อาจเป็นเพราะเกษตรกรบ้านเรายังมีรายได้ต่อหัวค่อนข้างต่ำไปจนถึงติดลบ

การทำกสิกรรมในยุคสมัยปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นการแก่งแย่งแข่งขันการซื้อปุ๋ย ยา มาถมไร่ถมนาบำรุงรักษากันเต็มที่ ยี่ห้อดังๆไม่เคยพลาด ซื้อทุกยี่ห้อที่โฆษณา ใส่เกินอัตราที่กำหนด เพื่อหวังให้ได้ผลิตผลจากท้องทุ่งแปลงนา เพื่อคุ้มค่ากับการลงทุนด้วยน้ำพักน้ำแรงและหยาดเหงื่อ ใครมีใครบอกอะไรดีซื้อหมดทุกอย่างที่ขวางหน้า ที่เป็นเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะเกษตรกรบ้านเรายังมีรายได้ต่อหัวค่อนข้างต่ำไปจนถึงติดลบ ส่วนใหญ่มักมีหนี้สินล้นพ้นตัวเสียด้วยซ้ำ จึงทำให้ระบบการคิดยังมีร่องรอยแห่งการขาดสติ มุ่งคำนึงเชิงปริมาณเพียงด้านเดียวขาดการเหลียวแลเรื่องคุณภาพ

ต้นไม้หรือพืชพรรณธัญญาหารโดยทั่วไป สามารถเจริญเติบโตได้โดยใช้สารอาหารภายในดิน ดินที่ชุ่มชื้นอิ่มเอมไปด้วยเศษไม้ใบหญ้าหรืออินทรีย์วัตถุในปริมาณสูง ยิ่งเป็นดินที่ไม่ผ่านการใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้าด้วยแล้วจะเป็นดินที่มีชีวิตเพราะอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ทำหน้าที่สื่อสารแลกเปลี่ยนและย่อยสารอาหารระหว่างกัน ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตจากภายในยิ่งดินที่มีอินทรีย์วัตถุมากถึงห้าเปอร์เซ็นต์เหมือนกับแมกไม้ในป่าใหญ่ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องนำปุ๋ยหรือฮอร์โมนจากภายนอกมาเติมมาใส่ให้เสียสตางค์เลย พืชเขาจะเจริญเติบโตด้วยตนเอง สมบูรณ์และแข็งแรงตามธรรมชาติ 

การที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงต้องซื้อหาปุ๋ยยามาใส่เป็นการดูแลบำรุงรักษาจากภายนอก โดยมุ่งหวังปริมาณด้านผลผลิตโดยอาจลืมนึกคิดไปว่าถ้ามีการดูแลรักษาปรับปรุงบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอให้สมดุลย์กับการผลิตหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกให้เหมาะสมหยุดพักให้ดินมีเวลาหายใจหรือสะสมอาหาร เพราะปีหนึ่งๆเราทำนาทำไร่มากถึงสองหรือสามครั้งโดยเฉพาะภาคกลาง เราทำสวนมะม่วง มะนาว มังคุด ลองกอง ลำไย นอกจากผลผลิตตามช่วงฤดูกาลแล้วก็ยังจะต้องมีการทำนอกฤดู มีการนำผลผลิตออกไปเป็นตันๆ แต่(ดัน)ใส่อาหารกลับเข้ามาเป็นกิโล แล้วเมื่อไรจะสมดุลย์พอเหมาะพอดี เมื่อไม่พอเหมาะพอดีก็ต้องซื้อปุ๋ยยาเคมีอยู่ร่ำไปนั่น้อง การดูแลสร้างคลังอาหารให้พืชจากทางดินโดยการให้ความสำคัญกับอินทรีย์วัตถุและหมั่นปรับปรุงบำรุงดินจะเป็นการเตรียมอาหารให้พืชจากภายใน พืชสามารถดูดกินใช้ได้ตลอดเวลา อุดมจุลินทรีย์ ดินฉ่ำ น้ำชุ่ม อุ้มปุ๋ย ต้นทุนก็ลด ผลผลิตก็เพิ่มลองคิดทบทวนกันดูนะครับ

มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ. www.thaigreenagro.com