ต้องเปลี่ยนความคิดของเกษตรกรที่เคยชินกับการใช้สารเคมีมายาวนาน
ผลผลิตเกษตรธรรมชาติจะเป็นที่ต้องการของตลาดมาก
เพราะปัจจุบันประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ
ตลาดวิ่งมาหาเอง เกษตรกรมีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 3
หมื่นบาท มีที่ดินเพียง 50 ตารางวาก็เพียงพอ
เป็นอาชีพที่ยั่งยืน แก้ปัญหาการย้ายถิ่น
ซึ่งปกติการสู้รบตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้วทำให้เกิดปัญหาการย้ายถิ่น
ที่ ศฝช.สระแก้ว มีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติทั้งในและนอกศูนย์ฯ
ทำให้เกษตรกรยอมรับเกษตรธรรมชาติมากขึ้น ( รายที่ยังไม่ยอมรับ
ก็จะให้ค่อย ๆ ลดการใช้สารเคมีลง จนเลิกใช้สารเคมีในที่สุด
) ใน ศฝช.สระแก้ว มีฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น การปลูกผัก
การเพาะเห็ด การปลูกข้าวโพด
เกษตรธรรมชาติจะช่วยให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมีสุขภาพดี
จากเดิมการใช้สารเคมีทำให้เกษตรกรที่ทำการเกษตร 20 ปีขึ้นไป
แล้วตรวจเลือด พบว่ามีปัญหาเจ็บไข้ได้ป่วย เกือบทั้งหมด มีเพียง
2-3 % ที่ไม่มีปัญหา
การเปลี่ยนมาเป็นเกษตรธรรมชาติ ใน 2 ปีแรกจะได้ผลผลิตน้อย
เพราะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3
ปีจึงจะปรับปรุงดินที่แข็งเพราะปุ๋ยเคมีได้ (
การใช้ปุ๋ยเคมีจะทำให้ผลผลิตคงที่หรือลดลงถ้าไม่เพิ่มปุ๋ยเคมี
จึงต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีขึ้นเรื่อย ๆ ) แต่พอปีที่ 4-5
จะได้ผลมากกว่าการใช้สารเคมี และสามารถลดปุ๋ยหมักลงได้ด้วย
ผลผลิตเกษตรธรรมชาติจะมีรสชาติหวานกรอบกว่าและเก็บไว้ได้นานกว่า
เกษตรธรรมชาติจะใช้วิธีควบคุม
เช่นใช้แมลงที่มีประโยชน์ควบคุมแมลงที่เป็นโทษ
ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำแก้โรคราน้ำค้างไม่ให้ลุกลาม
ใช้ปุ๋ยคอกบำรุงดินเพื่อช่วยแก้โรคและสร้างภูมิคุ้มกัน ตัดหญ้า
( ไม่ถาก ) แล้ววางคลุมดินไว้
หรือใช้วิธีการถอนหญ้าเป็นการพรวนดินในตัว
ใช้เศษผลผลิตเช่นเปลือกข้าวโพด มะเขือเทศที่มีตำหนิ
เป็นอินทรียวัตถุใส่ดินให้ดินร่วนซุย
ปลูกพืชที่ระดับรากลึกไม่เท่ากันไว้ด้วยกัน
มีการทำงานในแปลงนาร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก ใช้แรงงานภายในครอบครัว
เพื่อให้ครอบครัวอบอุ่น ถ้ามีพื้นที่มากต้องจ้างแรงงาน
ก็แบ่งไว้ช่วยกันทำเอง 1-2 ไร่
อย่างน้อยมื้อเย็นต้องทานอาหารร่วมกัน
คุณอ๋อย เป็นเกษตรกรธรรมชาติใน อ.โคกสูง ปลูกเห็ดนางฟ้า
สะระแหน่ และปลูกต้นหอม ผักกาด อย่างละ 50 ต้น ปลูกมะม่วง ลำไย
แอ็ปเปิ้ล อย่างละ 10 ต้น รวม 10 ไร่
ทำปุ๋ยน้ำหมักไว้ 10 กว่าถัง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีมา 5
ปีแล้ว ชักชวนเกษตรกรในชุมชนได้ 30 %
รวมกลุ่มทำเกษตรธรรมชาติ
โดยคุณอ๋อยแนะนำขั้นตอนวิธีการทำเกษตรธรรมชาติ
กลุ่มเกษตรธรรมชาติในชุมชนย่อยที่ 12 อ.เมืองฯ ของนายสุชาติ
นพสมบูรณ์ มี 60 ครอบครัว แบ่งแปลงกันในพื้นที่ 26 ไร่
มีความสามัคคี
โดยมีกฎเกณฑ์ให้สมาชิกดูแลกันเองว่าใครแอบใช้สารเคมีบ้าง
มีการตักเตือน จนถึงการให้ออกจากกลุ่ม
ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเดือนละครั้ง
( ขั้นรายการโดยการฉายคลิปวิดีโอ การแข่งขันกีฬา กศน.เกม จ.พังงา
ประจำปีการศึกษา 2555 ซึ่งมีการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬา และ
ประชาสัมพันธ์การประกวดคลิปวิดีโอกิจกรรม กศน. “คลิปดีงานเด่น กศน.”
