โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* ผมตั้งใจจะนำเรื่องนี้ลงบล๊อคหลายวันแล้ว เผอิญยุ่งอยู่กับงานของอาจารย์วิมล ภรรยาของเพื่อนรัก..ซึ่งจากไปก่อนวัยอันควร..บัดนี้คงได้เวลาแล้ว..ขอให้นักอ่านทุกท่านติดตามได้ ณ บัดนี้.

๑๓๐ วัน ในบังคลาเทศ.

พิมพ์เมื่อ ๒๐ ส.ค. ๕๓.

แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ ๓๐ ม.ค. ๒๕๕๕.

กล่าวนำ.    

ที่จริงผมได้พิมพ์เรื่องนี้ไปแล้วสามปีก่อน. ในชื่อเรื่อง..เมื่อผมไปทำงานที่บังคลาเทศ. ผมยังไม่เคยส่งให้ใครอ่าน หรือพิมพ์ออกจำหน่ายแต่อย่างใด? เหตุที่ทำให้ผมต้องกลับมาพิมพ์อีกครั้ง แถมยังเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ก็เป็นเพราะความไม่ประสีประสาของผม  ในการลอกตัวเรื่องมาลงยังแฟล๊ชไดร๊ฟ์ พอกดเชคดูซ้ำไป-ซ้ำมาก็เป็นอันว่าชำรุดแบบถาวร  ไม่สามารถแก้ไขได้เลย.เสียดายสิครับ เพราะพี่แกสูญพันธ์เลยนี่นา ! ผมคิดว่าจะปล่อยทิ้งไปเลยแต่ก็กระไรอยู่เพราะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเข้าไปเป็นตัวเอกเสียด้วยสิครับ..มาลองอ่านดูแล้วท่านจะรู้ว่า. เออ..จริงเสียด้วยสิ.ความจริงการไปทำงานที่ต่างประเทศนั้นผมเคยไปทำมาแล้วถึงสองครั้ง  จริงสิครับ.   

๑.ผู้เขียนเองครับ. - ทำงานที่ห้องเครื่องยนต์.ปี ๒๕๑๖.

 * ช่วงปีพ.ศ.๒๕๑๖ ผมยังเป็นจ่าเอกครับ ประจำที่กองร้อยปืนใหญ่ที่ ๓ พันป.ผส.นย. สัตหีบ.  ผมได้ไปศึกษาและดูงานครั้งแรก..ที่แค๊มป์เลอจูน , คาโรไลน่าเหนือ  ประเทศสหรัฐอเมริกา Camp Lejeune , North Carolina USA. ในหลักสูตรซ่อมบำรุง  รถยนต์ทหารขนาด ๒ ๑ /๒ ตัน เป็นหลักสูตรระดับอินเทอร์มิเดียทIntermediate.เรียนจบก็ต้องฝึกงานต่อเป็นเวลา ๑ เดือนที่เรียกว่า OJT.= On the job training.แน่นอนครับทางนาวิกโยธินอเมริกันได้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย Per Diem. แหม ! มิได้มากมายอะไรนักหรอกครับ  เพราะสมัยนั้นผมได้วันละ สองเหรียญเท่านั้นเอง  ! แต่กินอยู่ฟรีทุกครับว่าไปแล้วก็ดีตรงนี้เอง..ใครไม่ชอบของฟรียกมือขึ้น !

 ** ช่วงปลายปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ต่อปี ๒๘ ตอนนั้น ผมเป็นพันจ่าเอกแล้วครับ แต่ยังประจำอยู่ที่กองพันทหารราบที่ ๘ ผส.นย.สงขลา. หลายปีต่อมา.ทางกองทัพเรือได้อนุมัติให้ขึ้นตรงกับกองพลนาวิกโยธิน.  ผมเป็นนายทหารชั้นประทวนท่านแรกของหน่วยนี้  ที่ได้ทุนกองทัพเรือไปศึกษาและดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา.เป็นครั้งที่สองของผม.ที่หน่วยนี้มีนายทหารสัญญาบัตรเดินทางไปก่อนผมสองท่านตามลำดับ น.ต.ศุภนิตย์ จูฑะพุธิ รน.ผู้บังคับกองพันในขณะนั้น ขณะเขียนเรื่องนี้ท่านเกษียณอายุในยศพลเรือโท. 

๒.ผู้เขียนทำงานในห้องเครื่องยนต์. - ที่แค๊มป์เดลม่า. ปี ๒๕๒๘.

