ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ (The Diving Bell and The Butterfly) kunrapee ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะเห็นความตั้งใจของผู้แต่งและความพยายามของผู้บันทึก ยังไงกัน.. ณ็อง-โดมินิก-โบบี้ (Jean - Dominique Bauby) ชาวฝรั่งเศษ อายุ ๔๔ ปี อดีตบรรณาธิการนิตยสาร ELLE ในช่วงชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ อยู่มาวันหนึ่ง.. ต้องกลายเป็นคนไข้อัมพาตทั้งตัว เป็นโรคก้านสมองถูกทำลาย (เส้นโลหิตในสมองแตก=Stroke=Cerebro-vascular Accident) Dominique เขียนหนังสือเล่มนี้โดยใช้วิธี "เลิกเปลือกตาข้างซ้ายขึ้น" ซึ่งเป็นทางเดียวที่เค้าสามารถสื่อสารได้ โดยเลขาฯของเค้า (โกล๊ด ม็องเซแลสต์) จะขานตัวอักษร ขานไล่ไปทีละตัว ทีละตัว ถ้าตัวอักษรตัวไหนตรงใจ Dominique จะเลิกเปลือกตาซ้ายขึ้น เลขาฯก็จะจดเอาไว้ทีละตัว ทำไปเรื่อยๆ จาก.. หนึ่งตัวอักษร - ผสมเป็นคำ - สร้างเป็นประโยค - จบเป็นเล่ม และกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ กับความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชนรุ่งหลัง และ Dominique เสียชีวิตหลังจาก "ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ" (ภาษาฝรั่งเศษ) วางแผลสู่ตลาดได้เพียง ๓ วัน ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ บอกเล่าถึงความอึดอัดที่มองเห็นทุกอย่าง - ได้ยินทุกคำพูด - รู้เหตุการณ์ทุกอย่าง แต่.. ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย - ไม่สามารถพูด - ไม่สามารถโต้ตอบหรือบอกถึงสิ่งที่ต้องการหรือไม่ต้องการได้ เขาเขียนเล่า ตั้งแต่เมื่อเริ่มรู้สึกตัว การปรับตัวต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกาย การรักษาพยาบาลที่ได้รับ กิจวัตรประจำวัน-ไม่ประจำวันในโรงพยาบาล การกระทำ-สัมพันธภาพที่ดี-ที่ไร้มนุษยธรรมของเจ้าหน้าที่ (บางคน) การละเลยต่อหน้าที่บางอย่างแม้เพียงเล็กน้อย (แต่มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อคนไข้ที่เป็นอัมพาตทั้งตัว) ความรู้สึกขณะนั้น ความยากลำบากในการเริ่มสื่อสารด้วยวิธีนี้ kunrapee ได้คิดเช่นกัน กับกิจกรรมพยาบาลของพวกเรา การที่เราไม่ได้พลิกตัวทุก ๒ ชั่วโมงให้คนไข้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนทำให้เขาเหล่านั้นเกิดแผลกดทับขึ้น, การไม่ช่วยดูแลช่องปาก, การใช้คำพูดบางคำพูดที่เสียดแทงคนไข้ การกระทำบางอย่าง เราอาจลืมไปว่าผู้ป่วยอัมพาตนั้น รับรู้ ได้ยิน ได้เห็นทุกเรื่องราว หนังสือเล่มนี้ช่วยให้ได้คิดค่ะ ต้องขอบคุณมากๆ อยากให้ทุกท่านลองอ่านดูนะคะ อาจได้แรงบันดาลใจในการทำงาน + แรงบันดาลในการดำเนินชีวิต + การมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า
มี "หน้าปกหนังสือ" อีกแบบหนึ่งค่ะ