และในเมื่อเราและสรรพสัตว์ทั้งหลายต่างก็มีหัวใจดวงเดียวกัน ใยเราทั้งหลายจึงไม่พยายามที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข? ใยเราจึงไม่พยายามหาทางออกของปัญหาโดยสันติภาพที่มีความรัก ความเมตตาเป็นพื้นฐาน?

แสงแดดสีทองอ่อนๆ ทาบทอลงบนน้ำค้างบนยอดหญ้า สะท้อนแสงกระพริบแพรวพราว สวยงามยิ่งในยามเช้าวันหนึ่งของปลายฤดูหนาว ฉันยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับวิตามินดีจากแสงแดดให้เต็มที่ และสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ รับออกซิเจนอย่างเต็มปอด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญ้าที่เพิ่งถูกตัดไปเมื่อวานเย็นยังคงโชยชื่น ความสดชื่น สงบ เป็นสุข ผ่านเข้ามาในห้วงความรู้สึก

ขณะที่ยืนชื่นชมความงดงามของสิ่งรอบตัวและระลึกถึงคุณของดวงตะวันอยู่นั้น ฉันก็เหลือบไปเห็น นกกวัก (White-breasted Waterhen) สองตัวกำลังก้มๆ เงยๆ เดินไปเดินมาอยู่กลางทุ่งกว้าง ปกติอาหารของนกชนิดนี้คือ ลูกกุ้ง ลูกปลา ลูกกบ เขียด หนอน แมลง ตัวอ่อนของแมลง ไส้เดือน และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยตามพื้นที่ชื้นแฉะ รวมทั้งยอดพืชและเมล็ดพืชบางชนิด ในที่นั้นพวกเขาคงกำลังหากินแมลงต่างๆ อยู่

ภาพนกสองตัว คงจะเป็นคู่สามี-ภรรยา กำลังหาอาหารอยู่อย่างมีความสุขเบื้องหน้า ช่างเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกจริง...ฉันคิด..

และแล้วสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นลูกกลมๆ เล็กๆ สีดำ วิ่งไปที่นกกวักคู่นั้น...

ลูกน้อยตัวสีดำสนิทของนกกวักทั้งสองนั่นเอง... ขนอุยอ่อนนุ่มสีดำฟูฟ่องไปทั้งตัวน่ารักมากทีเดียว ว่ากันว่าพอลูกนกฟักออกจากไข่ ขนแห้งสนิทแล้วก็สามารถออกวิ่งได้ทันที เพราะมีขายาวแข็งแรงมาก..

เจ้าตัวเล็กวิ่งตามพ่อหรือแม่ไปมา พอผู้ใหญ่หาอาหารได้ มันก็จะวิ่งไปจิกกินอาหารจากปากพ่อและแม่

แล้วเจ้าตัวเล็กอีกตัวก็วิ่งออกมาจากพงหญ้า แต่เจ้าตัวนี้พยายามหาอาหารกินเองโดยมีผู้ใหญ่คอยดูอยู่ห่างๆ

 

ท่าทางที่ลูกนกเดินวิ่งตามแม่บ้าง เคียงแม่บ้าง ก้มลงจิกกินอาหารข้างๆ แม่บ้าง ช่างเป็นช่วงเวลาที่เพลิดเพลินใจยิ่งนัก ฉันสุขใจไปกับพวกเขาที่ได้มีชีวิตครอบครัวที่สงบสุข อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก มีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ได้รับความอบอุ่นและสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต ภายใต้ดวงตะวันดวงนี้ ได้เป็นส่วนหนึ่งของความงดงามของธรรมชาติยามเช้า ...ฉันแผ่เเมตตาไปหาพวกเขา...

ฉันยืนมองพวกเขาหากินอยู่กลางทุ่งนั้นนานพอควร จนพวกเขาเดินเข้าพงหญ้าข้างทางไป

ชีวิตธรรรมดาๆ และอาจเป็นปกติสุขอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันของนกกวักพ่อแม่ลูก กลับทำให้ดีกรีความสุขในใจฉันถีบตัวสูงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก หากมีใครสังเกต เขาคงคิดว่าฉันเป็นคนบ้าบิ่นที่ยืนยิ้มอยู่ข้างทางเดินคนเดียว..

