การนำเสนอกรณีศึกษาเป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ จากประสบการณ์การนำเสนอในครั้งที่ 1 ได้นำมาแก้ไขและกลั่นกรองออกมาเป็นความคิดรวบยอดของตนเอง ได้นำเอาหลักการทางกิจกรรมบำบัดมาใช้มาขึ้นทั้งกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด และการมองถึงกิจกรรม(Occupation)ที่ผู้รับบริการสนใจหรือกิจกรรมที่ผู้รับบริการให้ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต จะกล่าวถึงรายละเอียดกรณีศึกษา ดังนี้ค่ะ
ผู้รับบริการ เอ(นามสมมติ) เพศ ชาย อายุ 53 ปี ได้รับการวินิจฉัยเป็น Stiffness of left hand และ Closed fracture of left middle metacarpal bone มีอาชีพ รับจ้างขนส่งฟอร์นิเจอร์ มือข้างถนัด คือ ข้างขวา อาการแสดง กำมือได้ไม่สุดช่วง และมีอาการบวมบริเวณข้อต่อนิ้วชี้และนิ้วกลาง(MP and PIP joint) ความต้องการของผู้รับบริการ คือ อยากกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม
ก่อนจะพูดถึงการตั้งเป้าประสงค์และวิธีการรักษา เราจะมากล่าวถึงคำนิยามของมือมนุษย์ว่ามีความสำคัญอย่างไร? มือของมนุษย์เป็นอวัยวะที่วิเศษที่สุด สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยนิ้วทั้ง 5 นิ้ว แต่หากขาดนิ้วใดไปนิ้วหนึ่ง มือก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือหากว่ามีมากกว่า 5 นิ้ว มือก็จะใช้งานได้ติดขัดเช่นกัน
ในกรณีศึกษานี้ดิฉันได้ใช้ Canadian Model of Occupational Performance(CMOP)เป็นแนวทาง ทั้งการประเมิน การวางแผนการรักษา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน โดยโมเดลCMOPนี้มีหลักการ ดังนี้ CMOP จะยึดหลักผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง โดยจะคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ Person, Occupation, Environment
- Person : ภาวะทางด้านร่างกาย ความคิดความเข้าใจ อารมณ์ + จิตวิญญาณ
(Spiritual) คือ บุคลิกภาพที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง แสดงถึงความปรารถนา แรงขับ แรงจูงใจ จิวิญญาณที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของตนเองมากที่สุด
- Occupation : กิจกรรมที่ผูกมัดตนเองไม่ให้อยู่ว่าง ซึ่งมีความหมายต่อชีวิต มีความสำคัญ มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ได้แก่ การดูแลตนเอง(Self care), กิจกรรมหรืองานที่บุคคลทำเพื่อนตนเอง ครอบครัว สังคม เป็นทั้งงานที่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้รับค่าตอบแทน(Productivity), กิจกรรมที่เป็นองค์ประกอบของชีวิต ที่เป็นอิสระต่องานและการดูแลตนเอง เพื่อความสนุกสนาน(Leisure)
- Environment : สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว
CMOP แสดงให้เห็นถึงมุมมองของนักกิจกรรมบำบัด ต่อความสัมพันธ์ขององค์ประกอบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของแต่ละบุคคล กิจกรรม และสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่า มีองค์ประกอบของบุคคลที่สัมพันธ์กับองค์ประกอบของกิจกรรม(Occupation)และสิ่งแวดล้อม เมื่อองค์ประกอบใดเปลี่ยนแปลงไปย่อมกระทบถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
หลักการของ Client-Center อย่างคร่าว ๆ มีดังนี้
- การชี้แจ้ง เป็นการเริ่มต้นกระบวนการด้วยการพูดคุย ชี้แจ้งให้ผู้รับบริการรับทราบถึงรูปแบบการบริการที่เน้นให้ความสำคัญและเคารพการตัดสินใจของผู้รับบริการ
- การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการ พูดคุยโดยมีจุดประสงค์หลักในการทำความเข้าใจกับผู้รับบริการเพื่อให้ได้ข้อมูลการตั้งเป้าประสงค์ รวมทั้งมองเห็นแนวทางการประเมินผลลัพธ์อย่างคร่าว ๆ
- การให้ข้อมูลความรู้ จะเน้นการพูดคุยเป็นพื้นฐาน ประกอบกับการตัดสินใจเลือกเป้าหมายการรักษา รวมถึงวิธีการบำบัดที่เหมาะสม
- การตั้งเป้าหมายการรักษาโดยผู้รับบริการ เข้าใจถึงสถานการณ์จริงที่เป็นอยู่รวมถึงข้อจำกัดที่ดี
- ร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการรักษา
- ประเมินผลลัพธ์ เป็นการประเมินความก้าวหน้าของการรักษา โดยผู้รับบริการจะเป็นผู้ประเมินตนเอง
ในกรณีศึกษานี้ Person คือ ผู้รับบริการได้รับบาดเจ็บที่มือ มีความต้องการอยากกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม ดิฉันได้ประเมินถึงความสามารถในการใช้มือทำกิจกรรมของผู้รับบริการ พบว่า มีข้อจำกัดความสามารถในการใช้มือ เนื่องจาก มีอาการเจ็บ(Pain), บวม(Edema), มีการจำกัดของการเคลื่อนไหว(Limited ROM), กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง(Muscle weakness) ส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้ จึงร่วมกับผู้รับบริการต้องเป้าประสงค์การรักษา เพื่อฟื้นฟูความสามารถของผู้รับบริการ
เห็นได้ชัดค่ะว่าผู้รับบริการมีความก้าวหน้าในการเปลี่ยนแปลงไปทางบวก เช่น ทัศนคติ แรงจูงใจในการรักษา การตอบสนองต่อการฟื้นคืนความสามารถ สุดท้ายรับบริการสามารถกลับไปทำงานได้
Case-Smith. Outcomes in hand rehabilitation using occupational therapy services. American Journal of Occupational Therapy, 57, 499–506.
