สอดไปไม่เกิน ๑๕ นาที ผมก็ทำท่ากระดุ๊กกระดิ๊ก ทุกคนดูออกว่าเป็นท่ากำลังเบ่งอุจจาระ เจ้ากลีเซอรีนแท่งนั้นตามออกมาด้วย อย่างไม่บุบสลาย งดงามมาก จนคุณยายบอกว่าน่าจะเอามาReuse ในครั้งต่อไป

อาการท้องผูกไม่น่าจะเป็นกรรมพันธุ์ พฤติกรรมการกิน และวินัยในการเข้าห้องน้ำต่างหากที่ น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ้าเช่นนั้นคนในครอบครัวเดียวกัน กินอาหารสำรับเดียวกัน นิสัยในการเข้าห้องน้ำเหมือนๆ กัน ก็น่าจะเกิดหรือไม่เกิดท้องผูกคล้ายๆกัน แต่เป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่  ดังนั้นท้องผูกจึงยังคงเป็นปัญหาให้เห็นอยู่เสมอ สรุปอย่างนี้เกี่ยวข้องกันมั้ยเนี่ย

ที่บ้านคุณยาย ตัวคุณตาไม่เคยมีปัญหาท้องผูก บ่อยครั้งที่ถ่ายวันละ ๒ ครั้ง แต่คุณยายท้องผูกเป็นประจำคุณยายมีลูก ๒ คน ลูกชาย ไม่รู้ว่าท้องผูกหรือเปล่า ผู้ชายน้อยรายที่จะมาบ่นว่าวันนี้ถ่ายหรือไม่ถ่ายให้แม่ฟัง แต่ลูกสาวของคุณยาย คือคุณแม่ของผมท้องผูกโคตรๆ  ตำราบอกว่าคนท้องผูกมักเป็นแผลร้อนในในปาก และหน้าตาไม่สดใส แต่คุณแม่ผมหน้าเด้งเห็นมาแต่ไกล สำหรับคุณพ่อของผม ถอดแบบคุณตามาเปี๊ยบเลย ทั้งๆที่ไม่ใช่สายเลือดของคุณตาสักหน่อย  ส่วนตัวผมเองปัญหาท้องผูกถือเป็นปัญหาที่ครอบครัวของผมให้ความสนใจ และเป็นกังวลมาก ถึง มากที่สุด

ทั้งๆที่ผมอายุแค่ ๗ เดือนเท่านั้น และกินนมจากเต้า ซึ่งใครๆบอกว่านมแม่กินแล้วถ่ายสะดวก สำหรับผม ไม่จริงครับ ผมเคาะคุณแม่ออกมาเลย โดยเฉลี่ยแล้วผมมักถ่ายอุจจาระ ๓-๔ วันครั้ง ทุกคนเฝ้าลุ้นระทึก โชคดีที่อุนจิของผมไม่แข็งอย่างที่คุณยายพูดติดตลกเมื่อสอนนักศึกษาพยาบาลว่าอาการไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเวลาหลายวัน น้ำในกากอาหารจะถูกลำไส้ใหญ่ดูดคืนเกลี้ยง ทำให้ลักษณะอุจจาระแข็งจนอาจปาหัวหมาแตกได้ หรือถ้าถ่ายลงหม้อนอน ก็จะมีเสียงดังเพร้ง  คุณยายพูดราวกับหม้อนอนเป็นชามกระเบื้องเชียว

ช่วงนี้คุณยายเริ่มให้อาหารเสริมแก่ผมแล้ว คุณยายพยายามให้อาหารที่มีกากใยเพื่อช่วยผมในการขับถ่ายด้วย แรกๆ ก็ให้ฟักทองบดกับข้าว ต่อมาเพิ่มไข่แดงเข้าไปด้วย บางวันก็เก็บใบตำลึงข้างรั้ววงเล็บขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงมีไม่มากใบนัก นานๆกินที ที่จริงก็เพิ่งกินไปครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหน้านี้ใบตำลึงไม่ค่อยงาม ขาดฝนครับ เมนูที่๔ ก็คือแครอทต้มบดกับปลาเนื้อขาวและข้าว เมนูนี้ไม่ค่อยมีคนชอบเพราะเหม็นคาวปลามาก ทั้งๆที่คุณยายไปเฟ้นหาปลาเนื้ออ่อนอย่างดีมานึ่งให้ผมทีเดียว ส่วนแครอทก็อุตส่าห์นำมายีในตะแกรงเพื่อให้กลืนง่าย ย่อยง่าย

