ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับการกีดกันทางการค้า

      ปัจจุบันปัญหาทางสิ่งแวดล้อมนับว่าเป็นปัญหาระดับสากลที่ทั่วทุกประเทศต่างหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางอากาศ ปัญหาทางน้ำ หรือปัญหาทางสินค้าเกษตร ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดแค่ภายในประเทศแต่กระจายไปทั่วโลกและมนุษย์เริ่มมีความวิตกกังวลกับปัญหาดังกล่าว(Global environment)
      ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือปัญหาทางด้านสินค้าเกษตรที่มีการส่งออกนอกประเทศอันเป็นการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มประเทศผู้นำเข้าสินค้าเกษตรเริ่มมีการตื่นตัวกับความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภคในปประเทศ เช่น การที่ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรปฏิเสธการนำเข้าสินค้า GMO เพราะกลัวถึงอันตรายของ GMO ต่อประชากรในชาติของตน จึงเป็นอำนาจต่อรองในการเลือกรับสินค้าที่มีคุณภาพอันมีผลกระทบต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าให้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพปละปลอดภัยจึงจะสามารถส่งออกได้
       จะเห็นได้ว่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ ทำให้ค่านิยมของหลายกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วสนับสนุนให้มีการกีดกันทางการค้าและหันไปสนับสนุนกลุ่มสิ่งแวดล้อมนิยมเป็นการนำเรื่องการค้ามาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม 
        ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงควรแก้ปัญหาให้ตรงจุดเพื่อผลประโยชน์แก่ทุกฝ่ายเพราะไม่ว่าจะเป็นการค้าแบบไหนเสรีหรือไม่เสรีก็มีผลกระทบทัั้งนั้น ทุกประเทศควรมีมาตรการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ป้องกันปัญหา และสนับสนุนช่วยเหลือประเทศเหล่านั้น มิใช่แค่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วทืี่สามารถมีอำนาจต่อรองได้มิฉะนั้นกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาก็จะไม่มีอำนาจต่อรองและคงจะพัฒนาต่อไปไม่ได้หากต้องรับภาระหนักเช่นนี้

          

                                                บทความโดย..นางสาวเสาวลักษณ์  จันต๊ะคาด 
                                               นักศึกษาปริญญาโทคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