ไก่ขันไม่เป็นเวลา ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตุวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ท่องบ่นไม่เป็นเวลารูปหนึ่ง สร้างความรำคาญและความเดือดร้อนแก่หมู่ภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ บอกศิลปะแก่มานพประมาณ ๕๐๐ คน พวกมานพอาศัยไก่ขันยามตัวหนึ่ง ในการลุกขึ้นศึกษาศิลปะ ต่อมามันได้ตายไป พวกเขาจึงแสวงหาไก่ตัวอื่นแทนมัน วันหนึ่ง มีมานพคนหนึ่งเข้าไปหักฟืนในป่า ได้ไก่ป่าตัวหนึ่งมาเลี้ยงไว้ ไก่ตัวนี้ไม่รู้จักเวลาขัน เพราะเติบโตขึ้นในป่า บางวันก็ขันดึกเกินไป บางวันก็ขันอรุณขึ้น พวกมานพพากันตื่นมาศึกษาศิลปะในเวลาดึกเกินไป ไม่อาจศึกษาได้จนอรุณขึ้น ก็พากันนอนหลับไป ในเวลาสว่างแล้วก็ไม่ได้ท่องบ่นเลย พวกเขาจึงพากันพูดว่า ” เดี๋ยวมันขันดึกไป เดี๋ยวมันขันสายไป อาศัยไก่ตัวนี้ พวกเราคงศึกษาศิลปะไม่สำเร็จหรอก” จึงนำมันไปแกงเป็นอาหารแล้วบอกเรื่องนั้นแก่อาจารย์ อาจารย์จึงกล่าวคาถาว่า ” ไก่ตัวนี้ ไม่ได้เติบโตอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้อยู่ศึกษาในสำนักอาจารย์ จึงไม่รู้เวลาที่ควรขันและไม่ควรขัน” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เกิดเป็นคนต้องรู้จักเวลาที่เหมาะสมว่า อะไรควรไม่ควร
ขอ อนุญาตซุบซิบ เด็กศศิภา กันหน่อยนะคะ แหม! มันช่างคันปากเสียจริง อยากจะเมาส์ให้ฟัง สาเหตุมาจากควันหลงในวันจัดกิจกรรมวันเด็ก ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 ซึ่งทั้งเด็กๆ และคุณครูตั้งใจแต่งชุดแฟนซี มากันเริดหรูอลังการเช่นคุณครูอุ้ย มาในชุดหรีดเดอร์ คุณครูโอ๋ก็แต่งมาด้วยชุดไทย ที่ไม่แพ้ก็คือ คุณครูอ๊ะเธอมาในชุดสาวบาหลีเหลือแต่ตา ส่วนคุณครูปาหนัน ใส่ชุดชาลี แต่ไม่เอาไม้เท้ามาแต่ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ยังแพ้กับเด็กอนุบาลอีกบางคนแต่งเป็นนางฟ้า บางคนแต่งคาวบอย แต่ที่แน่สุด!!! ก็ยังแพ้น้องเคทรี้ เพราะเธอก็แต่งชุดธรรมดาของเธอ แต่ยังมีคนมาดู (แล) กันมากเพราะเธอเล่นของเล่นสนามอย่างสนุกสนานทั้งวัน ร้องเท้าก็ไม่ใส่เล่นได้ทั้งวันจริงๆ ไม่รับประทานอาหารและพอถึงตอนเล่นเกมส์ตามฐานแต่ละฐานก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี แต่จะมีแต่ฐานโยนลูกบอลของคุณครูโอ๋ นั้นหรือจะเรียกว่าฐานเอาคืนก็ได้ เพราะให้เด็กปาลูกบอลใส่ตะกร้า แต่เด็กๆดันปาใส่หน้าบ้าง ปาใส่หัวบ้างแต่คุณครูก็กระซิบมาบอกว่าครูไม่โกรธหรอกเพราะเป็นวันเด็ก
แต่เดี๋ยวนะคะยังไม่หมด ยังมีน้องใบเฟิร์น เธอได้เล่นเกมส์ทุกฐานเลยแต่ไม่ได้รางวัล แจ๊คพ็อต เลยชวนคุณแม่มาเอาเองเดินไป ร้องไห้ไปให้อะไรก็ไม่เอาเฮจะเอาแต่ ประปลุกออมสินรูปหมี อย่างเดียว พอเธอไปฐานไหนฐานนั้นหมดออกไปแล้ว แหม ! สงสารจังเลย นี่ๆใบเฟิร์นไปขอผู้ใหญ่ ใจดีอย่างคุณครูแมวสิ เดี๋ยวท่านจะซื้อให้เยอะๆ แบบว่าจะนอนกอดให้ชื่นใจ แล้วจะได้มีกำลังเรียนต่อไปนะจ๊ะ แต่ก่อนให้น้องวิ่งเร็วๆ หน่อยนะและที่ไม่น่าลืมก็คือ น้องภีมเธอมาในงานเหมือนเธอเป็น พี่ญาญ่าแนะ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนต้องมีคนคอยแชะ แชะ แชะ ถ่ายรูปเธอไปทุกมุม อนาคตเธอคงเป็นนางแบบที่สวยที่ก็ได้นะ เอ้ารีบขอลายเซ็นเร็ว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมี แม่ลูกคู่เหมือน แต่งกันมาในชุดลายเสือ ทั้ง 2 คน ไม่รู้ว่าคุณแม่จะใส่ข่มลูกหรือเปล่าเพราะน้องป้องเธอซนอยุ่ในระดับหนึ่ง ใจเย็นนะคะคุณแม่