เขียนบันทึก สำรวจเส้นทางไป "ม่อนแจ่ม" ดินแดนที่มีคนพูดถึงกันมากมาย นำร่องไปแล้วนะครับ แต่ยัง "ไม่จบ" ยังเหลืออีกด้านหนึ่งของ "ม่อนแจ่ม" ที่ยังไม่ได้นำเสนอ ดังนั้น ผมจึงขอนำเสนอต่อในบันทึกนี้

 

ภาพที่ ๑ ... นี่คือ มุมมองด้านเดิมที่ได้นำเสนอไว้ เมื่อมองออกไปจาก "ม่อนแจ่ม" เราจะพบ ทิวเขาและบริเวณหมู่บ้านโป่งแยงในและโป่งแยงนอกครับ

 

 

แต่หากเรามองกลับมาอีกด้าน เราจะพบภาพดังนี้ครับ

 

 

ภาพที่ ๒ ... ผมคาดว่า สถานที่ก่อสร้างที่เป็นโครงสร้างเหล็กและปูนนี้ จะเป็นร้านอาหารหลักที่จะมาแทนเพิงร้านอาหารเดินที่เป็นไม้และจาก

 

 

ลองสืบเท้าก้าวมาอีกนิด เราจะพบกับภาพพาโนรามา (Panorama) ภาพมุมกว้าง ๑๘๐ องศาครับ จากด้านซ้ายไปขวามือของเรา

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๓ - ๗ ... เพิงที่เราเห็น คือ ซุ้มโต๊ะนั่งทานอาหารโครงการหลวงและมองทอดออกไปจะเห็นอำเภอแม่ริม แม่แตง ครับ เป็นมุมนิยมสำหรับผู้ที่มาที่ "ม่อนแจ่ม" นี้ครับ ผมว่านะ กลางคืนคงหนาวน่าดู ลมโกรกตลอดทั้งคืนแน่นอนครับ

 

เบื้องล่างจะเป็นที่พักที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขานี้ครับ ซึ่งคืนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นหลักพัน

 

 

 

ภาพที่ ๘ - ๙ ... เมื่อเราหันหลังกลับไป เราจะเห็นมุมมองเดิมที่เป็นอีกด้าน ทิวเขาสวยได้ใจ แปลงดอกไม้เมืองหนาวที่รอวันเติบโต ร่มสีขาว ขอบฟ้าสีน้ำเงิน จับใจบ้างไหมครับ

 

 

 

ภาพที่ ๑๐ ... ภาพมุมนี้ เหมือนนั่งอยู่บริเวณหาดทราย ณ สถานพักอากาศชายทะเล ต่างกันที่ตรงนี้ เป็นดอยสูง มองออกไป ไม่ใช่ทะเล แต่กลับเป็นทะเลภูเขาแทนครับ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๑ ... ดอกป๊อบปี้ หรือ ดอกฝิ่น ของจริง สวยงามแต่อันตราย คิดถึงวันทหารผ่านศึกที่จะถึงนี้เลยนะครับ อย่าลืมอุดหนุนซื้อดอกป๊อบปี๊กันนะครับ ทหารหาญรอความช่วยเหลือจากพวกเราคนไทยอยู่

 

 

 

ภาพที่ ๑๒ ... ชอบภาพนี้จัง เห็นแล้วมีความสุข อิ อิ แต่ไม่ได้ชอบ "เสา" แน่ ๆ ล่ะ อิ อิ

 

 

ไหน ๆ จะดูเสากันแล้ว ดูกันทุกด้านไปเลยครับ

 

 

ภาพที่ ๑๓ ... ป้ายชี้ไป "แปลงผักและสมุนไพร" และ "เ้ส้นทางเดิน"

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ ... ป้ายนี้ ชี้ไป "สาว" เ้๊อ้ย "แปลงสตรอเบอรี่" และ "สวน Garden"

 

 

 

ภาพที่ ๑๕ ... และป้ายอีกด้านหนึ่งที่ชี้ไปที่ "สวนผักและสมุนไพร" และ "เส้นทางเดิน"

 

 

 

ภาพที่ ๑๖ ... นี่คือ ร้านอาหารเดิมที่หันหน้าไปทางอำเภอแม่ริม แม่แตง ครับ ร่มรื่น เรียบง่าย ครับ อนาคตน่าจะปรับไปอยู่ตรงที่กำลังก่อสร้างใหม่ แนวถนนเดียวกันแต่คนละที่

 

 

ผมมาเดินไปเดินมาได้สักชั่วโมง คงต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัยเพื่อไปตรวจงานต่อแล้วครับ (ก็เค้าเป็นครูที่ดีนี่นา อิ อิ)

 

ระหว่างทางกลับก็ได้แวะบันทึกภาพทางคดโค้งมาฝากก่อน ...

 

 

ภาพที่ ๑๗ ... พาเจ้าหนึ่งเดียว รถเก่าแก่ พักรถแป๊บก่อน

 

 

 

ภาพที่ ๑๘ ... ทางซ้ายมือ คือ ทางโค้งขึ้นสู่ "โครงการหลวงหนองหอย" และ "่ม่อนแจ่ม"

 

 

 

 

ภาพที่ ๑๙ - ๒๐ ... ส่วนทางขวามือนี้ เป็น ถนนออกสู่ปากทางเข้า้บ้านโป่งแยงครับ ประมาณ ๕ กิโลเมตรจากจุดที่กำลังยืนอยู่นี้

 

 

หลังจากนั้นผมใช้เวลาขี่รถเครื่องถึงมหาวิทยาลัย ประมาณ ๑ ชั่วโมงกว่า ๆ ครับ

 

สรุปค่าใช้จ่ายในทริปสำรวจนี้ ก็มี ...

ค่าน้ำมันรถ ๗๐ บาท และ

ค่าเปลี่ยนผ้าเบรค (เจ๊งพอดี) ๙๐ บาท

รวม ๆ ก็ ๑๖๐ บาทครับ

 

คุ้ม ๆ เพราะไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือเลย อึดเหมือนกันนะเนี่ย ;)...

 

 

อยู่ที่ไหน ก็เหงาได้

 

(http://www.youtube.com/watch?v=BPhUMWg1CPY)

 

อยู่ที่ไหน ก็เหงาได้ แม้กระทั่ง "ม่อนแจ่ม" ก็มาคนเดียวนี่นา อิ อิ

 

 

กัลยาณมิตรหลายท่าน ตอนนี้อาจจะมี "ม่อนแจ่ม" เป็นจุดหมายปลายทางแล้วนะครับ ผมคงนำเสนอการเดินทางอย่างคร่าว ๆ ดังที่ได้อ่านมาแล้ว ๒ บันทึกครับ

อย่างไรก็ขออย่าได้ประมาท วางแผนการเดินทางดี ๆ ครับ

ยืนยันว่า ทางชันและแคบ ควรชำนาญการขับรถเป็นอย่างดี แต่หากจัดลำดับความยากของเ้ส้นทางก็น่าจะพอ ๆ กับการขึ้นดอยปุย ณ สถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยนครับ

 

โอกาสหน้าผมจะลองไปเวลาอื่นบ้าง เช่น นั่งจิบกาแฟดูพระอาทิตยขึ้นยามเช้า หรือ นั่งทานอาหารเย็นชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ครับ อิ อิ

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...