ท่านที่สองคือ ร.ท.ต่อบุญ ไกรฤกษ์ รน.ผบ.ร้อยปืนเล็กที่สอง. ขณะเขียนเรื่องนี้ท่านเป็นพลเรือตรี. ผู้เขียนเองมีโอกาสไปเรียนพร้อมกันถึงสองหลักสูตร หรือที่เรียกกันว่า..ทู อิน วันTwo in one.ไม่ใช่ครับ.ใครบอกว่าแชมพู  ?  ผมได้ไปอบรมภาษาอังกฤษเพิ่มเติม  ที่ศูนย์ภาษาของกองทัพอากาศสหรัฐฯ แซนด์แอนโทนิโอ ลั๊คแลนด์ แอร์ฟอร์ซเบส , เท๊กซัส.  Sanantonio LAFB , Texas. ประมาณสี่เดือนครับ  ที่ศูนย์แห่งนี้เขาจัดให้มีการสอนหลายภาษา  เพราะมีนักเรียนมาจากทั่วทุกมุมโลก ประมาณ ๕๖ ประเทศ. ที่นี่ผมเรียนอย่างเดียวจริงๆ และได้มาต่อในหลักสูตรซ่อมบำรุงรถสายพานสะเทินน้ำสะเทินบก  ขั้นพื้นฐาน. Basic AAV. Repairman. Sch.Bn ,Camp Pendleton California.ร่วมกับทหารนาวิกโยธินอเมริกัน มาจากหน่วยต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา.ที่กองพันโรงเรียน แค๊มป์เพ็นเดิลตั้น แคลิฟอร์เนียร์. เรียนจบแล้วผมต้องมาฝึกงานต่อที่หน่วยนย.อม.อีก ๑เดือน.ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ๗ เหรียญยูเอส ดอลล่าร์ กินอยู่ฟรีเหมือนเดิมครับ.น่าเสียดายจริงๆครับที่ผมกลับไปเรียนที่นั่นในครั้งที่สาม การฝึกงานได้ถูกตัดงบออกไป แถมพอกลับถึงเมืองไทยยังถูกย้าย  มาประจำที่สัตหีบแบบถาวรเลยครับ...สำหรับผมน่ะเหรอ ?  บ่ย่านดอก..ที่ไหนก็ได้ ? เพราะผมสามารถทำงานให้เขาได้.

๓. ผู้เขียนไปรับงานบนเรือช่วงวันหยุด. - ที่ศรีราชา.

ผมยังมีโอกาสได้มาสะสมประสบการณ์  ในการทำหน้าที่ล่ามในการฝึกร่วมผสมบ้าง  เป็นเจ้าหน้าที่ติดต่อ ในการแข่งขันกระโดดร่มนานาชาติบ้าง.แอบไปเป็นล่ามรับจ้างในการสำรวจน้ำมันในอ่าวไทยบ้าง. พอปีกกล้าขาแข็งแล้ว   ผมเริ่มมองงานบริษัททันที  สาเหตุน่ะเหรอครับ ? อ่านดูแล้วท่านอาจจะเห็นใจผมบ้าง.ไม่มากก็น้อย.เช่น ผมไม่เคยถูกจัดให้ไปราชการที่ไหนเลย ? เจ้านายมักพูดเสมอๆว่าเฮ้ย ! ลื้อไปเรียนช่างมาจากต่างประเทศถ้าไปราชการแล้วเวลารถเสียใครจะซ่อมทำล่ะ ? ผมยังจำได้ดีครับเพราะผมถามกลับไปบ้างว่า ถ้าผมตายแล้วใครจะมาซ่อมทำครับ ?ผู้พันคนดีของผมเงียบกริบเลยครับ! ที่จริงการที่หน่วยส่งคนไปราชการนั้น ผบ.หน่วยสามารถส่งไปแต่ชื่อก็ได้เรื่องแบบนี้ หลายๆหน่วยเขาก็ทำกันทั้งนั้น.ลูกน้องก็จะได้รับเบี้ยเลี้ยงและสิทธิต่างๆ แถมยังทำงานให้หน่วยด้วยความตั้งใจอีกต่างหาก.ถ้าแค่นี้คิดไม่ได้ละก็ !ไม่น่าจะมาทำหน้าที่ผบ.หน่วยเลยให้คนอื่นมาทำแทน  ไม่ดีเหรอผู้พัน ?

๔. กับเพื่อนร่วมงานต่างบริษัทฯ. - ในพื้นที่สัตหีบ. ปี ๒๕๓๙.

ก่อนไปบังคลาเทศ - ครั้งแรก.