เพื่อนำคลิปมาออกอากาศในรายการสายใย กศน. และให้รางวัลในวันที่ 8
ก.ย.55 )
เป้าหมายของ ศฝช.สระแก้ว จะให้ครูอาสาฯทั้ง 11 คน
จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ
ในหมู่บ้านหลักของแต่ละคน
รายการสายใย กศน.
วันที่ 6 กุมภาพันธ์
2555
เรื่อง “การนำนโยบายของ รมว.ศธ.
มาพัฒนางาน กศน.”
ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์
วิทยากร คือ
- นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.
( เริ่มรายการโดยเปิดเทปการมอบนโยบายการศึกษาของ ศ.ดร.สุชาติ
ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 25 ม.ค.55 ณ
หอประชุมคุรุสภา
นโยบาย
1.
"จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทุกคน" คำว่า เยาวชน
คือตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6
เยาวชนต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกันทุกแห่งไม่ว่าในเมืองหรือชนบท
2. “ปั้นนักศึกษาไทยให้เป็นมืออาชีพ” คำว่า นักศึกษา คือ อุดมศึกษา
อาชีวศึกษา หรือสูงกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไป
นักศึกษาจบแล้วต้องเป็นมืออาชีพ
การขยายโอกาสทางการศึกษา
4
ด้าน
1) โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร สิ่งอำนวยความสะดวก
เพื่อสามารถได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม
- ฯลฯ
- ... ... แก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส
ด้วยการอบรมคุณธรรม ทำบัญชีครัวเรือน ...
- ฯลฯ
2) โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน
นักเรียนสามารถเข้าเรียนได้โดยที่ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องมีความกังวลในเรื่องทุนการศึกษา
3) โอกาสในการเพิ่มพูนและฝึกฝนทักษะ
นักเรียนทุกคนสามารถเติบโตได้ในโลกที่เป็นจริง
การเรียนรู้บนการทำกิจกรรม (Activity-Based Learning)
4) โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
- โครงการ Internet ตำบล และ Internet หมู่บ้าน
(ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน)
เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนค้นหาความถนัดของตนเอง
เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
เพื่อการต่อยอดในสิ่งที่ต้องการทำ
- ฯลฯ )
กศน.นำนโยบายของ รมว.ศธ. มาพัฒนา 5
ด้าน คือ
1.
ยกระดับการศึกษาให้ประชาชนทุกคนจบ ม.6 อย่างมีคุณภาพ
โดย
1.1 เปลี่ยนรูปแบบการเรียน ประถม - ม.ปลาย แบบพบกลุ่ม
ให้ผู้ที่มีอาชีพ-ประสบการณ์
สามารถเรียนจบภายในระดับละ 1 ปี ( 2 ภาคเรียน )
ด้วยการให้เทียบโอนอาชีพ-ประสบการณ์
และให้เรียนจำนวนหน่วยกิตในแต่ละภาคเรียนมากกว่าเดิม
1.2 ให้สถาบันการศึกษาทางไกล
เปลี่ยนรูปแบบการเรียนทางไกลให้ผู้ที่มีอาชีพ-ประสบการณ์สามารถเรียนจบได้ภายใน