ท่ามกลางแสงสีทอง ณ ทุ่งหญ้าแห่งนี้ ทั้งฉันและนกกวักครอบครัวนี้ต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยพระอาทิตย์ดวงเดียวกันในการมีชีวิตอยู่ ดังที่หลวงปู่ติช นัท ฮันท์ กล่าวไว้ว่า พระอาทิตย์ก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งหัวใจนอกกายเรา ไม่มีแสงอาทิตย์ชีวิตเราก็ดับลง และแน่นอนว่าพระอาทิตย์ก็เป็นอีกหัวใจหนึ่งของครอบครัวนี้เช่นกัน...

และในเมื่อเราและสรรพสัตว์ทั้งหลายต่างก็มีหัวใจดวงเดียวกัน ใยเราทั้งหลายจึงไม่พยายามที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข? ใยเราจึงไม่พยายามหาทางออกของปัญหาโดยสันติภาพที่มีความรัก ความเมตตาเป็นพื้นฐาน?

 

The Sun My Heart - พระอาทิตย์หัวใจของฉัน

จากหนังสือ  สันติภาพทุกกย่างก้าว

เขียนโดย ติช นัท ฮันท์

แปลโดย ประชา หุตานุวัตร และ สุภาพร พงศ์พฤกษ์

 

เมื่อเราได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่า "หนึ่งคือทั้งหมด และ ทั้งหมดก็คือหนึ่ง" ภายในร่างกายของเรา เราอาจจะก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง โดยพิจารณาจักรวาลทั้งมวลให้ปรากฏอยู่ภายในกายของเรา เรารู้ว่าถ้าหัวใจหยุดเต้น สายธารแห่งชีวิตก็จะหยุดไหล ด้วยเหตุนี้ เราจึงทะนุถนอมหัวใจของเรามาก แต่กระนั้นเราก็ไม่ค่อยจะได้มีเวลาสังเกตว่าภายนอกตัวเรา มีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของเราเช่นกัน

ดูที่แสงสว่างอันมหาศาาลทีเราเรียกว่าดวงอาทิตย์ ถ้าหากดวงอาทิตย์หยุดฉายแสง กระแสธารชีวิตของเราก็จะหยุด ดังนั้นพระอาทิตย์จึงเป็นหัวใจดวงที่สองของเรา เป็นหัวใจที่อยู่นอกร่างกาย "หัวใจ" ที่มีแสงสว่างอันมหาศาลนี้ได้ให้ความอบอุ่นซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งต่อการดำรงชีวิตแก่สรรพสัตว์ทุกชีวิตบนพื้นโลก พืชมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะดวงอาทิตย์ ใบไม้ได้ซึมซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ และคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เพื่อผลิตอาหารให้แก่ต้นไม้ ดอกและลำต้น และเราต้องขอบคุณพืชทั้งหลายที่ทำให้สัตว์มีชีวิตอยู่ได้

เราทุกชีวิตคือมนุษย์, สัตว์และพืชต่างก็ "บริโภค" ดวงอาทิตย์ ไม่โดยทางตรงก็ทางอ้อม เราคงไม่สามารถบรรยายอิทธิพลของดวงอาทิตย์ หัวใจอันยิ่งใหญ่ที่อยู่นอกกายมีต่อเราได้ อันที่จริงร่างกายของเรามิได้จำกัดอยู่แต่ภายใน ผิวหนังที่ห่อหุ้มอยู่เท่านั้น ร่างกายของเรายิ่งใหญ่กว่านั้นมาก ยิ่งใหญ่จนมิอาจประมาณได้ เช่น ถ้าผิว อากาศที่ห่อหุ้มอยู่รอบ ๆ โลกสูญหายไป ชีวิตของเราก็คงจะต้องจบสิ้นลง ไม่มีปรากฏการณ์อันใด ในจักรวาลนี้ที่จะไม่เกี่ยวข้องกับเราอย่างใกล้ชิด จากก้อนกรวดที่นอนนิ่งอยู่ที่ใต้มหาสมุทร ไปจนถึงการเคลื่อนตัวของกาแล็คซี่ซึ่งอยู่ห่างจากเราออกไปหลายล้านปีแสง วอลต์ วิตแมน กวีคนหนึ่งได้กล่าวว่า "ฉันเชื่อว่าใบหญ้าใบหนึ่งก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการโคจรของหมู่ดาว" ถ้อยคำเหล่านั้นมิได้เป็นปรัชญา แต่หากมาจากส่วนลึกแห่งหัวใจของเขา เพื่อที่จะสื่อว่า "ฉันใหญ่โต ฉันบรรจุเอาหลายๆ อย่างไว้ด้วยกัน"

 

ด้วยความนอบน้อม

ปริม ทัดบุปผา

ริมทุ่งกว้าง Sembawang, Singapore

๒๖ มกราคม ๒๕๕๕