ถ้าผมลาออกไปทำงานบริษัทฯ ผมน่าจะมีรายได้มากกว่าการเกาะสมอกิน และอีกหลายๆเหตุผลครับ. ซึ่งในที่สุดผมตัดสินใจลาออกจากกองทัพใน ๑ ม.ค. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา  เขาบอกกันว่า เวลาที่ชายไทยจะทำการบวชนั้นมักจะมีมารมาผจญ แต่ผมเองยังไม่เคยบวชมาก่อนจึงไม่ทราบว่า มารพวกนั้นเป็นอย่างไร ?สาเหตุสำคัญที่ผมยังไม่มีโอกาสได้บวชนั้น.เพราะเรื่องคิวบวชต่างหาก รับราชการใหม่ๆก็ต้องไปเข้าคิวบวชตามต้นสังกัด เอ้า !พอจะถึงคิวหลวงพี่บ้าง.เออ..เจ้านายย้ายให้ไปช่วยราชการที่หน่วยอื่นเสียนี่ ใช่ครับต้องไปเข้าคิวที่โหล่ เริ่มนับหนึ่งใหม่.ท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมครับว่า ?กว่าผมจะออกมาได้  ผมต้องพบกับมารผจญพอสมควร.แม้มารเหล่านี้จะต่างกับมารศาสนาก็ตาม ! ลองอ่านดูน๊ะครับ..* เพื่อนซี้ของผมแท้ๆยังบอกเพื่อนๆว่าเฮ้ย ! ผมว่ามันคงจะไปไม่รอดแน่ๆไม่เชื่อให้คอยดู..พี่แกพูดเสียงดังว่า..กูว่าไม่เกินสามเดือนต้องถูกบริษัทฯไล่ออกแน่ๆ ผมไม่เคยบอกใครเลยครับว่าความจริงนั้นผมเป็นคนที่ชอบทำงานครับ  Working Man.สมัยที่ผมประจำอยู่ที่สงขลานั้น ผมเคยลาพักร้อนครับแต่ยังไม่ครบกำหนดเลย   ผมต้องกลับมาทำงานก่อนเพราะไม่สามารถอยู่บ้านเฉยๆได้   ภรรยายังบ่นไม่เลิกกับการกระทำของผม  ในครั้งนั้น. ช่วงที่ผมย้ายกลับมาประจำที่สัตหีบแล้ว.. ผมมักจะแอบไปจับงานนอกที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเสมอๆ Sideline.เช่นแอบไปเป็นล่ามบนเรือสำรวจน้ำมันกลางอ่าวไทย , แอบไปเป็นลูกมือขุดเจาะน้ำมันบนเรือที่ศรีราชา  และที่นายโกรธผมมากที่สุดคือแอบไปเป็นล่ามในการฝึกร่วมผสมค๊อบบร้าโกลด์.

๕. พาจนท.บริษัทไปเที่ยววันหยุด. - ที่บางแสน. 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าช่วงปีไหน ? แต่ยังจำได้ดีว่ารับค่าจ้างวันละ ๖๐๐ บาท มากกว่าการไปเป็นล่ามให้กับหน่วยหลายเท่าตัวจริงๆครับ. ผมรับค่าตัวในการเป็นล่ามให้หน่วยวันละ.ผมว่าท่านทายไม่ถูกหรอกครับ.ห้าสิบบาทครับผมยืนยันว่าถูกต้อง.ที่สำคัญยอดที่ทางจัสแมคจ่ายมาจริง ไม่ทราบว่าไปแอบอยู่ในกระเป๋าเจ้านายตัวไหน ?ผมลาออกมาแล้วข้าราชการรุ่นน้องผมได้รับเต็มๆครับวันละ ๑,๕๐๐ บาท  อยากถามว่าห่างกันกี่เท่า ? ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ  พอประสบการของผมเพิ่มมากขึ้นผมจึงขอไปจากกองทัพทันที.  ผมทำงานกับบริษัทฯได้ประมาณสิบปีจึงต้องเกษียณครับ เพื่อนคนนี้จึงต้องผิดหวัง.เพราะงาน บริษัทฯนั้นเขาเกษียณอายุที่ ๕๕ ปี เท่านั้น ! ไม่เหมือนงานราชการซึ่งเกษียณอายุตอน๖๐ ปี  แต่ปัจจุบันนี้มีการเปิดให้เกษียณอายุกันก่อนกำหนด  ด้วยการนำเงินและยศมาล่อใจ ที่เรียกกันว่า..เออร์รี่รีไทร์. *** ผบ.ร้อยโดยตรงของผม  ท่านยังอุตส่าห์ให้โอกาสผมเสียด้วยน๊ะ  ผมยื่นใบลาออกแล้วผมก็ลาพักร้อนบ้าง    ลาป่วยบ้าง  ลากิจบ้าง รวมทั้งสิ้นสี่เดือนเต็มๆ..ต้องเอาให้คุ้มหน่อยไหนๆก็ตั้งใจออกแล้วนี่นา.

๖. นั่งเรือเล็กไปทำงานบนเรือขุดน้ำมัน. - ที่ศรีราชา. 

                                                                                                                                                         

