ปีเก่าผ่านไป  ปีใหม่เข้ามา  ให้สุขหรรษา ไร้โรคาภัย

       สวัสดีปีใหม่ครับ พอถึงปีใหม่คราใด เรามักมีคำอวยพรดีๆ มอบให้กันมากมาย  โดยสรุปแล้วก็คือ ขอให้ผู้ที่ได้รับพรนั้น มีความสุขกาย สบายใจ ชีวิตสดใส ไม่เจ็บ ไม่จน ซึ่งนับว่าเป็นการเสริมเพิ่มกำลังใจซึ่งกันทางหนึ่ง หลังจากที่เราต่างเหน็ดเหนื่อยจากการใช้ชีวิตในปีที่ผ่านมาอย่างหนักหนาสาหัสพอควร

      อย่างไรก็ตามการได้รับพรดีๆ  แม้จะช่วยให้มีกำลังใจ แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าผู้ที่ได้รับจะมีความสุขกาย สบายใจเสมอไปครับ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนความคิด หรือพฤติกรรมแย่ๆ ซึ่งไม่สามารถแก้ได้ด้วยคำอวยพร เป็นต้นว่า นอนก็ตื่นสาย อายจะทำกิน ดูหมิ่นเงินน้อย มัวคอยวาสนา ใช้เวลาจมอยู่ความคิดฟุ้งซ่าน รำคาญใจ

        ดังนั้นใครที่อยากมีความสบายใจหรือสุขสงบใจ ก็ต้องรู้ฝึกตัวเองให้รู้ทัน ความคิด ของตนครับ เป็นการเฝ้ามองให้เห็นและรู้ทันความคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าตอนนี้เรากำลังคิดอะไร และรู้สึกอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นการฝึก สติ นั่นเอง เหมือนกับมองเห็นความคิดเหมือนสายน้ำไหล รู้ว่าตอนนี้น้ำนั้นไหลช้า หรือว่าไหลเร็ว รู้ว่าน้ำนั้นใส หรือน้ำนั้นขุ่นข้น แต่อย่าปล่อยตัวเองให้จมไปกับกระแสน้ำ ซึ่งก็เหมือนกับการปล่อยความรู้ตัวให้จมไปกับกระแสความคิด  ยิ่งถ้าเป็นความคิดในด้านลบ ก็จะยิ่งทำจมไปกับความทุกข์ และวิตกกังวล ส่งผลให้ขาดความสุขสงบในใจ ดั่งคำโบราณที่สอนไว้ว่า “อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังคำพูด”

      ปีใหม่นี้ ลองหาเวลามานั่งมองความคิดอย่างรู้ทัน ไม่จมไปกับความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเรารู้สึกสุข สงบใจขึ้นเยอะ ขอให้โชคดีในปีมังกรทองครับ