ผมเพิ่งไปดูละคร สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล มา ประทับใจอย่างไร อยู่ในอีกบันทึกนะครับ แต่ผมแยกบันทึกนี้ออกมา เพราะผมได้เรียนเรื่องการทำงานในระหว่างดูละครด้วย

เอาเรื่องสั้นๆก่อน

ตอนแม่พลอยเสียตาอ๊อด ที่ไปเป็นมาลาเรียตายที่ปักษ์ใต้ ความฝันว่าตาอ๊อดกลับมาอำลา ตอนผมอ่านหนังสือ ผมรู้สึกเฉยๆ แต่พอมาดูละครเวที ผมกลับประทับใจ อาจจะเป็นเพราะว่า เนื้อเพลงตอนนี้ บ่งถึงความเข้มแข็งของผู้จากไป คือ ตาอ๊อด ซึ่งเดิมเคยเป็นลูกติดแม่

 

คืนวันหนึ่ง พลอยนอนคิดถึงตาอ๊อดอยู่จนหลับไปด้วยความอ่อนใจ  และคืนนั้นพลอยก็ฝันไปว่าตนเองนั่งเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้านในตอนบ่าย  แต่แรกก็นั่งอยู่คนเดียว  แต่แล้วตาอ๊อดก็มานอนเอาหัวหนุนตักอยู่โดยไม่รู้ตัว  ตาอ๊อดหน้าตาสบายดีไม่เจ็บไข้และยิ้มกับพลอยด้วยวิธีที่ตาอ๊อดยิ้มกับแม่ได้คนเดียว  แล้วก็พูดว่า

"ทูนหัวของลูก  แม่บ่นเสมอว่าไม่อยากให้ลูกไปจากบ้าน  เดี๋ยวนี้ลูกก็กลับมาแล้ว  และตั้งแต่นี้ไปลูกจะไม่ไปไหนอีก ลูกจะอยู่กับแม่ตลอดไป"


ซึ่งญาติคนไข้ที่เสียชีวิตหลายคน บอกว่า ความฝันว่าผู้ตายกลับมาหาในสภาพที่ดี งดงาม หรือบอกว่าได้ไปอยู่ในสถานที่ดี ย่อมเป็น การเยียวยาภายในของตนเองของผู้สูญเสียที่ได้ผลมาก

วันใดที่เธอมืดมน จะคอยเป็นคนชี้ทาง

วันใดเธออ้างว้าง จะคอยกุมมืออยู่ข้างกาย

วันใดที่เจอคลื่นลม จะเป็นเรือน้อยฝ่าสายลมพาเธอก้าวไป

จงอย่ากลัว จงอย่ากลัว เส้นทางสุดแสนไกล

ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

ลองฟังเพลงดูนะครับ


สำหรับประเด็นสำคัญที่ผมได้เรียน คือ บทสรุป

อยากให้ฟังบทสรุปของเรื่องในเพลง บทสรุป นี้ก่อนครับ เป็นเพลงที่ตัวละครซึ่งเสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด รวมทั้งแม่พลอยด้วยเป็นผู้ร้องตอนจบ

แล้วลองมาอ่านคำพูดสุดท้ายของแม่พลอย ตอนที่ลมหายใจเหือดแห้งไปกับน้ำในคลองบางหลวง

 

"ฉันไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง ถ้าคุณเปรมยังอยู่ ฉันก็คงจะถามได้ แต่ก็ช่างเถิด ไม่เป็นไร ว่าที่จริง ฉันก็เริ่มจะเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว แต่ฉันอยู่มานานเต็มที คุณเปรม.. ได้เห็นอะไรที่ไม่นึกว่าจะได้เห็นและไม่อยากจะเห็น ฉันอยู่มาจนถึงสี่แผ่นดินแล้ว สี่แผ่นดิน คุณเปรม นานหนักหนา ฉันเหนื่อยเต็มที เหนื่อยจะขาดใจ คนสี่แผ่นดินนั้นแก่เกินไปกระมัง หรือว่าฉันจะเหนื่อยเพราะเรื่องอื่นก็ไม่รู้.."



แม่พลอยพลัดพรากและสูญเสียมาแทบตลอดชีวิต ตั้งแต่ต้องจากบ้านคลองบางหลวงมาเข้าวังตั้งแต่ยังไม่ประสีประสา เสียพ่อเสียแม่ เสียความไว้วางใจสามีที่มีหญิงอื่นไม่บอก เสียสามีกระทันหัน  เสียตาอ๊อด..ลูกคนที่สนิทที่สุด เสียบ้านไปเพราะสงคราม และที่สำคัญ เสียลมหายใจหรือจิตวิญญาณของตนเอง..สถาบันพระมหากษัตริย์

ดูเหมือนแม่พลอยจะเสียอะไรมากมาย แต่สรุปโดยรวมก็ไม่พ้น สูญเสียตัวตนและสิ่งที่ตนรัก ซึ่งไม่น่าจะเป็น..เรื่องอื่นก็ไม่รู้  ไปได้เลย

ถ้าต้องดูแลคนใกล้ตายอย่างแม่พลอย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วง life review หรือ กรรมนิมิต มองเห็นภาพชีวิตของตนเองตั้งแต่เด็กจนแก่ย้อนกลับมาราวกรอเทป เราจะเลือกทำอย่างไร ระหว่าง

1. บอกให้รับความจริง นี่คือ อนิจจัง ธรรมชาติของชีวิต และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เหมือนกับสายน้ำในบทเพลงช่วงที่สินจัยหรือแม่พลอยร้องเอง

..เเต่เวลาย่อมเปลี่ยนเเปรผัน สายน้ำที่เคยล้นฝั่ง ถึงวันน้ำเเห้งเหือดหาย
ชีวิตมีเกิดมีดับสลาย อ้อนล้าหัวใจสุดท้าย หลุดลอยหายในธารา..

หรือ

2. กล่าวเสริมตัวตนนั้นว่า ที่ผ่านมาก็ทำได้ดีแล้ว และนี่ก็จะเป็น การเปลี่ยนผ่าน ครั้งสำคัญ เพื่อจะได้..ไปอยู่ร่วมกับตัวตน คือ ทุกคนที่แม่พลอยรักและศรัทธา เหมือนกับบทเพลงที่ร้องถัดไปโดยเสด็จ..ผู้มีพระคุณ แม่แช่ม..ผู้บังเกิดเกล้า คุณเปรม..สามีคู่ชีวิต และ ตาอ๊อด..ลูกชายที่ผูกพันที่สุด

ชีวิตเจ้าผ่านมา น่าชื่นชมและน่าภูมิใจ ผ่านเรื่องราวเช่นไร ทำหน้าที่ได้อย่างดี
ชีวิตที่เกิดมา ผ่านคืนวันผันแปรเช่นนี้ เจ้าได้เรียนรู้จนเข้าใจ
แสนสุขใจวันที่มีเธอ
สุขใจที่มีแม่