160 กรมบัญชีกลางยืนยันเปิดระบบรอจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง 15,000 บาท ให้ทันมกราคม 55

ฉบับที่ 6/2555 วันที่ 11 มกราคม 2555 กรมบัญชีกลางยืนยันเปิดระบบรอจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง 15,000 บาท ให้ทันมกราคม 55 กรมบัญชีกลางยืนยัน เตรียมจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ข้าราชการ และลูกจ้างฯลฯ รวมเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 15,000 บาท โดยขอให้ส่วนราชการเร่งทำคำสั่งปรับเงินเพิ่มฯ และขอเบิกมาภายในเดือนมกราคม 2555 ทางกรมฯ จะดำเนินการเปิดรอบการสั่งจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเมื่อกระทรวงการคลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 แล้ว ขอให้ส่วนราชการต่าง ๆ เร่งดำเนินการออกคำสั่งเพื่อปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเท่ากับผลต่างของเงินเดือนหรือค่าจ้างหลังจากที่ได้ปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนค่าจ้างประจำปีเรียบร้อยแล้ว และขอเบิกมายังกรมฯ ได้ตลอดเวลาภายในเดือนมกราคม 2555 โดยกรมฯ จะเปิดรอบการจ่ายเงินให้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากปกติการจ่ายตรงเงินเดือนจะมีรอบของการจ่ายนำเข้าข้อมูลในระบบเพื่อขอเบิกไว้ในแต่ละเดือน โดยเดือนมกราคมนี้กำหนดไว้วันที่ 12 มกราคม แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษสำหรับส่วนราชการที่ดำเนินการออกคำสั่งและขอเบิกมาทันภายในเดือนมกราคม เพื่อเป็นของขวัญสำหรับบุคลากรภาครัฐได้รับเงินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี นายรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้เตรียมการเพื่อสนับสนุนให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการได้ทัน โดยเชิญส่วนราชการต่าง ๆ มาประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการต่าง ๆ และศึกษาระเบียบฯ ไว้ล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจ รับฟังปัญหาต่าง ๆ และให้คำแนะนำ ในวันที่ 18–19 มกราคม 2555 นี้ ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการมีความเข้าใจและเตรียมดำเนินการไว้ล่วงหน้า ได้อย่างถูกต้อง สำหรับบุคลากรภาครัฐหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจและต้องการศึกษาระเบียบดังกล่าวก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซด์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th

 

 คัดสำเนาจากข่าวกรมบัญชีกลาง ฉบับที่ 6/2555 วันที่ 11 มกราคม 2555 

 

เพิ่มเติม

        เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์แจ้ง นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ให้ทราบว่า ยังไม่ได้มีการบรรจุระเบียบวาระพิจารณาเรื่อง การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท เนื่องจาก อยู่ระหว่างขั้นตอนขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ที่ประชุม ครม.วันนี้จึงยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อเสนอการขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท เป็นไปตามนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยโดยได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2553 และมีกระแสข่าวมาโดยตลอดว่าจะเสนอเข้า ครม. โดยเฉพาะจะมีการบรรจุเข้า ครม.สัญจรที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 16 มกราคม หรือแม้กระทั่งเสนอเข้า ครม.ในวันนี้ แต่ในที่สุดเลขาฯ ครม. ได้เชี้แจงว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้ความเห็นประกอบมา อย่างไรก็ตาม หาก ครม.อนุมัติจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2555 

 

ข่าวเพิ่มเติม

         วันที่ 31 ม.ค.55 นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ในวันนี้ได้อนุมัติปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค.2555 ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการ เป็นจำนวนเงินประมาณ 5.6 พันล้านบาท โดยข้าราชการ ที่จะได้รับการพิจารณานั้น จะต้องมีอายุราชการไม่เกิน 10 ปี

         นายนนทิกร กล่าวต่อว่า สำหรับเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนดังกล่าวนั้น จะดำเนินการภายใน 3 ปี ซึ่งที่พิจารณาอนุมัติในวันนี้ถือเป็นปีแรก ส่วนปีที่ 2 และ 3 นั้น ได้มีการมอบหมายให้ ก.พ.ทำแผนเพื่อนำเสนอให้พิจารณาอีกครั้ง โดยโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ ใหม่ในปีแรกนั้นจะเป็นดังนี้ 1.ข้าราชการ วุฒิปวช.จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 7,620 บาท 2.ข้าราชการ วุฒิปวส. จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 9,300 บาท 3.ข้าราชการ วุฒิปริญญาตรี จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 11,680 บาท จากเดิม 9,140 บาท 4.ข้าราชการ วุฒิปริญญาโท จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 15,300 บาท จากเดิม 12,600 บาท และ 5.ข้าราชการ วุฒิปริญญาเอก จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 19,000 บาท จากเดิม 17,010 บาท

         นายนนทิกร ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับข้าราชการ วุฒิปริญญาตรี ที่จะได้รับเบี้ยค่าครองชีพเพิ่มเติมเพื่อให้มีรายได้ครบ 15,000 บาทต่อเดือน ตามนโยบายของรัฐบาลและสำหรับข้าราชการ ที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี แต่รายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน จะมีการพิจารณาชดเชยให้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามจะต้องรอดูผลกระทบจากภาคเอกชนว่าการขยับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นจึงมีการอนุมัติกรอบ 1 ปี เป็นเบื้องต้นก่อน