หลายท่านต้องการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูอ้อยก็เช่นกัน แต่หากจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า คงไม่เป็นผลสำเร็จ รังแต่จะเจ็บตัวและเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ
ครูอ้อยเฝ้าเวียนศึกษาและทดลองการสอนแบบต่างๆกับนักเรียน บางวิธีใช้ได้ดีกับนักเรียนห้องนี้ แต่วิธีเดียวกันก็ใช้ไม่ได้ผลกับห้องต่อไป ต้องใช้อีกวิธีหนึ่ง ที่ซึ่งจะต้องศึกษาและทดลองกันไป
ที่ได้เป็นไปตามหลักการที่ได้เคยรับการอบรมมาแล้ว หลายประการ ระยะนี้ ครูอ้อยก็พบกับความสำเร็จและยิ้มได้ ก็คือ การสอนให้ครบทั้ง 4 ทักษะในการสอนภาษา ทำอย่างไร
ครูอ้อย เกิดความเครียดมากที่มีแรงกดดันมาจากผู้ปกครองว่า.....แบบฝึกหัด ที่นักเรียนถืออยู่นั้น ไม่ค่อยได้ทำเลย ตัวครูอ้อยเอง ก็เห็นด้วย และพยายามให้นักเรียนได้ลงมือทำแบบฝึกหัดสำเร็จรูป ถึงแม้จะขัดใจครูอ้อยไปบ้าง แต่ก็ยินดีใช้เวลาบางส่วนในการทำแบบฝึกหัดสำเร็จรูปเหล่านั้น ไหนๆ ก็มีอยู่แล้ว
การสอนภาษาให้ครบทั้ง 4 ทักษะนั้น เริ่มจากการบอกจุดประสงค์ในการเรียนแต่ละครั้งทุกห้อง และปฏิบัติให้ครบทุกข้อในแต่ละชั่วโมงเรียน
ต่อจากนั้น เริ่มจากการฟัง โดยใช้ครูอ้อยเอง หรือ เปิดวิทยุ หรือซีดี เพื่อฟังเสียงของคำ ประโยค หรือข้อความ และให้นักเรียน กาเครื่องหมาย ตามคำที่ได้ฟัง หรือ มาเลือกคำที่ครูกำหนดให้ ว่าได้ยินได้ฟังคำอะไรกันบ้าง ซึ่งถือว่า เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนอย่างมีความหมาย
จากนั้น สร้างจุดเน้นของแต่ละเนื้อหาว่า จะเรียนกันเรื่องอะไร เช่น การเล่าเรื่องจากภาพ ก็ต้องให้นักเรียนวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันว่า......Where What When How และ Why หรือจะเพิ่ม Do you บ้างก็ได้
ครูอ้อยพบว่า การปลูกฝังให้นักเรียนได้ตอบคำถามทุกวัน ตั้งแต่ต้นปีการศึกษา จะเป็นน้ำซึมบ่อทรายมาจนทุกวันนี้ นักเรียนจะตอบได้ แยกแยะได้ว่า คำถามที่ขึ้นต้นด้วย Where นั้นจะต้อง มีจุดเน้นในการตอบอย่างไร ให้ดูสถานที่
รูปภาพ เป็นสื่อที่ดีที่ทำให้นักเรียนมี โฟคัส ไปด้วยกัน เข้าใจคำสำคัญ Place ได้ว่าต้องคิดว่า รูปภาพนั้น Where is it? และตอบได้ว่า It is the sea.
นักเรียนตอบได้ ทำให้ผ่านการทักษะการฟัง เข้าใจ และสามารถพูดได้ ในเรื่องที่ฟัง
จากนั้น ครูอ้อยได้เขียนคำสำคัญไว้บนกระดาน เช่น animals things place life นักเรียนต้องวิเคราะห์คำเหล่านี้ โดยผ่านรูปภาพที่กำหนด และนำคำเหล่านี้มาเติมลงในคำสำคัญที่ครูอ้อยกำหนดได้ เท่ากับนักเรียนได้คิด แยกแยะ ใช้ทักษะการคิดชนิดหนึ่งแล้ว
อืมมมมม ต่อไปผ่านมาถึงการเขียนซึ่งจะใช้เพียง 20นาทีเท่านั้น ที่จะต้องมี guide บ้างเพราะ นักเรียนชั้น ป.4 ยังต้องการการชี้แนะ นักเรียนเติมได้เอง
ฝึกบ่อยๆแบบนี้ ครบแล้ว 4 ทักษะทางภาษา ฟัง พูด อ่านและเขียน ซึ่งง่ายมาก
อย่างมีความหมาย อย่าลืมแจ้งกำหนดการว่า จะเรียนอะไรกันบ้าง นักเรียนจะพยายามดำเนินตามกิจกรรมที่ครูอ้อยได้ออกแบบอย่างครบถ้วน ถึงแม้ว่า จะไม่ได้ครบทุกคนก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุด ได้ฝึกนักเรียนจำนวนหนึ่งให้บรรลุจุดประสงค์ในการเรียนแต่ะคราว เก็บความภาคภูมิใจ นำไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า.....วันนี้หนูเรียนได้ครบที่ครูกำหนดเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่
การเรียนด้วยวิธีนี้ ครูอ้อยต้องหมั่นทำเอกสารประกอบการเรียน เพื่อเป็นแรงจูงใจ ในการเรียนแบบง่ายๆ เมื่อนักเรียนคนหนึ่งเห็นเพื่อนได้รับ เอกสารใหม่ ก็มีความพยายามด้วย เพื่อให้ได้เอกสารเหมือนกัน ใช้ได้ผลมากกับการเรียนด้วยวิธีนี้
ลองดูนะคะ
... 4 ทักษะทางภาษา ฟัง พูด อ่าน และ เขียน ซึ่งง่ายมาก อย่างมีความหมาย อย่าลืมแจ้งกำหนดการว่า จะเรียนอะไรกันบ้าง นักเรียนจะพยายามดำเนินตามกิจกรรมที่ครูอ้อยได้ออกแบบอย่างครบถ้วน ถึงแม้ว่า จะไม่ได้ครบทุกคนก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุด ได้ฝึกนักเรียนจำนวนหนึ่งให้บรรลุจุดประสงค์ในการเรียนแต่ะคราว เก็บความภาคภูมิใจ นำไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า.....วันนี้หนูเรียนได้ครบที่ครูกำหนดเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่...
I wish I could get learners (including myself) to commit to do all those things. Most learners want "what I want to learn" and "what is fun to learn". These usually drive learners to pay attention and to keep on paying attention. Responsibilty for learning is usually a "burden to avoid" and there is always to avoid if we think about it enough. So, thinking is put to avoid learning instead of to use in learning. And successes in avoiding keep some learners further away from learning. How do we turn this around? How do we teach learners to 'think' and to 'have fun'? (I think, the modern day word for this is 'engage'. ;-)
เป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ดีมากเลยค่ะ อย่างนี้นี่เองลูกศิษย์พี่อ้อยชื่อดช.ศตายุ พราววิโรจน์ ถึงเรียนเก่งมากค่ะ
ขอบคุณ คุณ sr มากๆๆค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ คุณสิริวิชญา