โครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาการ เรียนรู้ (Local Learning Enrichment Network)

     ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งด่วนมากที่สุด(เพราะโทรศัพท์บอกว่าพรุ่งนี้ครูเพ็ญศรีไปประชุมนะ) ให้ไปประชุมเกี่ยวกับ ม.3 ที่ มมส.นะ

     ถึง มมส. ข้าพเจ้า โทรกลับมาถามอีกว่าใช่ตึกวิศวะไหม เพราะข้าพเจ้าไม่แน่ใจเมื่อไปพบแต่เพื่อนที่เป็นผู้บริหารไม่พบเพื่อนครูเลย เสียงตอบตามสายชัดเจนว่า ใช่

    ขณะที่ข้าพเจ้านั่งรอเปิดการประชุม มีอาจารย์ชายท่านหนึ่ง(ทราบภายหลังชื่อดร.ฤทธิ์ไกร ไชยงาม) เดินเข้ามานั่งใกล้ๆ ถามว่ารู้จักLLEN ไหมครับ ข้าพเจ้าสั่นหัวทันที บอกว่าไม่รู้จัก ค่ะ  อาจารย์ท่านเดิมถามอีกว่า แล้วโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายเชิงพื้ที่เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาการเรียนรู้ ละครับ ข้าพเจ้าปฎิเสธอีก ไม่ทราบค่ะ  อาจารย์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินไปทักทาย ครูท่านอื่นๆอีก

    ข้าพเจ้ามีเวลามองไปรอบๆห้องประชุม มีเพื่อนครูที่เป็นผู้บริหาร และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ร่วมประชุมด้วยกัน  ข้าพเจ้าคิดในใจว่า มีแต่ดร.ใหม่ๆ หนุ่มๆสาวๆ ทั้งนั้น เขาจะทำอะไรกันหนอ

     และได้คำตอบเมื่อ อาจารย์ ดร.วิทยา จันทร์ศิริ ขึ้นเปิดองค์ประชุม อาจารย์บรรยายถึงบริบทการศึกษาไทย และท้ายสุดวกมาถึงผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาจังหวัดมหาสารคาม

อันดับที่ึ74 จาก76 ของประเทศ เราจะทำอย่างไร?

     ช่วงบ่ายแบ่งกลุ่มคละโรงเรียน(คิดว่าตามขนาด) มีอาจารย์ของมหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกาษาแต่ละห้อง แล้วช่วยกันระดมสาเหตุุว่าทำไมผลสัมฤทธิ์การศึกษาของเราถึงต่ำ พบว่า ส่วนมากครูยังขาดเทคนิคการสอน ครูขาดการบูรณาการ ขาดการส่งเสริมการคิด ขาดสื่อการสอนที่มีคุณภาพ ครูไม่วิเคราะห์ผู้เรียน การใช้สื่อไม่คุ้มค่า ฯลฯ จากนั้นอาจารย์ที่ปรึกษากลุ่มถามว่าถ้ามีโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาจุดนี้แต่ละโรงเรียนจะเข้าร่วมไหม ข้าพเจ้ายกมือร่วมด้วยทันที(โดยไม่ถามผู้บริหาร ฮามาก) อาจารย์ให้ลงชื่อ โรงเรียนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเพราะมีโรงเรียนหลายโรงเกินความต้องการต้องคัดออก ข้าพเจ้าคิดในใจ"เสร็จเรา" หัวสมองนักวิจัยเริ่มจับ เพราะทาง มมส.ต้องจัดกลุ่มตามขนาดโรงเรียนแน่นอน ใหญ่ กลาง เล็ก  แน่นอน ข้าพเจ้าชำเรือง ดู โรงเรียนใหญ่มีไม่กี่โรง แล้วเราเสนอตัวเองด้วย เสร็จเราแน่ๆๆ

    ไม่นานทาง มมส.มีหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนว่าเราถูกคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ให้ส่งรายชื่อบุคลากรในกลุ่ม 5 รายวิชาคือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและสังคมศึกษา เข้าร่วมประชุม เพื่อพัฒนาศักยภาพครู ตามสภาพปัญหา เราอบรม กันถึง3 วัน เรื่องการเขียนแผนการสอนที่บูรณาการแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น(อ.วิมลรัตน์)การพัฒนาการคิด(อ.ดำเนิน ยาท้วม) การวิจัยในชั้นเรียน(อ.ทรงศักดิ์) แบ่งกลุ่มตามกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อร่วมกันทำแผนการเรียนรู้

    มีการบ้านด้วยว่า ท่านต้องทำนะเมื่อกลับไปแล้ว เราจะออกนิเทศ ..นะ  โฮ..ถึงตอนนี้คุณครูบางท่านเริ่มเครียดเลย 

   เมื่อกลับถึงโรงเรียน(เนื่องจากกลัวการนิเทศมาก) พวกเราปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ระหว่างหน่วยบูรณาการหรือหลักสูตรบูรณาการ  ในที่สุดพวกเราได้หน่วยบูรณาการ