1 ปี ในลักษณะเดียวกัน
1.3 เปลี่ยนรูปแบบการเทียบระดับการศึกษา สำหรับผู้ที่อายุ 18
ปีขึ้นไป ให้มีการสอบเทียบความรู้ การเทียบอาชีพ-ประสบการณ์
การฝึกภาคปฏิบัติ โดยใช้เวลาภายใน 8
เดือน
2. ส่งเสริมและจัดการศึกษาตลอกชีวิต
โดยใช้แท็ปเล็ตร่วมกับนักเรียน ( ที่ สพฐ.ซื้อ )
ด้วยการนำเนื้อหาหลักสูตร กศน. เข้าไปไว้ในแท็บเล็ตด้วย
เมื่อนักเรียนนำกลับบ้านตอนเย็น ให้กลุ่มเป้าหมาย
กศน.ที่บ้านเรียนรู้จากแท็ปเล็ต ( กศน.ซื้อแท็ปเล็ตเองประมาณ
1,000 เครื่อง สำหรับประจำหน่วยเคลื่อนที่และรถโมบายของทุกจังหวัด
)
3. ให้มีศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนครบทุกตำบล
เพื่อสอนอาชีพให้ทุกคนมีงานทำมีรายได้ โดย
รมว.จะนำหลักเกณฑ์ในการจัดอาชีพ เข้า ครม. เพื่อให้เบิกจ่ายได้มากขึ้น
เช่นมีเบี้ยเลี้ยงให้ผู้เรียน มีเงินลงทุนให้ เพิ่มค่าศึกษาดูงาน
ค่าตอบแทนวิทยากร เพื่อให้ได้วิทยากรเก่ง ๆ
ศูนย์ฝึกอาชีพนี้จะสอดคล้องกับการผลิตสินค้า OTOP
ด้วย
4. ใช้ ETV จัดการศึกษาทางไกล ของ กศน. สพฐ. อาชีวะ
5. ให้มี Internet กศน.ตำบล ครบทุกตำบล พร้อม wifi
มีคอมพิวเตอร์ตำบลละ 6 เครื่อง
ส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนไปด้วย
โดยนำผลผลิตมาโฆษณาจำหน่ายใน Internet
ทั้งนี้ ท่านเลขาธิการ กศน. เน้นย้ำให้ทุกสถานศึกษา
ส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนและพูดภาษาอังกฤษได้
ภาษารองคือภาษาจีน
ในเรื่องความคืบหน้าของ พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต ถ้ามี
พรบ.การศึกษาตลอดชีวิตออกมา เราก็จะจัดการศึกษาให้กับทุกคนในประเทศไทย
( 64 ล้านคน ) ตั้งแต่เกิดจนตาย ขึ้นตรงต่อ รมว.ศธ.
ซึ่งจะคล่องตัว ประชาชนอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน
กิจกรรมจะหลากหลาย เช่นจัดตั้งทีวีเสรี ( ดูได้ทั่วไป ) ขึ้นอีก 1
ช่อง เพื่อจัดการศึกษาตลอดชีวิต
เดิม ท่าน รมว.คนเก่า ส่งร่าง พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต ไปยังสำนักงาน
ครม.แล้ว แต่ไม่ได้นำเข้าที่ประชุม จนเปลี่ยน รมว. สำนักงาน
ครม.จึงจะส่งร่าง พรบ.นี้คืนกลับมา ท่านเลขาธิการ
กศน.จะทำหนังสือส่งท่าน รมว.คนใหม่ ให้ท่านนำ พรบ.นี้เข้า
ครม.อีก
ในนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กำหนดให้
กศน.เป็นกรรมการขับเคลื่อน โดยให้ กศน.จัดทำประชาคม
เลือกตั้งคณะกรรมการกองทุนฯทุกตำบล
รับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ
ให้เกิดกองทุนฯที่มีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ซึ่ง กศน.มีหลักสูตรเพื่อความเท่าเทียมกันระหว่างสตรี-บุรุษ
เช่นหลักสูตรส่งเสริมประชาธิปไตย
อีกเรื่องคือ ปปช. ทำ MOU กับ กศน.
เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและป้องกันการทุจริต จึงขอเชิญ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด 77 จังหวัด
ไปประชุมรับนโยบายนี้ ในวันที่ 14-16
ก.พ.55
สิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญคือ ท่าน
รมว.คนใหม่ห้ามมีการทุจริต ต้องโปร่งใส
โดยเฉพาะการสอบผู้บริหาร ให้สอบข้อเขียนอย่างเดียวไม่มีคะแนนสัมภาษณ์
ท่านเลขาธิการ กศน.เองก็แอนตี้เรื่องการรับเงินรับทอง
ยืนยันว่าถ้าใครมีข้อมูลว่าท่านเลขาฯรับเงินรับทองท่านจะลาออก
มีครูผู้ช่วย สามีประสบอุบัติเหตุทางสมอง จะขอย้ายไปดูแลสามี
แต่เป็นครูผู้ช่วยยังไม่ครบ 2 ปี จะมาร้องไห้
หาผู้ใหญ่มาบีบท่านไม่ได้ แต่ถ้าครบ 2
ปีแล้วก็จะให้ย้ายโดยไม่ต้องเสียเงินเสียทอง กติกาต้องเป็นกติกา
การให้โอนก็ไม่เคยรับเงินรับทอง
จะรับสมัครสอบ
ผอ.สนง.กศน.จังหวัด วันที่ 1 มี.ค.55 โดยนำเรื่องเข้าที่ประชุม
อ.ก.ค.ศ.ในวันที่ 17 ก.พ. รวมทั้งเรื่องการสอบ ผอ.กศน.อำเภอ,
ศน., รอง ผอ.สถานศึกษาขึ้นตรง
ถ้าใครมีข้อมูลการทุจริตหรือนำชื่อท่านเลขาฯไปอ้าง ให้แจ้งท่าน โทร.
087-8789933 จะเอาจริงให้เห็น
จะลงโทษให้ประจักษ์เป็นตัวอย่าง
วันที่ 4 มี.ค.55
เป็นวันครบรอบวันสถาปนาสำนักงาน กศน. ขอเชิญ
ผอ.สนง.กศน.จังหวัดทั่วประเทศ, กลุ่มศูนย์ส่วนกลาง,
ผู้จะรับโล่รางวัลดีเด่นต่าง ๆ, ผู้ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีทุกคน,
บุคลากรสังกัด กศน.ทุกคนในเขต กทม.และจังหวัดใกล้เคียง (
จังหวัดอื่นจะเข้าไปด้วยก็ได้ )
ไปร่วมงานที่หอประชุมคุรุสภาเวลา 09:00 น. โดยท่าน
รมว.จะเป็นผู้มอบโล่รางวัลต่าง ๆ
เลี้ยงพระเพลแล้วรับประทานอาหารบุฟเฟต์ร่วมกันที่สนามหญ้าข้างหอประชุมคุรุสภา
( การประกวด คลิปวิดีโอดีเด่น ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ ETV
)
อยากเรียนถาม อ.เผ่าไห่ เรื่อง การสอบบรรจุ (บรรณารักษ์ ) เกี่ยวกับหลักสูตรการสอบ เพื่อที่จะเตรียมตัวได้ทัน รบกวนอาจารย์ส่งมาที่ อีเมล์ [email protected] ด้วยนะคะ ( ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ )
ขอบคุณสำหรับข่าวสาร ข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์เอกชัย สำหรับการสรุปรายการสายใย ชัดเจนและได้ประโยชน์มากกว่าค่ะ
ตอบ คนทันข่าว
หลักสูตรการสอบบรรจุบรรณารักษ์ ลองดูแนวจากหลักสูตรการสอบบรรณารักษ์ 3 ครั้งที่แล้วนะครับ
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
ตอบ
เรื่องสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแล้วทำอะไรได้บ้าง นั้น ต้องดูใน "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. ๒๕๕๕" ครับ ( ที่ผมไม่มี คงมีที่ผู้บริหารแล้ว )
กป.แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงใบสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
จะนำใบสมัครที่ปรับปรุงแล้ว พร้อมคู่มือฉบับจริง ขึ้นเว็บไซต์สำนักงาน กศน. บ่ายวันที่ 10 ก.พ.55
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
1. เป็นคนไทย เพศหญิง อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่ที่จะลงทะเบียน
สิทธิประโยชน์ของสมาชิก
1. ขั้นแรก สตรีที่มาลงละเบียนเป็นสมาชิกกองทุนสตรี จะมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมเวทีชาวบ้านเพื่อคัดเลือกผู้แทนประจำหมู่บ้านหรือชุมชน เพื่อเข้าไปเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในระดับตำบล
2. มีสิทธิ์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนหมู่บ้านหรือชุมชน ในการเข้าไปเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล และในระดับจังหวัดต่อไป
3. สามารถใช้สิทธิ์ในการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท เฉลี่ยให้กองทุนหมู่บ้านตามสัดส่วนขนาดของหมู่บ้าน SML
วันนี้ผมดูคำสั่งโรงเรียนเก่าๆ ผมสังเกตว่าทุกปิดเทอม โรงเรียนจะตั้งงบไปที่กรมบัญชีกลางเพื่อจัดสรรเงินเดือนให้ลูกจ้างนอกงบประมาณ ( แต่ไม่มีชื่อผม ผมเป็นจ้างเหมาบริการ T.T ) ส่วนครู sp2 กับ ธุรการโรงเรียน ไม่มีการตั้งงบไปที่กรมบัญชีกลาง (คิดว่าเป็นลูกจ้างในงบใช่ไหมครับ?)
