หน่วยบริการสาธารณสุขที่เล็กที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข ก็คงจะเป็น “สถานบริการสาธารณสุขชุมชน” (สสช.) ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีในระบบโครงสร้างของกระทรวงสาธารณสุขตามกฎหมาย แต่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่สามารถไปรับบริการที่สถานีอนามัยหรือรพ.สต.ในปัจจุบัน ด้วยระยะทางที่ห่างไกล การคมนาคมลำบาก หลายพื้นที่ต้องเดินด้วยเท้าในฤดูฝน ไม่มีไฟฟ้าใช้
นโยบายด้านสาธารณสุขในยุคหนึ่งจึงได้มีการสร้างเป็น “สถานบริการสาธารณสุขชุมชน” เป็นหน่วยบริการขนาดเล็กในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยคนในพื้นที่ที่จบ ม.๖ สายวิทย์ ไปอบรมหลักสูตรพนักงานสุขภาพชุมชน ระยะเวลา ๖ เดือน แล้วกลับมาทำงานในสสช. คอยดูแลประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันหลายแห่งได้รับการยกฐานะเป็นสถานีอนามัย(รพ.สต.) บุคลากรส่วนใหญ่ก็ได้รับการศึกษาต่อเนื่องอีก ๒ ปี ในหลักสูตรเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
บางแห่งก็ให้นักวิชาการสาธารณสุขหรือพยาบาลวิชาชีพเข้าไปปฎิบัติงาน มีการพัฒนาระบบบริการให้ได้คุณภาพมาตรฐานใกล้เคียงกับ รพ.สต.
................................................................
ในปัจจุบันจังหวัดน่าน มี สสช. ทั้งหมด ๒๔ แห่ง กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ แม้จะเป็นสถานบริการเล็กๆ แต่บทบาทภารกิจก็ไม่น้อยไปกว่ารพ.สต. แต่ด้วยศักยภาพของสถานบริการ และพื้นที่ ที่จำกัด ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่องให้ได้คุณภาพ
และปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอภูเพียง ได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการเยี่ยมบ้านสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญและบุคลากรในสถานบริการสาธารณสุข จังหวัดน่าน (Tract C) ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ ณ บ้านปัวชัย ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง โดยใช้บ้านปัวชัยเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการศึกษาเรียนรู้เรื่องการจัดการสุขภาพของชุมชน การพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญ การพัฒนาพยาบาลประจำครอบครัว และการเยี่ยมบ้าน มีกลุ่มเป้าหมายการอบรมจากสสช.แห่งละ ๒ คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๑ คน และอสม.เชี่ยวชาญ ๑ คน ใช้กระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรียนรู้แนวคิด ทฤษฎี ดูตัวอย่างของจริง แล้วลงฝึกปฏิบัติจริงในพื้นที่
...............................................................
กระบวนการเริ่มด้วยการเปิดด้วยการให้นโยบายในการจัดการสุขภาพชุมชน โดยนายแพทย์พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน ว่า “...นักจัดการสุขภาพชุมชนที่ดีควรต้องรู้ข้อมูลชาวบ้าน รู้ปัญหาชาวบ้าน มีองค์ความรู้ในการจัดการสุขภาพ สามารถเชื่อมประสานแกนนำ และกองทุนสุขภาพชุมชน มาช่วยในการจัดการสุขภาพของชุมชน...”
นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน
หมอคนเดียวทำเองไม่ได้ ดูแลไม่ทั่วถึง หาคนมาช่วยแบ่งเบา
ฌัชชภัทร พานิช สาธารณสุขอำเภอ
คุณฌัชชภัทร พานิช สาธารณสุขอำเภอ ได้นำเสนอหลักการแนวคิดการจัดการสุขภาพชุมชน “....หลักคิดสำคัญคือปัญหาสุขภาพเราดูแลเองไม่ได้ ถ้าคิดว่าป่วยแล้วรักษา โรงพยาบาลที่มีอยู่ งบประมาณที่มีอยู่ก็ไม่พอ...เฉพาะคนที่ป่วยอยู่เราก็ดูแลได้ไม่ดี ไม่ทั่วถึง...เราต้องหาคนมาช่วย...คนที่จะช่วยเราได้ดีที่สุดคือลูกหลาน สามี ภรรยา ของเขาเอง หากพัฒนาให้เขาเป็นพยาบาลประจำครอบครัว เขาก็จะสามารถดูแลคนในครอบครัวเขาได้อย่างดีและต่อเนื่อง..”
