จากการที่ดิฉันเคยพบปัญหาแผลร้อนในภายในปากอยู่เป็นประจำแต่ไม่หายขาดจึงนำบทความนี้มานำเสนอให้กับผู้พบปัญหาเช่นนี้

แผลร้อนใน (Recurrent aphthous ulceration)
          เป็นโรคที่พบได้บ่อยเกิดขึ้นที่เนื้อเยื่อบุผิวของช่องปากผลที่เกิดอาจเกิดเพียงหนึ่งหรือหลายแห่ง ทำให้เกิดความเจ็บปวดมาก

สาเหตุ
          การเกิดแผลร้อนในมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน สภาพทางจิตใจและสังคม มักจะเกิดกับผู้มีรายได้น้อย มีความเครียดและมีการทำงานที่มีการแข่งขันสูงอาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ และภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะขาดธาตุเหล็ก,โฟเลตหรือวิตามินบี 12 นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน

ลักษณะแผลร้อนใน
          1. แผลร้อนในขนาดเล็ก (minor aphthous ulceration)
         
แผลลักษณะนี้พบได้บ่อยในกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 15 - 45 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย มักพบบริเวณเยื่อเมือกด้านริมฝีปากด้านแก้ม, กระพุ้งแก้ม และขอบลิ้น รอยโรคมักปรากฏอยู่ในช่องปากประมาณ 14 วันและมีอาการเจ็บปวดในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อเยื่อบุผิวในช่องปากฉีกขาดจะเป็นแผลซึ่งมีลักษณะกลมรี มีสีเหลืองอ่อนจะมีความเจ็บปวดมากขึ้น
          2. แผลร้อนในขนาดใหญ่ (major aphthous ulceration)
         
แผลชนิดนี้พบได้น้อยกว่าแผลขนาดเล็กแผลขนาดใหญ่นี้จะทำให้ผู้ป่วยมีความเจ็บปวด การรับประทานอาหาร การพูดการกลืนน้ำลายจะยากลำบาก พบได้ทุกบริเวณในช่องปาก การหายของแผลกินเวลาประมาณ 10 -40 วัน มักพบรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่

          3. แผลชนิดคล้ายเฮอร์ปีส์ (herpetiform ulceration)
         
แผลที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะคล้ายแผลขนาดเล็กพบได้บ่อยบริเวณใต้ลิ้น เพดานอ่อนริมฝีปาก ด้านใน ลักษณะแผลจะเป็นกลุ่ม และเจ็บปวด หายได้ภายใน 7 - 14 วันผู้ป่วยมักกลืนลำบาก และ น้ำหนักลด เนื่องจากรับประทานอาหารลำบากและไม่เพียงพอ   

การรักษาแผลร้อนใน
          ในปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดที่รักษาแผลร้อนในให้หายขาดโดยไม่ปรากฏอาการเกิดขึ้นมาอีก ดังนั้นการรักษาที่นิยมในปัจจุบันคือรักษาไปตามอาการโดยให้สเตียรอยด์ชนิดทาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการเจ็บและอาการอักเสบดังนี้ 
          1.
ไทรแอมซิโนโลนอะเซทโทไนด์ ชนิดขี้ผึ้ง 0.1% ทาวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
          2. ฟลูโอซิโนโลนอะเซทโทไนด์ 0.1% สารละลายหรือชนิดขี้ผึ้งทาวันละ 3 ครั้ง หลังอาหารหรือ อาจใช้ คลอร์
เฮ็กซิดีนกลูโคเนต 0.2 - 1% ใช้อมบ้วนปาก 10 มิลลิลิตร อม 1 นาที วันละ 2 ครั้ง (เช้า - เย็น)หรือหลังอาหาร

สี่งที่ควรทําเมื่อเกิดแผลร้อนใน
          หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีกรดหรือรสเปรี้ยว  เช่น  ผักดอง  รวมไปถึงขนมหวานที่เคี่ยวจนเหนียว  รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์อาจทําให้อาการแผลในปากที่เป็นอยู่มีอาการรุนแรงขึ้น  นอกจากนั้นควรบ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2 ถึง 3 ครั้ง และถ้าแผลไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ควรไปพบแพทย์

         แผลร้อนในเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกําลังเหนื่อยล้าหรือทรุดโทรม จึงต้องดูแลตนเองให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารให้เหมาะสม นอนหลับอย่างเพียงพอและออกกําลังกายกลางแจ้งในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์เป็นประจําจะช่วยลดความเสื่ยงจากโรคนี้ลงไปได้

 

    

 

  จากบทความของ สนุก!พีเดีย หมวดความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี     แพทยศาสตร์เรื่อง : แผลร้อนใน

ที่อ้างอิงมาจาก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี