ทำอย่างไรอาหารไทยจึงจะมีคุณค่าและมีราคา

     งานมหกรรมอาหารพิษณุโลกเคาท์ดาวน์ 2555 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2554 ถึง1 มกราคม 2555 ซึ่งเทศบาลนครพิษณุโลกจัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 17 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลก และเป็นกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น ตลอดจนเป็นการสนับสนุนและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการค้าอาหาร และสินค้าต่างๆได้ร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพ คุณภาพสินค้า และบริการให้ก้าวขึ้นสู่ระดับสากล  

 

           ในงานมีการจำหน่ายอาหารจากผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Clean Food Good Taste จำนวนกว่า 100 ร้าน รวมถึงซุ้มอาหารรับเชิญของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ซุ้มจำหน่ายของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนสินค้าของเครือข่ายชุมชนเทศบาลนครพิษณุโลก การจำหน่ายสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก การจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน อาหารโบราณ ขนมไทยโบราณ และการแสดงดนตรีของเยาวชน และการแสดงของศิลปินนักร้อง

        ดูเหมือนว่ารูปแบบการจัดงานนับ 10 ปี งานมหกรรมอาหาร ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก  มีเพียงกิจกรรมอื่นๆ  ที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับอาหารให้สมชื่องานมหกรรมอาหารพิษณุโลก

          คืนนี้( 30 ธ.ค.54) หลังจากกลับจากการชมงานเที่ยวชมงาน ผู้เขียนได้คิดวิธีที่จะปลูกฝังให้เยาวชนให้เกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงความสำคัญของวิถีความเป็นอยู่ท้องถิ่น  จึงเชื่อมโยงงานมหกรรมอาหาร มาตั้งคำถาม  เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์  3 ข้อดังนี้

1.ปัจจุบันทำไมผู้หญิงไทย กลายเป็นคนทำอาหารไทยไม่เป็นมากถึงร้อยละ 70 ทั้งที่สมัยก่อนผู้หญิงไทยมีฝีมือในด้านการทำอาหาร  และทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือน

2.ทำไมคนไทยในเมืองใหญ่ จึงนิยมบริโภคอาหารญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ มากขึ้นทุกวัน

3.ทำอย่างไรอาหารไทยจึงจะมีคุณค่าและมีราคา

คำถามทั้ง  3 ข้อ  อาจมีคำตอบเป็นข้อมูลที่จุดประกายให้เยาวชนเกิดแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการจัดงานมหกรรมอาหารในอนาคต  และอาจส่งผลให้อาหารไทยมีคุณค่าและมีราคาไม่น้อยกว่าชาติอื่น

ท้ายบันทึก ได้คัดลอกข้อมูลอันเป็นประโยชน์  และเป็นส่วนหนึ่งของการจะทำให้อาหารไทยมีคุณค่าและมีราคา

ข้อกำหนดด้านสุขาภิบาลอาหารสำหรับร้านอาหาร

  • สถานที่รับประทาน  สถานที่เตรียมปรุง  ประกอบอาหาร  ต้องสะอาดเป็นระเบียบละจัดเป็นสัดส่วน

  • ไม่เตรียมปรุงอาหารบนพื้น  และบริเวณหน้าหรือในห้องน้ำ  ห้องส้วม  และต้องเตรียมปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

  • ใช้สารปรุงแต่งอาหารที่มีความปลอดภัย  มีเครื่องหมายรับรองทางราชการ  เช่น เลขทะเบียนตำรับอาหาร ( อย. ) เครื่องหมายรับรองมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม ( มอก. )

  • อาหารสดต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงหรือเก็บ  การเก็บอาหารต้องแยกประเภทต่างๆหรือแบ่งเป็นสัดส่วน  อาหารประเภทเนื้อสัตว์ดิบ เก็บในอุณหภูมิที่ไม่สูงกว่า 7.2 องศาเซลเซียส

  • อาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วเก็บในภาชนะสะอาด มีฝาปิด  วางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

  • น้ำแข็งที่ใช้บริโภคต้องสะอาด  เก็บในภาชนะที่มีฝาปิด  ใช้อุปกรณ์ที่มีด้ามสำหรับคีบหรือตักโดยเฉพาะ  วางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

  • ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างภาชนะ  แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง  หรือล้างด้วยน้ำไหลและที่วางภาชนะต้องวางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

  • เขียงและมีดต้องมีสภาพดี  แยกใช้ระหว่างเนื้อสัตว์สุก เนื้อสัตว์ดิบ  ผักและผลไม้

  • ช้อน  ส้อม ตะเกียบ  วางตั้งเอาด้ามขึ้นในภาชนะที่โปร่งสะอาดหรือวางเป็นระเบียบในภาชนะโปร่งสะอาดและมีการปกปิด  เก็บสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

  • มูลฝอยและน้ำเสียทุกชนิด  ได้รับการกำจัดด้วยวิธีที่ถูกหลักสุขาภิบาล

  • ห้องส้วมสำหรับผู้บริโภคและผู้สัมผัสอาหารต้องสะอาด  มีอ่างล้างมือที่ใช้การได้ดี  และมีสบู่ที่ใช้ตลอดเวลา

  • ผู้สัมผัสอาหารแต่งกายสะอาด  สวมเสื้อมีแขน  ผู้ปรุงต้องผูกผ้ากันเปื้อนที่สะอาด  สวมหมวกหรือเน็ตคลุมผม

  • ผู้สัมผัสอาหารต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมปรุง  ประกอบ จำหน่ายอาหารทุกครั้ง  ใช้อุปกรณ์ในการหยิบจับอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วทุกชิ้น

  • ผู้สัมผัสอาหารที่มีบาดแผลที่มือต้องปิดบาดแผลให้มิดชิด  หลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานที่มีโอกาสสัมผัสอาหาร

  • ผู้สัมผัสอาหารที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถติดต่อไปยังผู้บริโภคโดยมีน้ำและอาหารเป็นสื่อ  ให้หยุดปฏิบัติงานจนกว่าจะรักษาให้หายขาด