เจาะความหมาย
ตอนที่ 1 คำว่า "ครู"
คำว่า "ครู" นั้นทุกๆท่านคงจะทราบดีว่ามาจากคำว่า "ครุ" ที่แปลว่าหนัก หรืออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเป็นครูนั้นมีภาระและหน้าที่ที่หนักอึ้งทีเดียว
ทุกท่านคงทราบแก่ใจแล้วว่า "ครู" นั้นเป็นบุคคลที่ต้องปั้นดินให้กลายเป็นดาว อาจเป็นดาวจรัสฟ้าหรือไม่นั้นก็ขึ้นไม่อาจทราบได้ ซึ่งเป็นงานที่ยากเป็นอย่างยิ่ง หรือแม้แต่การจินตนาการก็ตาม... การจะสร้างสิ่งที่มีมวลและหนักให้มันลอยอยู่บนอากาศและส่องสว่างด้วยตัวเอง ..... คงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะการปั้นจากจิตวิญญาณในตัวคน
นี่เป็นเสี้ยวหนึ่งในชีวิตจริงๆที่หลีกหนีไปไม่พ้น .... หากคุณคือ "ครู"
ฉะนั้นแล้วอาชีพหลักของครูคือ "การสอน" นับตั้งแต่การสอนในศาสตร์ที่ครูนั้นมีความชำนาญเฉพาะทาง และ ยังต้องสอนหลักการใช้ชีวิต คุณธรรม จริยธรรม กอปรกันไปด้วย ....
ครูจึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี
และ ดูหรูหราต่อสายตาประชาชน
แต่เป็นอาชีพที่หาคนที่เหมาะสมที่จะทำได้ยากที่สุด
แต่เป็นอาชีพที่มีค่าครองชีพน้อยที่สุด(ในบรรดา ป.ตรี)
แต่เป็นอาชีพที่ต้องดูแลคนมากที่สุดไม่ต่างจากหมอและพยาบาล
ซึ่งในปัจจุบันภาระหน้าที่ของครูไม่ได้จบแค่ "การสอน" แต่ต้องทำกิจอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายจากทางสถานศึกษาและภาระงานอื่นๆที่ต้องพัฒนาตนเองควบคู่กันไปด้วย .... ซึ่งอาจจะมีมากมายหลายเหตุผลแตกต่างกันไปตามแต่บุคคล
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนั้น .... ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอนและผู้เรียน(นักเรียน)ในสถาบันการศึกษานั้น รวมทั้งส่งผลต่อภาพรวมการศึกษาของเด็กไทย และถ้ามองระดับชาติส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนของไทยอีกด้วย ...
นี่อาจเป็นความคิดเห็นในมุมมองของผมเพียงแค่คนเดียว ... แต่อาจมีความจริงบางส่วนที่มีคนเห็นด้วย หรือ อาจไม่เห็นด้วยเลย
ครู คือ ผู้สร้างโลก ด้วยการสร้างศิษย์...ครับ
ครูเป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก เสียสละ ต้องคอย ตอบคำถามเด็ก ต้องใจเย็นมาก เพราะบางทีเจอเด็ก กวน ไม่ตั้งใจเรียน และได้ค่าตอบแทนน้อยมาก และยิ่งสมัยนี้น่าสงสารครูมากเพราะ ตักเตือนเด็กไม่ได้ ถ้าตักเตือน เด็กไม่พอใจ อัดเทป หรือไม่ฟ้องผู้ปกครอง ครูโดนทันบนแทนเด็ก(ประสบการณ์จากคุณพ่อ ที่เป็นอ.รร.ชื่อดัง)
ปัญหาเด็กก้าวร้าวทุกวันนี้ ลำพังแค่ครูไม่สามารถช่วยได้ครับ ต้องให้ครูคนแรกของเขาดูแลแก้ไข หากพ่อแม่ต้องการให้ลูกเป็นแบบไหนก็ต้องทำตัวให้เป็นแบบนั้น เพราะลูกมีศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดสิ่งที่ดีหรือเลวต่อจากพ่อแม่ ครู อาจารย์หลายเท่านัก ทุกวันนี้พ่อแม่มักฝากความหวังไว้กับครูว่าครูจะทำให้เด็ก(ลูก) เป็นคนดีได้ โดยที่พ่อแม่ไม่ได้ทำอะไรเลย
บทบาทจึงตกหนักที่ครูจริง ๆ และครูจริง ๆ บางคนก็ไม่เข้าใจบทบาทของตนเองอีกต่างหาก จึงกลายเป็นการซ้ำเติมโดยไม่ได้ตั้งใจ เราคงต้องกลับไปเรื่อง บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เหมือนแต่ก่อนเก่ากันบ้าง แต่ทุกวันนี้สังคมขั้นต้นเหล่านี้ร่อแร่ อยู่ในฐานะเตี้ยอุ้มค่อม ต่างเอาตัวให้รอดเสียก่อน...
ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ ....
@ คุณโยธินิน ... อันนี้ตรงมากๆครับ ผู้ปกครองหลายๆท่านทำแต่งาน หาแต่เงิน จนลืมหาความสุขกลับสู่ครอบครัวครับ ..
ผมคิดว่าระบบการจัดการของการศึกษาขั้นพื้นฐานอาจจะต้องนำรูปแบบของการบริหารหรือแบ่งส่วนงานแบบมหาวิทยาลัย
มาปรับใช้นะครับ ... เพื่อลดภาระงานของครูลงและเน้นไปที่การสอนให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องหาหน่วยงานที่ดูแลสวัสดิการ
ของครูให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ... ครับ
ขอบคุณครับ