การจ้างเหมากับลูกจ้างเงินนอกงบประมาณคล้ายๆกันหรือเปล่าครับ?( แต่เท่าที่ดู ลูกจ้างนอกงบบรรจุวุฒิ ปตรี บางคนได้ 7940 บางคนก็ 8340 ส่วนผม จ้างเหมา 8500 )เท่าที่ดู สัญญาจ้างของทุกคน หมดวันที่ 30 มีนาคน 2555 ทุกคนเลย ( ผมด้วย เพราะผมสัญญาจ้างทีละ 6 เดือน) ตอนที่ลูกจ้างนอกงบได้เงินเิพิ่มจากเดิม เดือนละ 7940+400 (เงิน 400 จ่ายแบบเซนต์ชื่อรับ) ผมก็ได้นะคับ (ทั้งๆที่สัญญาจ้างยังเป็น 7940 รับไปได้ 1-2 เดือนแล้วสัญญาหมดพอดี อจ เลยขึ้นให้เป็น 8500 สัญญาใหม่ส่วนรายละเอียดในสัญญาไม่ได้อ่าน กะว่าต่อสัญญาครั้งหน้าจะถ่ายสำเนาเก็บไว้อ่านครับ)
จากที่ อจ ให้ข้อมูลตรงนี้
ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ เช่น ครู ศรช.ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ รัฐบาลบอกให้ดูเงินตัวเอง ( เงิน กศน. ) ถ้ามีพอจ่ายก็สามารถปรับให้เป็น 11,000 บาท ( ส่วนกลางกำลังดูว่าจะมีเงินจ่ายให้แค่ไหน )
คือ มีสิทธิ์ที่จะได้เงินเดือนเพิ่มในตอนสัญญาใหม่หรือเปล่าครับ ?
ขอถามอีกนิดนึงว่า เงินงบประมาณในด้านลูกจ้างเหมาหรือนอกงบ ทางรัฐบาลปรับเพิ่มให้บ้างไหมครับ ?
ตอบ คุณจ้างเหมาบริการ
1. ผมก็คิดว่า ครู sp2 กับ ธุรการโรงเรียน เป็นลูกจ้างชั่วคราวที่จ่ายค่าจ้างจากเงินงบประมาณ ( งบบุคลากร )
2. การจ้างลูกจ้างชั่วคราวด้วยเงินนอกงบประมาณ ให้จ้างตามที่ได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลางครับ ต้องแจ้งปริมาณงานและวุฒิพร้อมค่าจ้างที่จะจ้างไปให้กรมบัญชีกลางพิจารณาอนุมัติแล้วจ้างตามนั้น
ส่วนการจ้างเหมาบริการ ให้จ้างตามกระบวนการซื้อการจ้างตามระเบียบพัสดุ เช่นวงเงินไม่ถึงแสนบาทให้จ้างโดยวิธี "ตกลงราคา" ถ้าวงเงินเกินแสนบาทให้จ้างโดยวิธี "สอบราคา" ซึ่งก็ต้องพิจารณาจากปริมาณงานและความรู้ความสามารถของผู้รับจ้าง ( ไม่จำเป็นต้องจ้างตามวุฒิการศึกษา ) ถ้าจ้างโดยวิธีตกลงราคาให้ดูความพอใจของนายจ้างกับลูกจ้างด้วย ถ้าจ้างโดยวิธีสอบราคาให้ดูค่าจ้างที่ผู้จะรับจ้างแต่ละรายเสนอราคาค่าจ้างมาด้วย
( จะว่าคล้ายกันก็คล้าย แต่ไม่เหมือนกัน )
3. การจ้างลูกจ้างชั่วคราวด้วยเงินนอกงบประมาณ มีสิทธิที่จะปรับค่าจ้างเพิ่มให้ได้ตามวุฒิเมื่อทำสัญญาใหม่
4. การจ้างเหมาบริการ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือกรมบัญชีกลาง จะเพิ่มวงเงินหรือไม่อยู่ที่แต่ละส่วนราชการ ( สพม. สพป. ร.ร. ) ครับ
ลูกจ้างชั่วคราวจ้างเหมาบริการ (อันนี้ใบเซนต์ชื่อของโรงเรียนที่ผมทำงานอยู่เขียนตำแหน่งหลักไว้แบบนี้อ่ะคับ) จะสมุดให้เซนต์ชื่อ 2 เล่มครับ แต่ทีแปลกก็คือ
เล่มที่ 1 จะต้องมีการส่งงานทุกเดือน ( คือให้ อจ 3 ท่าน อนุมัติ ซึ่งผมทำอันนี้อยู่)
เล่มที่ 2 ไม่ต้องมีการส่งงาน สิ้นเดือนรับเงินเดือนได้ที่หัวหน้าพัสดุได้เลย
ทำไมต้องมีสองเล่มด้วยคับ ทั้งๆที่ก็เป็นจ้างเหมาเหมือนกัน งง มาก มันจะเกี่ยวไหมครับว่า ถ้า อจ หัวหน้าพัสดุ เกษียณ ผมก็ยังทำต่อตามสัญญาได้ ส่วนเล่มที่ 2 ก็ลุ้นหัวหน้าคนใหม่ใช่ไหมครับ?