    จากการพูดคุยกันเสียงส่วนมากให้วิชาสังคมเป็นตัวเดินเรื่อง(คิดในใจอยู่แล้วว่าต้องเราแน่นอน..ชัวร์เลย)  ไม่มีปัญหา ข้าพเจ้าให้การบ้านทันทีว่าอย่างนั้น ทุกท่านต้องเอามาตรฐาน จุดประสงค์ของหลักสูตร จุดประสงค์ที่คาดหวังมาดูด้วยกัน เราได้หน่วยวิถีชีวิตพอเพียง(สาระเศรษฐศาสตร์)

     ครูแต่ละท่านจะถูกเชิญเข้าสัมนาเป็นระยะๆ ตามกลุ่มสาระ เมื่อถึงคิวของสังคมศึกษา จากการพูดคุยกับครูที่ร่วมพบว่ายังไม่ลงมือทำอะไรเลย  ภาระงานมาก บางท่านจะทำผลงาน ทาง มมส.เชิญอาจารย์ของมมส.หลายท่านเข้าร่วมด้วย โดยเฉพาะเห็นครูเก่าด้วยคือ อาจารย์ไพบูลย์  บุญไชย ท่านยังคุยและเก่งเหมือนเดิม ท่านพูดถึงความเกี่ยวข้องระหว่างมนุษย์กับโลก  อาจารย์ทม พูดถึงการวิจัยเชิงพื้นที่ในเรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอีกท่านหนึ่ง นำเสนอการเข้าสู่บทเรียนด้วยคลิป สั้นๆ  

    ดร.ฤทธิ์ไกร  พยายามชวนครูพูดคุย (รู้สึกว่าท่านมุ่งมั่นมาก แต่เนื่องจากครูยังไม่ลงมือทำเลยไม่รู้จะคุยอะไร) ท้ายสุดพวกเราถกเถียงกันถึงกระบวนการเมื่อข้าพเจ้าพูดคุยในวงสนทนาว่า

    เด็กที่มีกิจกรรมมากๆ มักเก่งกระบวนการ แต่เมื่อสอบแล้วคะแนนไม่ดีเลย

    ครูทุกท่านสนับสนุน ยกเว้นคนเดียวที่ขัดแย้งคือ ดร.ฤทธิ์ไกร นั้นเอง พวกเราถกเถียงกันอย่างหลากหลาย ท่าน ดร.ฤทธิ์ไกร ยังยืนยัน เดิมว่าเด็กได้กระบวนการ ต้องได้ความรู้

เป็นการบ้านกลับไปให้คิด

    เมื่อกลับโรงเรียนพวกเราคุยกันอีกจะทำอย่างไร พวกเราจะพิสูจน์กับ ดร.ฤทธิ์ไกรว่า  

                  เด็กได้กระบวนการ ต้องได้ความรู้

     เมื่อ อ.อารยา อ.รังสรรค์ และศึกษานิเทศเขต3  ออกมาดูเรา เราได้แต่ให้ mind mapping หน่วยบูรณาการของเราให้ โดยไม่มีรายละเอียดใดๆเลย(ไม่อยากบอกว่า นอกจาก mind mapping แล้ว เราไม่ทำอะไรจริงๆ) และพวกเราสัญญาว่า จะลงมือทำในเทอมต่อไป

    เมื่อถึงเวลาทำจริงๆ พวกเราวุ่นวายมาก หนักใจมาก รู้อยู่ว่าบูรณาการแหล่งเรียนรู้

แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? ใช้สื่ออย่างไร? อย่างนี้ผิดไหม? กลัวไปหมดเลย...เกิดภาวะนี้นานมาก จนไม่ไหว โทรหา ดร.ฤทธิ์ไกร ทันทีว่า

จะเอาอย่างไร ในเมื่อพวกเราเป็นเช่นนี้ จะให้พวกเราเข้าไป หรือพวกท่านจะออกมาหาพวกเรา 

   งงมากเมื่อได้รับคำตอบว่า มาหาเราเลยครับ มากินข้าวเที่ยงด้วยกันครับ(เออแทนที่จะมาหาเราให้เราไปหา) ได้คำตอบเมื่อถึงที่นัดหมาย ณ.ที่ร้านอาหาร

     ยอมรับว่าตอนแรกตกใจมาก เพราะคิดว่าจะเจอแต่ ดร.ฤทธิ์ไกร คนเดียว ดร.ปราสาท ดร.ทรงศักดิ์ (แอบปิ๊งท่าน เพราะชอบท่านเขียนการใช้โปรแกรม SPSS เข้าใจง่าย พูดถึงการวิจัยในชั้นเรียน ดีมาก คือทำเรื่องยากๆ มวลความรู้มากองตรงนี้เลย เรียกว่าประทับใจ มาก ถ้าเป็นวัยรุ่นคงขอลายเซนต์ ฮา....) และอีกหลายๆๆท่าน

            ตำมักฮุง ปิ้งไก่ ต้มปลา ถูกลำเลียงมา  สิ่งที่ค้างคาใจ ถูกพวกเรา(ทั้ง5คนเลย)ซักถาม และซักถามพวกเรา จนหายข้องใจ (เหมือนบรรยาการตอนนำเสนอเค้าโครงเลย..ชอบมาก)  ยอมรับว่าพวกเราเบาตัวกลับไป  และเริ่มเดินหน้า....อย่างมั่นใจ

   ติดตามตอนที่2 :ว่าเราลงพื้นที่อย่างไรในต่อไป....วันนี้bye  bye