ปัจจัยที่ทำให้น้ำท่วมในเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทยมาจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือวิถีชีวิตของคนในชนบทเปลี่ยนไป หากทุกชุมชนยึดหลักทฤษฎีใหม่ของในหลวง ปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น

      เมื่อตอนตี ๔.๐๐ น.ของวันแรกแห่งปี ๒๕๕๕ ความเคลื่อนไหวของเพื่อนบ้านทำให้รับทราบได้ว่า มีบางจุดในหมู่บ้านน้ำท่วมหลังจากที่ฝนตกเรื่อยๆ มาตลอดทั้งวัน ฉันก็คิดถึงบ้านในสวน พอตอนเช้าก็เริ่มเดินสำรวจคือจุดสะพานข้ามคลองทั้งสองจุดพบว่า ระดับน้ำขึ้นสูงกว่าปีที่ผ่านมา และสังเกตเห็นว่าหลายๆบ้านที่ไม่เคยท่วมก็ท่วม นี้คือหลักฐานของการที่คนเราไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  

"ถนนเส้นหลักของหมู่บ้านที่ผ่านสวนของเรา"

 

      ในมุมมองส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมาจากการที่ยางพารามีราคาสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้หลายๆคน เปลี่ยนระบบสวนดั้งเดิมที่มีอยู่เป็นสวนยางพารา เพราะฉันอาจกล่าวได้ว่า สวนของเราเป็นสวนเดียวที่ยังคงดั้งเดิมคือเป็นสวนผสมมีไม้ใหญ่ๆ แต่เนื่องจากเราก็มีพื้นที่จำกัด และพบว่าไม้ไผ่หรือไม้ที่แม่และพวกเราพยายามจะลงปลูกเรื่อยๆ ริมคลอง จะถูกขโมยโดยความคิดที่แตกต่างออกไป บางก็นำไปทำไม้ประดับ บางก็นำไปรับประทานเป็นอาหาร  ยังจำภาพที่แม่เอาสายสิญจน์ไปคล้องรอบๆกอไผ่หวังจะให้อยู่รอดปลอดภัย แต่ก็ไม่เลย ปีนี้ฉันจะรอให้ต้นกล้าของต้นจากแข็งแรงฉันจะลองไปเอาลงข้างคลองอีก ถ้าสวนเรามีกอจากเป็นภาพที่มีเสน่ห์ไม่เบาเลย   จากการที่ชาวบ้านเปลี่ยนแนวคิดเป็นปลูกยางพารามากขึ้นซึ่งยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวรากตื้นไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ทำให้น้ำมาเร็วและมาแรง หลายบ้านเลยประสบความเสียหาย รวมถึงบ้านในสวนของฉันเพียงแต่ฉันมองเป็นเรื่องธรรมดาเพราะประสบการณ์ในวัยเด็กโตมากับบ้านที่อยู่ริมน้ำประเภทท่วมทุกปี ปีไหนท่วมแรงบ้านเราก็จะเสียหายมากมาย พังไปครึ่งหลังแต่ในยามนั่นไม่มีระบบเงินชดเชย แต่ภาพที่ตาและพ่อทำแนวคั้นกั้นน้ำด้วยระบบเสารั้วและทางมะพร้าวเป็นภาพที่ฉันยังจำได้ติดตามและช่วยเราได้ในทุกๆปีด้วยระบบผ่อนหนักเป็นเบา ภาพเหล่านี้หายไปจากคนรุ่นฉันด้วยวิถีเปลี่ยนไป การแก้ปัญหาของคนรุ่นฉันคือ การขุดภูเขามาถมพื้นที่ต่ำ  การไม่ให้ความสำคัญกับคลอง และอีกมากมายที่หายไปกับกาลเวลา


"ฝั่งตรงกันข้ามกับสวนเรา เสียหายมากมาย"

        เมื่อวานวันที่สองของปีฉันเดินสำรวจสวนพร้อมกับถือโทรศัพท์เพื่อรายงานข่าวให้แม่ซึ่งไปช่วยน้องชาย Big Cleaning และเยียวยาบ้านน้องชายที่กรุงเทพ นักข่าวจำเป็นแบบฉันต้องรายงานข่าวเชิงบวกเพื่อให้คนไกลสบายใจบอกแม่ว่า "ไม่เท่าไรแม่  ต้นไม้ส่วนใหญ่ปลอดภัย ฝั่งดินริมคลองอยู่ในสภาวะปกติและมีดินมาถมเพิ่มขึ้น"  แม่ก็เพียรถามต้นไม้ทุกต้นว่าอยู่ดีมีสุขหรือไม่อาทิเช่น ต้นหยี  ต้นมะกอก ต้นส้มแขก  เป็นต้น  จริงๆต้นไม้สวนเราก็เสียหายน้อยมีน้องมังคัดสองต้นละ และต้นไม้เล็กๆที่เพิ่งจะปลูกเสียหาย แต่ไม่เป็นไรเสียหายแบบนี้ซ่อมได้ค่ะ เพราะครอบครัวเราก็เป็นครอบครัวนักปลูกมาตั้งแต่สมัยตายายแล้ว  พวกเราตั้งใจให้สวนนี้เป็นสวนป่าจริงๆ อยากให้มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดและมีสัตว์กลุ่มหนึ่งได้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งงานนี้คงเหมือนงานเย็บปักถักร้อยทำกันไปได้เรื่อยๆ อีกหลายชั่วอายุคน

"ล้มได้ก็ลุกได้"

        น้ำท่วมครั้งนี้ฉันอยากให้คนในชุมชนได้ทบทวนวิถีชีวิตและระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนใหม่วันนี้อาจยังไม่คิดแต่อยากให้มีสักวันที่คิดได้