ผมเริ่มทำงานบริษัทตั้งแต่ ๑ ก.ย.๒๕๓๙ เวรยามน่ะเหรอครับ ?ผมจ้างแบบผูกขาดไปเลยครับ ผบ.ร้อยให้คนมาบอกว่าถ้าผมทำงานไม่ได้  ให้กลับไปทำงานราชการต่อ เพราะจะยังไม่ส่งเรื่องลาออกไปตามสายงาน. ขอขอบพระคุณย้อนหลังน๊ะครับ.ที่เป็นห่วงผม.แต่ผมฝากบอกกลับไปว่ากรุณายื่นเรื่องไปเถอะครับ เพราะผมตั้งใจจะลาออกจริงๆพอครบสองเดือนแล้วท่านตัดชื่อผมออกจากเวร - ยามเลยครับ. เออ..อย่างน้อยผมก็ประหยัดได้ ครั้งละ ๒๐๐ บาท.  แม้ว่ามือปืนของผมจะต้องเสียรายได้ไปลาก่อนครับผู้กอง. ยศขณะนั้น-นต.ดิถี  มั่งศิริ รน. ต่อมาท่านได้เกษียณอายุในยศ..นาวาโท.มาถึงบรรทัดนี้ เอาเถอะครับใคร ?จะกล่าวหาว่าผมเอาเปรียบทางราชการผมไม่ว่าครับ  แต่แหม ! เวลาที่หน่วยไม่ยอมส่งผมไปราชการที่ไหนเลย กลับไม่มีใครว่าหน่วยเลยน๊ะ ! การกระทำดังกล่าวนั้น  ทำให้ผมมีรายได้ จากเงินเดือนหลวงรวมกับเงินเดือนบริษัทฯอย่างละสี่เดือนประมาณ หนึ่งแสนสามหมื่นบาท แม้ว่าจะไม่มีกบข.เหมือนคนอื่นๆ ผมว่าควรเป็นเงินชดเชยที่ผมไม่เคยได้ไปราชการเลยน่าจะถูกต้องน๊ะครับ. **** ผู้บังคับกองพันของผมเองท่านก็ไม่อยากให้ผมลาออกครับ ฟังท่านพูดสิครับผมบอกว่า..ผมไม่เคยได้ไปราชการที่ไหนเลย ?ท่านใจถึงครับและสวนมาว่า..ผมให้คุณไปราชการตั้งแต่ ตุลานี้เลยเอ้า ! ขอบคุณครับผมตัดสินใจแล้วครับผู้พัน ในที่สุดเราก็จากกันด้วยดีครับ..นท.ชวลิต  จาดฤทธิ์ รน.ยศขณะนั้น.ลาก่อนครับผู้พัน.

๗. บริษัทส่งไปประสานงานค๊อบบร้าโกลด์. - ที่พิษณุโลก. ปี ๒๕๔๐. 

ขณะเขียนเรื่องนี้ท่านกำลังรอการติดยศนายพลเรือครับ. ***** ในจำนวนนี้ผมประทับใจเพื่อนรุ่นน้องคนนี้มากกว่าใครเลยครับ..ฟังมันพูดดูสิครับ..พี่โตแกโง่ว่ะลาออกไปทำไม ? แกกินเงินเดือนหมื่นกว่าแล้ว ออกไปทำงานเงินเดือนหมื่นกว่าก็พอพอกัน เป็นผมผมไม่ไปหรอก.ดูไอ้เหลิมมันพูดสิครับ ตัวเองโง่อยู่แล้วยังจะชวนคนอื่นโง่ตามอีกต่างหาก สงสัยพี่แกจะจำมาจากนิทานอีสป เรื่องลูกแกะกับหมาป่า.พี่เหลิมแกไม่คิดว่าผมได้เงินบำนาญอีกแปดพันเศษๆ  เงินเดือนและโอทีที่ผมได้รับนั้น ประมาณหมื่นเก้า รับสองยอดเป็นเงินประมาณ..สองหมื่นเจ็ด  ผมว่าในพ..นั้นน่าจะมากกว่าระดับผบ.พันเสียด้วยซ้ำ.ต่อมายุคฟองสบู่แตก ผมกลับจากบังคลาเทศและมีโอกาสแวะมาเยี่ยมเพื่อนๆ  จึงทราบอีกว่าไอ้เหลิมหันมาชมผมอีกแล้วโดยบอกว่า..เออ..พี่โตแกฉลาดน๊ะ..พอรู้ว่าฟองสบู่จะแตกพี่แกรีบลาออกเสียก่อน  เป็นช่วงที่ไอ้เหลิมแวะมาตรงนั้นพอดี. ผมเลยพูดขึ้นบ้างจนไอ้เหลิมอายครับ.รู้จักอายเสียบ้างก็ดีน๊ะ. พี่เหลิมลุกขึ้นเดินหนีหน้าผมไปเลยถ้าเป็นท่านยังจะอยู่หรือหนีไปดีล่ะ ?ลองฟังผมพูดบ้างผมตะโกนขึ้นดังๆว่า..เออตกลงกูเลยไม่รู้ว่ากูโง่หรือฉลาดกันแน่ ? เดียวมันก็ว่าโง่เอ้า.! เดี๋ยวมันกลับมาว่าฉลาด.ผมขอจบเรื่องพี่เหลิม ก่อนน๊ะ  อ่านแล้วจะทำให้ปวดสมองเปล่าๆ.

๘. แปลการใช้เครื่องมือ สเตไอ๊ซ์. STE-ICE. - ที่กองร้อยต่อสู้รถถัง.นย.

ก่อนผมจะไปทำงานที่ต่างประเทศนั้น เป็นเพราะหลังจากที่ผมป่วย ด้วยโรคกระดูก. จนทำให้เดินไม่ได้เสียหลายวัน  ผมกลับมาทำงานที่ต้นสังกัด. ก่อนจะลาออกนั้น. ผมเป็นหัวหน้าช่างซ่อมประจำอยู่ที่ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก  กองพลนาวิกโยธินฯผู้พันได้เรียกผมไปพบเพื่อจะให้ไปแปลเรื่องรถฮัมวี Humm Vee.ที่กองร้อยต่อสู้รถถังนย.ผมไม่ขัดข้อง.ใช่ครับ.ตอบแบบมั่นใจเพราะเคยมาแปลให้กับหน่วยนี้ ๑-๒ ครั้งแล้ว.ผมด้ไปประสานงานกับทหารนย.อม.ในค่ายแสมสาร.  ช่างเผอิญครับที่ผมมีโอกาสไปพบกับว่าที่เจ้านายใหม่ของผม  เขาทำงานบริษัทฯแห่งหนึ่งอยู่แถวๆสี่แยกเกษมพล   เขานัดแนะให้ผมมาพบเพื่อจะได้พูดคุยกับเจ้าของบริษัทฯ ดังนั้นช่วงเย็นวันเดียวกัน..เขาจึงได้เชิญผมไปสมานความสัมพันธ์กันที่ร้านสีฟ้า เหล้าหมดไปหนึ่งกลมและเขายินดีรับผมมาร่วมงานด้วย  โดยเขารับปากว่าจะให้ผมเริ่มต้นด้วยเงินเดือนละ๑๘,๐๐๐ บาท.ในพ.ศ.นั้น. มากกว่าเงินเดือนผบ.พันเสียด้วยสิ  ! ถ้าจำไม่ผิดพ.ศ.นั้น ผบ.พันรับประมาณหมื่นเจ็ดพันบาท..เท่านั้น !ผมลากิจเพื่อไปร่วมฝึกงานด้วย เพื่อจะดูว่าตัวเองสามารถทำงานร่วมกับบริษัทได้หรือไม่ ? ที่ผมอยากไปทดลองงานด้วย  ก็เพราะผมเป็นคนขี้กลัวครับ ! กลัวว่าจะไม่สามารถทำงานให้เขาได้ผ่านการฝึกงานครบ ๗ วันแล้วผมรีบกลับมาลาออกทันที  เพราะงานดังกล่าวนั้น..หมูมากสำหรับผม..A piece of cake.    

๙. ผู้เขียนประสานงานย้ายแท่นเจาะ. - จากกม.สิบไปท่าเรือจิตตะกอง. บังคลาเทศ.ปี ๒๕๔๐.

ช่วงฝึกงานผมได้ไปควบคุมงานสร้าง และต่อเติมต่างๆ    ไปควบคุมการนำปูนซิเมนต์ลงเรือที่ท่าเรือแหลมฉบังบ้าง ท่าเรือสัตหีบบ้าง.ที่สำคัญนั้นคือต้องนำเอกสารต่างๆให้ลูกค้าต่างชาติเซ็นต์  เพื่อนำเอกสารมาแนบเบิกเงิน งานต่างๆมิได้ยากเหมือนที่คิดไว้เลย  เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอแล้ว  สำคัญที่ภาษาต่างหาก. เพราะนายจ้างที่จะต้องเซ็นต์เอกสารนั้นเป็นชาวต่างชาติ  หลายคนทำไม่ได้  เพราะตรงนี้ต่างหาก.พอกลับจากการฝึกงานแล้วเจ้าของบริษัทฯได้มาขอให้ผมไปช่วยทำหน้าที่ล่ามให้กับนย.อม.ที่มาฝึกร่วมผสม สาเหตุเพราะ คนเก่าได้ลากระทันหัน. ปรากฏว่าผมสอบผ่านครับ. ผมจึงมาร่วมงานอย่างเต็มตัวเมื่อ ๑ ก.ย.๒๕๓๙ บริษัทนี้อยู่แถวๆแยกเกษมพล.  ผมได้มารับตำแหน่ง  Senior Supervisor.ผู้ประสานงานอาวุโส.  ผมทำงานแถวๆพื้นที่สัตหีบเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ. ทางต้นสังกัดเดิมของผมเคยนำทหารและข้าราชการไปฝึกเดินทางไกล ช่วงนั้นผมออกมาคุมงานที่ยาร์ดของดอยแท๊คฯ ก..สิบDeutag. เพื่อนๆหลายคน ยังตะโกนเรียกผมกันยกใหญ่.นานๆครั้งเลยไปทำแถวท่าเรือแหลมฉบังบ้าง , บ่อวินบ้าง. และที่ท่าเรือสัตหีบบ้างตามที่ลูกค้าร้องขอมา  By your requested.  ครั้งสุดท้ายผมได้มาควบคุมการรื้อถอนและขนย้ายแท่นเจาะน้ำมัน ซึ่งได้วางกองไว้ที่ยาร์ดของบริษัทดอยแทค ฯ จากประเทศเยอรมันนี. ที่บ้านกิโลสิบ.     

