เบนจามิน ดิสราเอลี่ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (1804 - 1881) เคยกล่าวไว้ว่า "ชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน" แต่การศึกษาแบบไหนที่เป็นความหวังได้จริง?

ปีใหม่ 2555 นี้ ผมเกิดความรู้สึกมี "ความหวังใหม่" (ตรงกับภาษายาวี ว่า ฮารับปันบารู)

ด้วยหลายปีที่ผ่านมา บ้านเมืองของเราผ่านวิกฤติการณ์มาหลายอย่าง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติ

เพื่อนผมหลายคนแสดงอาการของคนท้อแท้ สิ้นหวัง ด้วยไม่เห็นทางออก

แต่ผมยังมีความหวังเสมอ และปรารถนาให้ทุกคนมีความหวังไว้เสมอ 

"ความหวัง" นี่เองที่หล่อเลี้ยงจิตใจแต่ละบุคคลและบ้านเมืองเราให้มีชีวิตอยู่
และก้าวเดินต่อไปได้

การเดินทางต่อไปที่ไม่สุ่มเสี่ยงกับการตกหลุมตกร่องต้องสูญเสียซึ่งชีวิต
ทรัพย์สิน ขวัญ และกำลังใจ อันจะนำไปสู่ความสิ้นหวัง

จำต้องอาศัยทั้ง "ความรู้" และ "ปัญญา" ของคนทั้งแผ่นดิน  

ต้นเหตุใหญ่ของปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองเราวันนี้คือ "ความไม่รู้" (ignorance) หนึ่ง

กับยังขาด "ปัญญา" (wisdom) อีกหนึ่ง

ความไม่รู้นี้ต่างกับ "ความโง่" (stupidity)

คนไทยไม่โง่ เพียงแต่ "ไม่รู้" มากกว่า 

ปัญญานี้ก็ไม่ได้หมายเพียงแต่ฉลาดแก้ปัญหาต่างๆ ได้เท่านั้น

แต่ยังต้องมี "จิตตปัญญา" (spirituality) อันหมายถึง ปัญญาในการเข้าใจตนเอง
และพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้นของแต่ละบุคคล

การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น (being more fully human) ของบุคคลในชาติ
เป็นทรัพยากรสำคัญช่วยให้บ้านเมืองก้าวพ้นวิกฤติทั้งวันนี้และวันหน้าได้

คนในชาติจะ "รู้" และมี "(จิตต)ปัญญา" ตามนัยที่ว่าได้ก็ด้วย "การศึกษา" เป็นสำคัญ

การศึกษาของประชาชนเท่านั้นที่จะพาเราพ้นจากวิกฤติต่างๆ ได้

เบนจามิน ดิสราเอลี่ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (1804 - 1881) เคยกล่าวไว้ว่า
"ชะตากรรมของประเทศขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน"
แต่การศึกษาแบบไหนที่เป็นความหวังได้จริง?

การศึกษาในบ้านเราปัจจุบันมุ่งที่การสร้างอาชีพให้ประชาชน ซึ่งก็ดี มีประโยชน์

แต่จะดียิ่งขึ้นและมีประโยชน์ยิ่งขึ้นหากสามารถสร้าง "จิตตปัญญา" ให้ประชาชนได้ด้วย

ผมเห็นว่า การศึกษาที่เป็น "ความหวังใหม่" คือ การศึกษาชนิดที่
ให้ความสำคัญกับ "จิตตปัญญาศึกษา"

ในพระพุทธศาสนา มี "ไตรสิกขา" หรือ "สามศึกษา"
อันได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา

คำตอบจึงอยู่ที่การปฏิรูประบบการศึกษาใหม่
ให้เป็นระบบการศึกษาที่บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา (หรือไตรสิกขา)
กับการศึกษาเพื่ออาชีพ

บ้านเมืองใดที่ให้การศึกษาจนประชาชนมีทักษะในการงานอาชีพ
บ้านเมืองนั้น(มัก)จะไม่อดอยาก

แต่บ้านเมืองใดที่ประชาชนมีจิตตปัญญา (ไตรสิกขา) ด้วย
บ้านเมืองนั้นจะเต็มไปด้วยความรัก การให้อภัย
เมตตา กรุณา มีความชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น (ไม่อิจฉาตาร้อน) 
และมีอุเบกขา (ปล่อยวางได้กับสิ่งต่างๆ ที่ต้องเป็นไป
ตามเหตุแห่งกรรมของบุคคล หรือตามเหตุแห่งกรรมของสังคม)
อันจะนำไปสู่ความสามัคคีของประชาชนได้อย่างแท้จริง

และเป็นบ้านเมืองที่เข้มแข็ง มั่นคง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อย่างแท้จริง

ผมมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ "ความหวังใหม่" ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง
ของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อชีวิตและชุมชน
ที่กำลังจัดการศึกษาให้กับประชาชนตามนัยนี้ในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ. 

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๓ มกราคม ๒๕๕๕