เนื่องด้วยระยะเวลาฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกมีระยะเวลาจำกัด หลังจากประเมิน และตั้งเป้าประสงค์ ผู้รับบริการได้มารับการบำบัดกับดิฉันเพียงสองครั้ง และไม่มีโอกาสได้ประเมินความก้าวหน้าค่ะ
วิธีการรักษาทางกิจกรรมบำบัดของกรณีศึกษารายนี้ มีดังต่อไปนี้ค่ะ
- การลดอาการเจ็บขณะทำกิจกรรม : Active exercise เป็นวิธีการที่ให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวมือของผู้รับบริการด้วยตนเอง ซึ่งจะให้การบำบัดรักษาด้วยการทำกิจกรรม
- การลดบวม : Retrograde massage technique เป็นวิธีการนวดโดยวางศอกไว้บนโต๊ะตั้งตรง เริ่มนวดจากบริเวณปลายนวดแล้วรูดลงมาบริเวณฝ่ามือ และข้อมือ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคง่าย ๆ ที่สามารถแนะนำให้ผู้รับบริการนำไปใช้ในขณะอยู่ที่บ้านได้ คือ Elevation เป็นการจัดท่าทางของแขนที่บวมให้อยู่สูงเหนือกว่าหัวใจ เช่น เอาแขนวางไว้บนหมอน
- การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อนิ้วมือ : Active stretching และ Passive stretching ผู้บำบัดเคลื่อนไหวข้อต่อนิ้วของผู้รับบริการในท่างอ เหยียด และกางนิ้ว เทคนิคที่สอง คือ Prolong passive stretching
- เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ : Active exercise และ Active resistive exercise ให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวมือด้วยตนเองผ่านการทำกิจกรรมที่มีแรงต้านมาเกี่ยวข้อง เช่น กิจกรรมการบีบดินน้ำมัน หรือ ใช้นิ้วบิดดินน้ำมันออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือให้มีแรงมากขึ้น เมื่อผู้รับบริการมีกำลังของกล้ามเนื้อมือเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะเพิ่มความหนืดของดินน้ำมันมากขึ้นไปเรื่อย ๆ
- เพิ่มความคล่องแคล่วของมือ : กิจกรรมการรักษาที่ใช้ คือ Peg board เมื่อผู้รับบริการมีความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น จะลดขนาดของ Peg board และลดระยะเวลาในการทำกิจกรรม
Hunter JM, Mackin JE, Callahan AD. Rehabilitation of the hand surgery and therapy In: Hunter JM, Mackin JE. Edema: Techniques of evaluation and management. 4th ed. USA: Maple Vail; 1994. p.77-84.
เมื่อได้ฟื้นฟูความสามารถของผู้รับบริการ ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ระยะสั้นแล้ว ผู้รับบริการมีความสามารถในการทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่เป้าประสงค์ระยะยาว คือ การกลับไปทำงาน ก่อนผู้รับบริการจะกลับไปทำงาน ต้องมีการประเมินงานที่ผู้รับบริการทำว่าเป็นอย่างไร ต้องใช้ท่าทางใดและองค์ประกอบใดบ้างที่สำคัญต่อการทำงานนี้ เพื่อจะเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้รับบริการก่อนกลับไปทำงานและใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างไร้ข้อจำกัด
สุดท้ายนี้จึงขอขอบคุณอาจารย์มาลัย และอาจารย์เฉลิมรัตน์ ที่เป็นผู้ให้ความรู้และคอยแนะนำวิธีการต่าง ๆ ในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องในทางกิจกรรมบำบัด และขอบคุณโรงพยาบาลเลิศสินที่เป็นสถานที่ในการฝึกปฏิบัติงานในครั้งนี้ สำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือคุณกรณีศึกษาที่ให้โอกาสกับนักศึกษาได้ฝึกทักษะวิธีการต่าง ๆ ในการปฏิบัติจริง ดิฉันสัญญาว่าจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำมาพัฒนาตนเองให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นและเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ดีในอนาคต