๑๐. ผู้เขียน  ควบคุมการย้ายอุปกรณ์ของบริษัทดอยแท๊คฯ. - ที่บ้านกิโลสิบ. ปี ๒๕๔๐.

คุณไพโรจน์ จากบจก.พี จี  ลอยีสติคส์ PG. Logistics , Ltd.เป็นผู้ที่ประมูลการขนย้ายในช่วงแรก  ได้บรรทุกจากก.ม.สิบแล้วนำไปลงเรือที่ท่าเรือมาบตาพุด  ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี. อีกสาม-สี่เดือนต่อมาจึงมีการขนครั้งที่สอง. ครั้งนี้ต้องรอเรือเป็นเวลานาน ทางลูกค้าจึงส่งของไปลงเรือที่ท่าเรือภูเก็ต.โดยมีปลายทางอยู่ที่ท่าเรือจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศโน่น ! แฟนของพี่แดงเป็นผู้ประมูลงานขนย้ายด้วยเทรลเลอร์ ทั้งสองครั้ง.  ก่อนเริ่มงานซ่อมทำ และขนย้ายจริงทางบริษัทฯได้จัดเลี้ยงลูกค้าเยอรมัน.โดยนำเสมียนสาวๆมา  คอยแกะกุ้งให้กับลูกค้าผมมีส่วนร่วมด้วย. งานเลี้ยงผ่านไปด้วยดีและที่สำคัญลูกค้าประทับใจมากครับ  งานขนย้ายจริงๆนั้นใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนครับ. พอขนย้ายเสร็จเจ้านายผมเลี้ยงอีกมื้อครับ สบายกันทุกฝ่ายครับ ! พออุปกรณ์ไปหมดแล้วทางลูกค้าต้องการช่างเชื่อมไทย ไปทำงานที่ประเทศบังคลาเทศด้วย  ที่จริงผมว่าช่างเชื่อมไทยนั้นฝีมือไม่เป็นรองชาติใดใด ?ในเอเซียเลยน๊ะ. ดังนั้นช่างเชื่อมไทยชุดแรกจึงถูกส่งไปทำงานที่ประเทศบังคลาเทศตามที่ลูกค้าขอมา.ประมาณหนึ่งเดือนต่อมาทางช่างเชื่อมถูกส่งตัวกลับมาทั้งหมดเปล่าครับ.งานยังไม่หมด.แท่นเจาะน้ำมันที่นั่นได้เกิดระเบิดขึ้นเสียก่อน สาเหตุเพราะมีน้ำมันและก๊าซมหาศาล ทำให้ไม่สามารถระบายออกมา  ตามท่อทางที่กำหนด. ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต.

๑๑. แท่นเจาะที่ก๊าซระเบิด ไฟไหม้ทั่วบริเวณ - เป็นแอ่งจนน้ำขังอุปกรณ์จมน้ำทั้งหมด.

มีแก๊สพุ่งขึ้นมาอย่างมหาศาล  ถ้าไม่มีน้ำต้านไว้น่ากลัวการระเบิดเป็นอย่างมาก. การขนย้ายช่างเชื่อม  ทำด้วยความลำบากครับเพราะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องนั่นเอง !  แต่ก็ยังดีครับที่ทุกคนสามารถเอาตัวรอดและกลับมาได้โดยปลอดภัย. ช่วงนั้นผมดูดวงชะตาจากหนังสือต่างๆหลายๆเล่มบอกตรงกันว่า  ผู้ที่เกิดราศีนี้จะมีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศ. เออ..เมื่อไรล่ะพี่หมอ ?ช่วงการฝึกค๊อบบร้าโกลด์ของทุกปีได้มาถึงอีกครั้งและทางบริษัทฯได้งานที่พิษณุโลก เจ้านายจึงส่งผมไปประสานงานที่นั่นโดยให้รถใช้ ๑ คัน พักที่โรงแรม พร้อมอาหารเช้า  ผมจำไม่ได้ว่าได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือไม่ ? หลายๆบริษัทมักจะไม่เสนอเรื่องเบี้ยเลี้ยงให้กับพนักงาน. ก็เอาเปรียบพนักงาน  นั่นแหละ ! พอพนักงานทวงถามหาสิทธิ์เออ..พี่แกมักจะทำอ้อมแอ้ม..อ้อมแอ้ม บางทีพาลโกรธพนักงานเสียด้วยน๊ะ. ผมจึงได้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก กลับมาเกือบเสียเมีย ! มิได้ครับ..เมียผมมิได้มีชู้อย่างที่ท่านคิดล่วงหน้าหรอกครับ. เธอป่วยหนักนอนรอความตายอยู่ที่รพ.ใหญ่แห่งหนึ่ง  แถวๆก.ม.สิบ.เพื่อนบ้านช่วยนำไปส่งแต่ทางรพ.ไม่ได้สนใจเพราะ. ญาติหรือสามียังมิได้แสดงตัวทางรพ.เกรงว่าจะไม่ได้ค่ารักษาครับ. พองานจบผมกลับมาเดินเรื่องเบิกเป็นคนไข้ใน   เออ.ทีนี้หมอเดินหน้ารักษาเต็มที่เลยครับ.  เราเกือบจะจากกันก่อนวัยอันควรเสียแล้วสิ.

