ระบบส่งต่อที่ดีต้องมีความครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง มีการจัดโครงสร้างบริการที่ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และมีความเชื่อมโยงระหว่างสถานบริการ

ทีมนิเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการนิเทศ หัวข้อที่ ๒.๒ การพัฒนาระบบส่งต่อ (Referral system) โดยกำหนดวัตถุประสงค์ ไว้ดังนี้

๑.   เพื่อจัดการระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้เชื่อมประสานกันเป็นเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.      เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการส่งต่อผู้ป่วย

ตัวชี้วัดที่ ๐๒๐๒ ร้อยละการถูกปฏิเสธการส่งต่อผู้ป่วย ๔ ระดับ คือ ภายในจังหวัด ภายในเขต การส่งต่อข้ามเขตและการส่งต่อส่วนกลาง (กรมการแพทย์) ลดลงจากปี ๒๕๕๓

กำหนดแนวทางการประเมินการพัฒนาระบบส่งต่อ (Referral system) ไว้ดังนี้

ประเด็นสำคัญในการการประเมิน

๑.      ความครอบคลุมของระบบส่งต่อ ประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ ระบบทางด่วน (Fast tract) ระบบผู้ป่วยใน (IPD) ระบบผู้ป่วยนอก (OPD, ER)

๒.      การจัดระบบส่งต่อ ประกอบด้วย

๑)      การมีโครงสร้างการจัดตั้งที่ชัดเจน แยกออกมาจากระบบงานอื่นๆ เช่น เป็นศูนย์อิสระออกจากมาจากห้องฉุกเฉิน เป็นต้น

๒)      มีผู้รับผิดชอบและผู้ปฏิบัติงานชัดเจน และสามารถเชื่อมกับแหล่งที่ดูแลผู้ป่วยได้ทั้งหมด

๓)      การเชื่อมโยงระหว่างสถานบริการ ประกอบด้วย

๓.๑) ระบบข้อมูลผู้ป่วย มีระบบส่งข้อมูลผู้ป่วยที่ส่งต่อและระบบตอบกลับข้อมูลการดูแลผู้ป่วย

๓.๒) ระบบการเตรียมความพร้อมก่อนส่งผู้ป่วย (โรงพยาบาลต้นทาง)

๓.๓) ระบบการเตรียมความพร้อมก่อนรับผู้ป่วย (โรงพยาบาลปลายทาง)

๓.๔) ระบบทบทวนการส่งต่อ (Referral audit)

๓.๕) ระบบร่วมใช้ทรัพยากร (Resources sharing)

๔)      ผลลัพธ์ตามตัวชี้วัด ๐๒๐๒ หรืออื่นๆที่จำเป็นและเหมาะสม (ในเบื้องต้นใช้ตัวชี้วัด ๐๒๐๒ ก่อน)

จุดเน้นการประเมิน

ประเมินทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการปฏิบัติและผลที่ได้