อาทิตย์นี้คุณยายอ่านตำราอาหารคุณหนู ซึ่งได้มาตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังเด็กๆ คิดดูก็แล้วกันเป็นสูตรโบราณของแท้ขนาดไหน เมนูที่ว่านี้ก็คือเต้าหู้อ่อน คุณยายเลือกซื้อเต้าหู้อ่อนจากตลาด ไม่ใช่แบบหลอดๆที่ฮิตกัน เพราะคุณยายอยากให้ได้เต้าหู้แท้ๆ แบ่งจากบ้านคุณยายมา ๔ ชิ้น ต้มมาเบ็ดเสร็จ ใส่ถ้วยตราไก่ใบจิ๋ว มีฝาครอบ ที่คุณยายซื้อมาจากเกาะเกร็ด ถ้วยน่ารักมาก คุณยายรีบนำเข้าตู้เย็นทันทีที่มาถึงบ้านผม เป็นความตั้งใจของคุณยายอย่างมากที่จะให้ผมได้ลิ้มรสโปรตีนจากถั่ว และเพื่อให้แน่ใจว่าระบบย่อยของผมรับได้ วันแรกคุณยายจึงบดเต้าหู้อ่อนประมาณ ๒ ช้อนคนกาแฟ กับข้าวสวยหนึ่งช้อนคนกาแฟ และน้ำซุปกระดูกหมู พอขลุกขลิก  คุณยายบอกว่าหอมจัง แต่ทำไมหน้าผมเหมือนกินยา อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่พยายามป้อนผมจนหมด พี่ส้มผู้ช่วยของคุณยายบอกว่าเมนูนี้ดีจัง แม้เลอะเทอะก็ไม่เหม็นคาว และเสื้อผ้าซักง่าย ไม่เหมือนเมนูกล้วยน้ำว้าบด ขอโทษครับผมลืมนับไป ความจริงกล้วยน้ำว้าเป็นเมนูแรกครับ กล้วยน้ำว้าทำให้เสื้อผ้าผมเปื้อนยางซักไม่ออกตั้งหลายตัว ดังนั้นเต้าหู้น่าจะเป็นเมนูที่ ๕ และ เมนูที่ผมชอบจนออกหน้าออกตาคือมะละกอ คุณยายจัดเป็นอาหารว่าง ให้ตอนบ่ายครับ คุณยายแบ่งมะละกอของโปรดของคุณแม่มา ๒ ชิ้น แล้วยีกับตะแกรง รสชาติหวานเย็นชื่นใจ กลืนคล่องไม่หนืดคอเหมือนกินข้าว ที่น่าสังเกตคือ ผมจะอ้าปากรอ ไม่เม้มปากเหมือนกินอาหารเสริมชนิดอื่นๆ

