วันนี้ (๓๑ ส.ค. ๔๙) เป็นวันสุดท้ายของชีวิตอินเทอร์นที่ สคส. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช่วงเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นประสบการณ์ที่มีค่าอย่างยิ่ง
วันนี้ อาจารย์วิจารณ์นำบันทึกเรื่อง "ตั้งคำถามสำคัญกว่าให้คำตอบ" ขึ้น blog ซึ่งตรงกับความตั้งใจของดิฉันที่คิดจะหยิบเรื่องของ "คำถาม" มาใช้เป็นประเด็นร่วมของบันทึกนี้อยู่พอดี เนื่องจากประสบการณ์ชุดหลังสุดที่ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ใน ๑๐ วันมานี้ ล้วนแล้วแต่พุ่งเป้ามาที่ความสำคัญของคำถามทั้งสิ้น
เริ่มจากการได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการ ห้องครุวิจัย งานครบรอบ ๑๐ ปี สกว. ทำให้ได้รับความรู้ในเรื่องการเป็นกระบวนกรที่ดี ตามวิธีของเสมสิกขาลัย เมื่อวันที่ ๒๑ ส.ค.๔๙ คุณปรีดา เรืองวิชาธร หรือ พี่เล็ก คือวิทยากรที่มาเตรียมตัวกระบวนกรทั้ง ๓๐ คนมีความพร้อมที่จะไปสร้างกระบวนการให้ครูที่เข้าร่วมในโครงการครุวิจัย เปิดใจสนทนากันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านทัศนคติ พฤติกรรม วิธีการทำงาน ฯลฯ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง วิธีการนำสิ่งที่ได้รับมาไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียน และข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการเพื่อการปรับปรุงให้ดีขึ้นสำหรับรุ่นต่อไป
ทักษะสำคัญของกระบวนกร คือ ต้องเป็นคนที่มีวิธีคิดที่ดี มีทักษะที่ดีในการรับฟัง และสามารถจับประเด็นได้ดี ที่สำคัญคือ สามารถตั้งคำถามให้ผู้ที่เข้าร่วมในกระบวนการค้นเข้าไปในตัวเองว่าเขามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในด้านใดบ้าง แล้วจับประเด็นของการเปลี่ยนแปลงมาถามให้ลึกถึงสภาพของใจ และการเติบโตที่เกิดขึ้นกับเขา รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับคนอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพ ทางพฤติกรรม ทางสำนึก และทางปัญญา ที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนทัศน์เก่า-ใหม่ ที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง
การตั้งคำถามของกระบวนกรจึงมีส่วนสำคัญมาก ในการกำกับทิศทางของการสนทนาให้มุ่งไปสู่ประเด็นที่ตั้งไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นคำถามที่ก่อให้เกิดความไว้วางใจ ชวนให้การสนทนามีความลื่นไหลจนลึกลงไปถึงอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ภายใน ที่ช่วยให้ได้มองเห็นแง่งามของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
อีก ๒ วันถัดมา ก็ได้โอกาสไปจับภาพที่โรงเรียนสัตยาไส จ.ลพบุรี กิจกรรมพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นในวันนี้ คือ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่คณะนักเรียนและครูร่วมกันจัดขึ้น อาจารย์อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียนได้มากล่าวเปิดงาน ท่านใช้คำแทนตัวเองว่า " นักวิทยาศาสตร์คนนี้ " ได้มาให้ข้อคิดแก่นักเรียนที่รัก และคุณครูที่เคารพ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติที่เคารพของท่านว่า
" การคิดเป็นขั้นตอน มีเหตุมีผล อย่างนักวิทยาศาสตร์ เป็นคุณสมบัติของนักวิทยาศาสตร์ ที่ควรมีในทุกคน แต่ทุกคนควรมีคุณธรรมก่อน คนดีต้องใช้วิทยาศาสตร์เพื่อช่วยให้ทุกคนมีความสุข เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การคิดอย่างนักวิทยาศาสตร์เริ่มต้นที่การสังเกต การตั้งคำถาม แล้วค้นหาคำตอบด้วยการสังเกต ตั้งสมมุติฐานว่าเป็นเพราะอะไร ศึกษา ทดลอง สรุป เข้าใจปัญหา " ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากการสังเกต และการตั้งคำถาม แล้วก็จบลงด้วยการตอบคำถามที่สงสัยนั้นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์นั่นเอง
เหตุการณ์ที่ท่านนำมาเล่าประกอบเพื่อให้เกิดความกระจ่างก็คือ การที่ท่านเป็นผู้รับพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งที่เขาหินซ้อน และการทำฝนเทียมเพื่อขจัดปัญหาภัยแล้ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานหนทางแก้ไขปัญหาต่างๆตามแนวพระราชดำริ ด้วยจุดเริ่มต้นที่เกิดมาจากคำถามว่า " ทำอย่างไร" จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้
อาจารย์ทัศนีย์ ทองสม ผู้อำนวยการโรงเรียนสัตยาไส ก็เริ่มตันกระบวนการฝึกฝนครูและนักเรียนด้วยการตั้งคำถามให้เกิดความรัก ความเมตตา ด้วยการตั้งคำถามให้ตอบ และสนทนากันในเรื่องเหล่านี้ให้มากๆ เพื่อให้การกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้น มุ่งไปที่การคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม และการมีจิตใจรับใช้ ช่วยเหลือสังคม เพื่อสังคมจะได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกันกับคำถามที่อาจารย์อาจองกล่าวทิ้งท้ายไว้ให้คิดเมื่อตอนกล่าวเปิดงานฯ ว่า
" เราต้องตั้งคำถามเสมอว่าสิ่งที่เราทำนี้ ดีสำหรับทุกคนไหม ถ้าไม่ดีเราไม่ทำ เราไม่ยอมรับ "
ขอบคุณที่ถามถึงค่ะ ตอนนี้ยุ่งมากเพราะที่โรงเรียนกำลังปรับโครงสร้างใหม่... ยังไม่เข้าที่เลยค่ะ หากเหตุการณ์สงบเรียบร้อยดีแล้วจะกลับมาเขียนบันทึกให้อ่านอีกแน่นอนค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปภังกร ขอบคุณค่ะ สำหรับความเห็น และอีกไม่นานเกินรอจะเข้ามาเขียนเล่า "ชีวิตจริงของอินเทอร์น" ให้ฟังอ่านกันนะคะ