แล้วการจ้างเหมาบริการ สามารถจ่ายค่าจ้าง เิกินวุฒิ ได้ใช่ไหมครับ ยกตัวอย่าง จบ ป ตรี แต่ได้ค่าจ้าง 12000 (ซึ่งมันมากกว่าขั้นต่ำ ปตรี)ผมสังเกตุจาก นิติกรจ้างเหมา เห็นหน่วยงานราชการจ่ายที่ 12000 บาท
แล้วเรื่องค่าครองชีพ ที่จะจ่ายให้ลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ ถ้าสัญญายังไม่หมด โรงเรียนสามารถจ่ายค่าครองชีพเพิ่มให้ได้เลยใช่ไหมครับ ( เหมือนกับตอนผมได้ 7940+400 บาท เหมือนกับอัตราจ้างนอกงบระยะหนึ่ง แล้วก็ทำสัญญาใหม่เป็น 8500 บาท) อันนี้อยากให้รวมในสัญญาเพราะผมก็รู้ตัวว่าผมเป็นแค่จ้างเหมา จริงๆแล้วทางโรงเรียนมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ก็ได้
ที่มาสอบถามอีกรอบ อันเนื่องมาจาก link นี้อ่ะคับ (จริงๆถอดใจไปแล้ว หมดกำลังใจกับคำว่าจ้างเหมาเลย แต่ก็ยังดีกว่าตกงาน แหะๆ)
http://sesa6.brr.ac.th/downloads/2554/NUI7.pdf
( อาจจะรำคาญผมนิดนึงนะคับ อจ เอกชัย ก็ขอโทษด้วยนะคับแต่ผมไม่สามารถถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่โรงเรียนที่ผมทำงานได้เลย เพราะ อจ หัวหน้าพัสดุเป็นคนสองบุคคลิก T T )
ตอบคุณจ้างเหมาบริการ
1. การจ้างตามระเบียบพัสดุ ต้องมีการตรวจการจ้าง อาจารย์ 3 ท่านคงเป็นกรรมการตรวจการจ้าง เล่มที่ 1 คงเอาไปแนบเรื่องส่งเบิกค่าจ้าง
2. ระยะเวลาการจ้างเป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาจ้างครับ ไม่เกี่ยวกับว่าหัวหน้าพัสดุหรือ ผอ. จะเกษียณเมื่อไร
3. ผมเคยตอบแล้วว่าการจ้างเหมาบริการ ไม่จำเป็นต้องจ้างตามวุฒิ จ้างน้อยกว่าหรือมากกว่าวุฒิก็ได้ โดยให้จ้างตาม ภาระงาน ( ปริมาณ+ความยาก ) + ขั้นตอนการจ้าง ( การ "ตกลง" ราคา หรือ "เสนอ" ราคา สอบราคา )
4. การเพิ่มค่าครองชีพ ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินงบประมาณ ผู้จ้างก็ออกคำสั่งเพิ่มค่าครองชีพ แล้วจ่ายเพิ่มได้เลยแม้สัญญายังไม่หมด ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณก็ทำในลักษณะเดียวกัน
5. การจ้างเหมาบริการ ไม่มีค่าครองชีพ ถ้าอยากจะเพิ่มแทนค่าครองชีพ ก็ใช้วิธีเพิ่มค่าจ้าง
ปกติผมจะตอบเฉพาะผู้ที่สังกัด กศน.เท่านั้นนะครับ เพราะผมไม่มีความรู้เรื่องของหน่วยงานอื่น