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ขณะผมกำลังเกาะยืนเล่นโมบาย อยู่ๆก็อาเจียนพรวดออกมาเป็นนมกองใหญ่ ๒ กอง คุณยายดูตกใจใหญ่เพราะมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมยังตกใจเลย แถมขณะคุณยายพาผมไปล้างตัวทำความสะอาดก็พรวดออกมาอีกหนึ่งครั้ง คราวนี้หมดไส้หมดพุงเลย เพราะรอบนี้มีกลิ่นเปรี้ยว คุณยายบอกว่าเป็นนมที่เข้าสู่กระบวนการย่อยไปแล้ว เป็นน้ำใสๆ หลังจากนั้นผมก็อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และโยเยเรื่อยมาจนเกือบหกโมงเย็นคือเวลาเข้านอนของผม  กระนั้นผมก็ยังหลับไม่สนิท ร้องไห้เป็นระยะๆ คุณยายก็เฝ้าแต่โอ๋ และกอดไว้ด้วยความสงสาร คุณยายสังเกตอาการและวิเคราะห์สาเหตุไว้ ๓ ประเด็น หนึ่งนมแม่ขวดสุดท้ายเป็นนมที่เอาออกมาจากช่องแข็งนานเกิน ๒๔ ชั่วโมงหรือเปล่า ต้องรอถามคุณแม่ ประเด็นนี้คุณแม่มาเฉลยแล้วว่าเป็นนมใหม่ที่เพิ่งปั๊มในเช้าตรู่วันนั้น ประเด็นที่๒ เต้าหู้อ่อนที่คุณยายภูมิใจนำเสนอ หรือไม่ก็ มะละกอเมื่อวานถูกเตรียมด้วยวิธีไม่สะอาด หรือไม่ก็ระบบย่อยของผมยังไม่ต้อนรับ สำหรับประเด็นที่๓ คือผมอาจใกล้จะเป็นหวัด และมีเสมหะในคอ ทำให้เกิดอาการแหวะ แต่เนื่องจากภาคเช้าวันนั้นผมตะกละไปหน่อยคุณยายดีใจจัดเต็มจึงอิ่มล้นกระเพาะ พอมีอะไรมากระตุ้นเลยพาลพรวดออกมา ประเด็นหลังนี้คุณยายบอกว่ามีน้ำหนักน้อยที่สุด

คุณยายบอกคุณแม่ผมในค่ำนั้น ขณะมารับช่วงเวรต่อจากคุณยาย คุณยายว่าที่ไม่โทรศัพท์บอกคุณแม่เพราะกลัวจะกังวลจนไม่เป็นอันทำงาน และคิดว่า “ปัญหานี้เอาอยู่ ” โดยคุณยายหยุดให้นมแม่ และมะละกอไว้ก่อน ให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว หากทนหิวไม่ไหวก็จัดนม Nutramegen ให้ ซึ่งย่อยง่ายกว่านมแม่ อันนี้ได้จากประสบการณ์ถูกเจ้า ซาโมเนลลา โจมตีครั้งก่อน คุณยายอยากออกไปซื้อน้ำเกลือแร่แต่ไม่สามารถ เพราะคุณตาไปทำหน้าที่ร่วมงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่  เรื่องที่จะฝากคุณแม่ซื้อคงไม่ใช่เพราะเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว และคุณยายคิดว่าเอาอยู่ รู้สึกคำนี้จะติดปากในทางลบตั้งแต่มหาน้ำเข้าท่วมกรุงเทพฯ คุณแม่บอกติดตลกว่าคำนี้ แรง!!! เพราะมันคือความล้มเหลว เอาไม่อยู่นะแม่ ดังนั้นคุณแม่และคุณพ่อจึงไม่อาจแขวนความกังวลออกไปจากใจได้ในคืนนั้น ผมรักครอบครัวของผมจังเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณยายมารับช่วงเวรต่อ คุณพ่อพาผมมาลงมาเล่นข้างล่างรอคุณยายมาต่อเวรตั้งแต่เช้ามืด ถ้าใครไม่ทราบผมก็ขอประกาศเสียเลยว่า ผมเป็นคนตื่นนอน และเข้านอนตรงเวลาราวกับนาฬิกาปลุก ทุกวันตื่นตีห้า มีบางครั้งถึงบ่อยครั้งที่ตื่นมาเล่นตั้งแต่ตี๓ ทำให้คุณพ่อ และคุณแม่ได้เรียนรู้ชีวิตที่แท้จริง รู้สึกภูมิใจจังที่เป็นครูให้ท่านทั้งสอง ทันทีที่คุณยายเจอหน้าผมก็ซักถามอาการจากคุณพ่อ ราวกับการทำหน้าที่รับเวรของพยาบาลที่คุณยายคุ้นเคย เมื่อคุณพ่อรายงานว่าอาการทั่วไปเป็นปกติ ไม่มีอาเจียน ไม่มีถ่ายเหลว ไม่มีไข้พักหลับได้ โอ้โฮ!! ถอดแบบการส่งเวรของพยาบาลเปี๊ยบ คุณยายทำท่าโล่งใจ แต่ก็ยังคงขอใช้แผนเดิมเพราะเชื่อว่าระบบย่อยอาหารของผมน่าจะได้พักต่อ ผมจึงได้กินนม Nutramegen ต่ออีกหลายขวด คุณยายมีแผนการให้เริ่มนมแม่ตามปกติในคืนนี้ หรือเช้ามืดวันพรุ่งนี้ก็ได้ และย้ายนมจากช่องแข็ง มาไว้ช่องธรรมดา ๑ ถุง