๑๒. ครอบครัวผู้เขียนที่บ้านหลังใหม่เริ่มผ่อนตอนลาออก.- ขณะเขียนเป็นไทแล้วคร๊าบ. ปี๒๕๔๐.

ช่วงนั้นที่บ้านผมยังไม่มีโทรศัพท์ เราจะนัดกันให้แฟนไปรอแถวบ้านเพื่อนแล้วโทรหากันโดยเจ้าของบ้านยินยอม แต่เอาเข้าจริงๆพอใกล้เวลานัด หล่อนปิดบ้านหนีไปที่อื่นเสียก่อน..เอ้า!ทีแรกทำไมเสนอให้เราโทรมาก็ไม่ทราบ.  ผมสังหรณ์ใจอย่างไรไม่ทราบ ? พอจบงานรีบบึ่งรถมาจากพิษณุโลกทันที คิดถึงทีไรยังใจหายอยู่เลยครับ.เรื่องที่หมอดูทายไว้ผมไม่เคยเชื่อเลยครับ. ก็ตอนรับราชการอยู่นั้นผมไปศึกษาและ ดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาถึง ๕ หลักสูตรแล้วนี่นา. ผมลาออกจากราชการแล้วด้วย  จะมีทุนที่ไหนให้ผมสอบอีกล่ะ ? ยังไงๆผมก็ไม่เชื่อเรื่องดวงหรอกครับ แต่ไม่เคยฝืนดวงเลยน๊ะ.  บ่ายวันหนึ่งผู้จัดการเรียกตัวผมไปพบ และถามว่าเออพี่..ถ้าผมจะส่งพี่ไปทำงานที่ประเทศบังคลาเทศพี่จะขัดข้องหรือไม่ ?ครับผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า.ไปได้ครับ. ทำไมจะต้องคิดด้วยล่ะ ? ก็แหม ! อยู่ที่ไหนๆก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น.  ถ้าได้ไปทำที่ต่างประเทศก็จะมีรายได้เพิ่มมากกว่าทำในประเทศเสียอีก.ไม่เอาหรือไง ?ผมถามตัวเอง.  เรื่องได้เงียบหายไปประมาณหนึ่งเดือนครับ..ผมแอบมาถามนางจิ๋วว่า เมียตัวจริงเสียงจริง.ถ้าพี่ต้องไปทำงานต่างประเทศ  ควรจะเรียกค่าตัววันละเท่าไรดี ? เรามาจบลงที่วันละหนึ่งพันบาท ไม่โลภเสียด้วยน๊ะ  ที่จริงควรเรียกมากกว่านั้น.

 ๑๓. ผู้เขียนไปประสานงานค๊อบบร้าโกลด์. - ที่พิษณุโลก. ปี๒๕๔๐. 

หลายวันต่อมา ทางลูกค้าได้ติดต่อมาที่บริษัทฯ  เพื่อให้จัดช่างเชื่อมกลับไปทำงานอีก  เที่ยวนี้เขาขอให้ทางบริษัทฯ จัดผู้ที่พูด-เขียน-อ่านภาษาอังกฤษได้ ร่วมทีมไปกับช่างเชื่อมด้วย เพื่อทำหน้าที่ประสานงานเพราะเขามีแท่นเจาะอยู่ตามเมืองต่างๆหลายแห่ง  ผมและช่างเชื่อมที่เกี่ยวข้องจึงถูกเรียกเข้าประชุมในบ่ายวันถัดมา.  ระหว่างประชุมผมได้ถามทางผู้จัดการว่า ตกลงถ้าผมไปได้ทางบริษัทฯจะจ่ายค่าตัววันละเท่าไร ? เออ..พี่แกทำเป็นคิดอยู่นาน.ก่อนจะตอบ.ผมให้พี่ได้วันละ๑,๕๐๐ บาท.พันห้าร้อย.ผมรีบตอบตกลง ด้วยเสียงอันดัง. ที่จริงผมได้ปรึกษากับนางจิ๋วไว้เพียงวันละหนึ่งพันบาทเท่านั้น !  ดีหรือไม่ ? ถ้าผมจะบอกว่าเหมือนส้มหล่นเพราะดูแล้วได้มากกว่าที่เราคิด.แต่จริงๆแล้ว  มิได้เป็นเช่นนั้น. เท่านั้นยังไม่พอน๊ะ ! ทางผู้จัดการบอกอีกว่า  ถ้าทำครบเดือนทางบริษัทฯจะให้พักเจ็ดวัน และจะจ่ายให้อีกวันละ ๕๐๐ บาท ระหว่างที่กลับมาพัก ผมตอบตกลงกับผู้จัดการแบบลูกผู้ชายพูดกัน โดยไม่ต้องมีหรือทำสัญญาใดใด ? หรือแบบที่ฝรั่งเขามักจะบอกว่า  Man to man talks.  เช้าวันรุ่งขึ้น  ผมได้นำตัวเองและพนักงานไปทำหนังสือเดินทางที่ตึกเซ็นทรัล บางนา แล้วกลับมารออีกประมาณสองสัปดาห์   พอรับหนังสือเดินทางมาแล้วทางบริษัทฯก็ส่งไปทำวีซ่า และใบอนุญาตเพื่อทำงานในต่างประเทศ  Visa & Work Permit. ทุกคนจึงพร้อมที่จะเดินทางกัน.            