หลักการสำคัญ
“บ้าน” คือ สถานบริการ
สร้าง “หมอ” ประจำหมู่บ้าน (จนท.+อสม.เชี่ยวชาญ)
พัฒนา “ลูกหลานหรือคนดูแล” เป็นพยาบาลประจำครอบครัว
ให้ “ชุมชน” เป็นเจ้าของสุขภาพ
...................................................................
แกนนำบ้านปัวชัย
ประสบการณ์การจัดการสุขภาพชุมชนของบ้านปัวชัย (ดูบันทึกเรื่องราวบ้านปัวชัยที่นี่)
“...ผู้นำ อสม.ทำเป็นตัวอย่าง อะไรที่ไปเห็นมาว่าดีก็นำมาลองใช้กับตนเอง ครอบครัว แล้วชักชวนคนอื่นมาร่วมด้วยช่วยกัน ส่งเสริมกลุ่มต่างๆ ที่เขามีอยู่แล้ว อะไรที่ไม่มีก็ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม ทำแล้วมีติดตาม สรุปประเมินผล...”
กระบวนการหลักการจัดการสุขภาพชุมชนบ้านปัวชัย
- ค้นหาทุนทางสังคม “หาให้เจอ ใช้ให้เป็น”
- คัดกรอง/ค้นหาปัญหา “รู้ปัญหาคนในชุมชน”
- แยกกลุ่ม ๔ กลุ่ม – ปกติ เสี่ยง ป่วย แทรกซ้อน “ใครอยู่กลุ่มไหน อยู่บ้านหลังใด ใครดูแล”
- จัดทำ “แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์” เชื่อมกับ “กองทุน”
- ดำเนินการตามแผน “มีคนรับผิดชอบแต่ละเรื่อง”
- กำหนดมาตรการชุมชน
- ส่งเสริมกลุ่มสนใจ/กิจกรรมทางเลือก/ภูมิปัญญาชาวบ้าน “ตามวิถีวัฒนธรรมชุมชน”
- ติดตามประเมินผล / ถอดบทเรียน “ทบทวนอยู่เสมอ”
การดูกลุ่มที่ได้จากการคัดกรองสุขภาพ
กลุ่มป่วย/ติดบ้านติดเตียง
- อบรมพยาบาลประจำครอบครัว ๑ คน : ๑ ผู้ป่วย (ลูกหลาน/คนใกล้ชิด/คนดูแล)
- อบรมอาสาสมัครเชี่ยวชาญโรคเบาหวาน/ความดัน (เป็นผู้ติดตามเยี่ยมดูแลให้คำแนะนำพยาบาลประจำครอบครัว/ผู้ป่วย)
- หมออนามัยดูแลสนับสนุนติดตาม
กลุ่มเสี่ยง
- จัดกลุ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม “ปรับ ๓ อ. - อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ”
- อสม.ติดตามเยี่ยมดูแลให้คำแนะนำ/ตรวจวัดผล
- หมออนามัยดูแลสนับสนุนติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
กลุ่มปกติ
- ส่งเสริมกลุ่มสร้างสุขภาพในรูปแบบต่างๆ ตามช่วงวัย
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อมในชุมชน
- ส่งเสริมกลุ่มสนใจ/กิจกรรมทางเลือก
เป็นการแยกกลุ่มในการเข้าไปดูแลตามความเหมาะสม ซึ่งบ้านปัวชัยสามารถพัฒนาบุคคลต้นแบบในการด้านต่างๆ มาเป็นแกนนำในการสร้างสุขภาพของชุมชน เช่น แกนนำเต้นแอโรบิค, แกนนำออกกำลังกายแบบชักกะลา, แกนนำรำไม้พลอง, พยาบาลประจำครอบครัว, บุคคลต้นแบบลดหวานมันเค็ม เป็นต้น
..........................................................
