สถานที่ที่ 2 ที่คณะดูงานได้ไปศึกษา คือ ที่ทำการสถาบันการเงินตำบลหนองสาหร่าย ที่ตำบลหนองสาหร่ายมีการบูรณาการกองทุนต่างๆของแต่ละหมู่บ้านในตำบลให้เข้ามาทำงานร่วมกัน เอาดอกผลที่ได้จากกลุ่มต่างๆส่งมาอยู่ตรงกลางเพื่อจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมชน โดยมีการส่งคณะกรรมการของแต่ละกลุ่มเข้ามาดูแล ในส่วนนี้คณะกรรมการที่ไปดูงานได้สะท้อนความคิดออกมาว่า อยากให้พวกเราไปคิดต่อและลองไปคุยกับกลุ่มต่างๆในชุมชน เริ่มต้นที่กลุ่มที่เรารู้จัก สนิทสนมด้วยก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่จะพัฒนาสถาบันการเงินชุมชนให้เกิดขึ้นในชุมชนของเรา นอกจากนี้แล้วคณะกรรมการบางคนบอกว่าตัวเองสนใจในเรื่องกองทุนฌาปนกิจที่เก็บเงินเพียงครอบครัวละ 20 บาท แต่สามารถที่จะจ่ายสวัสดิการให้กับคนที่เสียชีวิตได้ถึง 40,000 กว่าบาท (รู้สึกว่าช่วงนี้จะเข้าสู่ทางโลกอีกครั้ง) มีคณะกรรมการบางคนบอกว่าที่เขาทำอย่างนี้ได้ เพราะ ที่นั่นชาวบ้านจะไม่เข้าเป็นสมาชิกซำซ้อน ไม่เหมือนกับทางบ้านเราที่แต่ละคนเป็นสมาชิกหลายกลุ่มเหลือเกิน หลังจากดูงานที่สถาบันการเงินตำบลหนองสาหร่ายแล้ว คณะดูงานได้เดินทางไปดูกิจการโรงนำดื่มซึ่งตั้งอยู่ในตำบลหนองสาหร่ายเช่นเดียวกัน พวกเราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนประจำตำบลและผู้ใหญ่บ้านของหมู่นี้ด้วย มาที่นี่ทำให้พวกเราทราบว่าหมู่บ้านต่างๆในตำบลหนองสาหร่ายล้วนแต่ผลิตสินค้าที่ตนเองมีความถนัดทั้งสิ้น หมู่บ้านหนึ่งจะผลิตสินค้าหนึ่งอย่าง โดยใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกันทั้งตำบล คือ สาหร่ายทอง การมาดูงานที่นี่ทำให้คณะกรรมการเกิดกำลังใจ ที่อยากจะไปตั้งโรงงานผลิตนำดื่มในชุมชน ซึ่งความจริงความคิดนี้มีมานานแล้ว แต่เนื่องจากทางกลุ่มยังขาดบุคคลากร ความรู้ รวมทั้งเงินทุนจึงทำให้ยังไม่ได้ดำเนินการ จากนั้นเราได้เดินทางไปที่โรงงานผลิตปุ๋ย ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลหนองสาหร่ายเช่นเดียวกัน คณะกรรมการเห็นว่าโรงปุ๋ยที่นี่ใช้ต้นทุนในการสร้างโรงงานสูง ซึ่งเราคงจะทำอย่างเขาไม่ได้ แต่ข้อดีของที่นี่ คือ ชาวบ้านสามารถทำปุ๋ยสูตรของตนเองได้ สูตรใครสูตรมัน หลังจากนั้นก็เอามาจ้างโรงงานให้ปั้นเป็นเม็ดให้ได้ ในช่วงเช้าของการดูงานในวันแรกก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เท่าที่ผู้วิจัยประเมินจากการพูดคุยกับคณะกีรรมการ พบว่า คณะกรรมการมีความสนใจที่จะทำโรงนำดื่ม แต่คงต้องรอเก็บเอาไว้เป็นโครงการในอนาคตค่ะ ส่วนโรงปุ๋ยก็สนใจเช่นกัน แต่คงทำคนละอย่างกับที่หนองสาหร่ายทำ