๑๔. ที่ห้องทำงาน. รร.หยุดผมพาลูกชายมาด้วย. - ที่บริษัทไทยออยล์ทูลฯ ปี ๒๕๔๐.

ผมกำลังคิดว่าเออ..ไม่น่าเชื่อจริงๆตามที่เขาเขียนเรื่องดวงในการเดินทางไปต่างประเทศของผม..นี่ผมจะได้ขึ้นเครื่องของการบินไทยอีกแล้วหรือ ?แม้จะไม่ได้ไปยุโรปหรืออเมริกาอีกก็ตาม..แค่ในเอเชียก็ยังดีน่า.ระหว่างที่รอการเดินทางไปต่างประเทศนั้น ผมไม่อยากเชื่อจริงๆครับ. ผมจะได้เดินทางกับเครื่องการบินไทยอีก แค่ในประเทศก็เอาไว้ก่อนเถอะน่า. ลูกค้าจากบริษัทขุด-เจาะน้ำมันชื่อ บี-เจ B-J.มอบงานไล่ไนโตรเจนที่แท่นเจาะน้ำมันชื่อบงกฎ Bongkot. Platform.มาให้กับบริษัทฯที่ผมทำงานอยู่  ตกลงผมได้ไปทำงานนี้กับหัวหน้าของผมเองผมไปในตำแหน่งผู้ช่วย.มีหน้าที่คอยเก็บท่อทางเดินของไนโตรเจน คุณภานุวัฒน์หรือเดอะจุ๋มเป็นผู้ดำเนินการ เพราะจบมาจากวิศวะจุฬาฯ.  ทางลูกค้ากำหนดให้ทำให้เสร็จในเวลา ๗ วัน เราจึงออกเดินทางกันทันที และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เดินทางกับการบินไทยสายในประเทศบริษัทต่างชาตินั้นเขามักจะให้พนักงานเดินทางโดยเครื่องบินเพราะว่า  สะดวกสบายและที่สำคัญพนักงานจะไม่ช้ำกับการเดินทาง เออเขาอาจจะคิดว่า  พนักงานคือผลไม้กระมัง !                 

 ๑๕. ผู้เขียนและเพื่อนร่วมงานชาวพม่า. - บนแท่นเจาะน้ำมันบงกฎ. ปี ๒๕๔๐.

ตกลงเราออกจากสัตหีบกันช่วงสายๆ. การบินไทยใช้เวลาจากดอนเมืองไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ประมาณสองชั่วโมง  พอลงเครื่องแล้วผมแปลกหูแปลกตามากครับ  ทั้งๆที่เคยมารับมาส่งเจ้านายบ่อยๆ.ในสมัยที่ผมยังรับราชการอยู่ที่สงขลา  ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามผู้การหงบดูได้.เพราะท่านเป็นเจ้านายชั้นเลวที่ไม่เคยจำลูกน้องได้ เผอิญผมเป็นลูกน้องชั้นดี.ที่ดันจำเจ้านายเลวๆได้. เรานั่งรถแท็กซี่ไปที่รร.พาวิเลี่ยนกันเลย.Pavilion Hotel.ระหว่างเดินทาง..ผมขอเล่าเรื่องผู้การสงบให้ท่านได้สัมผัสเสียหน่อย  จะได้รู้ความจริงว่าเจ้านายนั้นแท้จริงแล้วมีอยู่หลายๆแบบ..นายที่ดี +นายชั้นเลว..อยู่ที่จังหวะว่าใครจะพบแบบไหนก่อนกัน. วันหนึ่งผมต้องนำรถตู้มารับผู้การหงบที่สนามบินหาดใหญ่เครื่องลง ๑๓๐๐ น. ผมออกจากสงขลา ๑๑๐๐ น.ใครว่าไม่ทันบ้าง ? ผมมาถึงสนามบินก่อนเที่ยงและจอดรถรออยู่หน้าอาคาร  จนท.มาบอกให้ผมไปจอดที่ลานจอดใต้ต้นหูกวางด้านล่าง.  น่าจะห่างไปสัก ๓๐ - ๕๐ เมตร.ประมาณ  ๑๓๐๐ น.ผมเห็นเครื่องเริ่มลดเพดานลงมาทางหัวสนามบิน ผมจึงรีบเลื่อนรถมารอที่ตัวอาคารตามเดิม. 

* รอเครื่องลงก่อนแล้วผู้เขียน..จะพาท่านไปพบกับ..ผู้การหงบ..ตัวจริงเสียงจริง..