กลุ่มออกกำลังกายบ้านปัวชัย
หลังการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับแกนนำบ้านปัวชัย แล้วก็ได้มีโอกาสได้ดูการสาธิตการออกกำลังกายแบบต่างๆ ของชุมชนบ้านปัวชัย ได้แก่ การเต้นแอโรบิค การรำไม้พลอง การเต้นฮูล่าฮูป และการชักกะลา
และแบ่งกลุ่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องแกนนำชุมชน พยาบาลประจำครอบครัว บุคคลต้นแบบ และอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญ
............................................................
ในวันที่สอง ได้เริ่มด้วยการให้ความรู้เรื่องหลักการเยี่ยมบ้าน โดยคุณพุทธรักษ์ สุดแดน และคุณเยาวพร จำนงวิทย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการจากโรงพยาบาลน่าน
หลักปฏิบัติการเยี่ยมบ้าน
- ยึดครอบครัวเป็นจุดศูนย์กลางในการให้บริการทั้งในภาวะปกติ ภาวะวิกฤตหรือภาวะผิดปกติจากสาเหตุต่างๆ
- ประยุกต์ความรู้ทาง ด้านพฤติกรรมศาสตร์ ความรู้ทางสังคมศาสตร์ จิตวิทยา และทางวิทยาศาสตร์สุขภาพในการให้บริการ
- ให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาสุขภาพและพึ่งตนเองได้
ฝึกปฏิบัติเยี่ยมบ้าน
เป็นการปูพื้นฐานความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมก่อนลงปฏิบัติการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจริงในบ้านปัวชัย โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม เยี่ยมกลุ่มประชากรเป้าหมายตามชุดสิทธิประโยชน์ หลังการเยี่ยมบ้านเสร็จก็มาร่วมกันสรุปผลการเยี่ยม นำเสนอในกลุ่มใหญ่ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันว่าไปเยี่ยมบ้านมาแล้วผลเป็นอย่างไร
ร่วมกันสรุปผลการเยี่ยมบ้าน
นำเสนอผลสรุปการเยี่ยมบ้าน
........................................................
สุดท้ายของการเรียนรู้ก็ได้สรุปบทเรียนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ๒ วัน ๑ คืนนี้ แล้วมอบหมายภารกิจในการกลับไปทำงานในพื้นที่ต่อไป
วางแผนการดำเนินงาน
- Ø การจัดทีมงาน อสม.ช. / ซุปเปอร์อสม.
- Ø ค้นหากลุ่มเป้าหมาย ๔ กลุ่ม
- Ø คัดเลือกพยาบาลประจำครัวเรือน กลุ่มป่วยเรื้อรัง/ติดเตียง/พิการ
- Ø จัดอบรม อสม.ช./ พยาบาลประจำครอบครัว
- Ø ติดตามเยี่ยม/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประจำเดือน
- Ø สรุปรายงานผลการดำเนินงาน
ผู้ใหญ่ประนอม ภิมอญ ผู้ใหญ่บ้านปัวชัย กล่าวขอบคุณผู้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แล้วนัดหมายกันอีก ๒ เดือน เพื่อติดตามความก้าวหน้าว่าได้นำเอาแนวคิดประสบการณ์นี้ไปดำเนินการในพื้นที่อย่างไร ผลเป็นอย่างไร โดยมี สสช.บ้านห้วยมอญ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน เป็นสถานที่เรียนรู้ในครั้งหน้า
ก็หวังว่าประสบการณ์การเรียนรู้ใน ๒ วันนี้ จะสามารถจุดประกายการทำงานเชิงรุกอย่างมีคุณภาพให้กับแกนนำกลับไปทำงานเพื่อพี่น้องที่อยู่ห่างไกลต่อไป
ยอดเยี่ยมค่ะ..ฝึกฝนกันต่อในพื้นที่จริง เป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ
"ชีวิตที่ลำบาก เป็นชีวิตที่เจริญ" ๑๐๐ ปี นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว มหกรรมสุขภาพชุมชน ครั้งที่ ๒
ดีใจที่ได้มีโอกาสไปปฏิบัติราชการ สสช.ดงป่าสัก และบ้านปัวชัย ผู้คนเป็นมิตร พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางในการพัฒนา
ความเข้มแข็ง=การจัดการตนเอง(ปัญญาที่ทำให้เรื่องเป็นไปไม่ได้...เป็นไปได้)