ดังนั้นวันนี้ผมจึงต้องทำตัวให้ดีที่สุดเพื่อให้คุณยายได้พักซะหน่อย เพราะเมื่อวานเล่นคุณยายจนอาหารเย็นกลายเป็นอาหารค่ำ คุณยายเลยตัดสินใจ NPO เว้นน้ำไปซะเลย อันนี้คุณยายบอกคุณแม่ว่าดีเหมือนกันเพราะได้คาลอรี่จากแคบหมูของฝากจากเมืองน่านไปเยอะแล้วในมื้อกลางวัน ที่ว่าทำตัวดีคือไม่อาเจียน ไม่โยเย และหัวเราะ ร่าเริง มีร้องไห้น้ำตาไหลพรากเวลาบู๋บี๋ หมายถึงเวลาง่วงครับ อาการนี้เพิ่งเกิดในเดือนที่๗ นี่แหละ น่าจะต้องอัดเสียงร้องมาแสดง จะได้เข้าใจว่าทำไมคุณยายต้องปลอบ โอ๋..โอ๋ คนดีอยู่ตลอด เมื่ออารมณ์ดี คุณยายจึงตัดสินใจซอยผมให้ผม โอ๊ย...ชักงงใช้คำซ้ำผมๆ อยู่ได้ จะให้ใช้หนูก็กะไร ป้าๆ น้าๆ จะครหาว่าเป็นลักเพศ  เนื่องจากผมด้านหน้ามันยาวไปหน่อย จะตัดตรงก็กลัวจะเหมือนกะลาครอบ คุณแม่รับไม่ได้... เลยหาซื้อกรรไกรซอยมาให้ คุณยาย จึงจัดให้ตามคำขอ ผลงาน “หล่อใช้ได้เลย” พี่ส้มอยากให้หวีผมทรงเด็กแว้น ไอ้ที่ตั้งตรงกลางเป็นแถบอ่ะ คุณยายก็จัดให้อีกทั้งที่ไม่โปรด หลังจากเอาผมหมายถึงปั้นครับใส่กระเป๋าแม้ว พาไปเดินเล่นกลับมา พี่ส้มจึงมาขอร้องว่าให้คุณยายหวีผมแบบเก่าเถิด ไม่รับหน้าปั้น คุณยายเห็นด้วยอยู่แล้ว จึงจัดให้อีกครั้ง

คุณยายบอกว่าจริงแล้วอยากเล่าเรื่องท้องผูกในบันทึกนี้ แต่ทำไมกลายเป็นเรื่องอาเจียน จึงแก้หัวเรื่องใหม่เป็น “ปัญหานี้เอาอยู่ครับ” แต่อย่างไรก็ตามเนื้อหาเป็นระบบทางเดินอาหารเหมือนกันแหละ หรือใครจะเปลี่ยนชื่อเรื่องให้ก็ได้นะครับ จริงๆแล้วอยากบอกกล่าวว่า....กลีเซอรีนแท่งที่พยาบาลประจำตัวของผม คืออาจารย์ชื่นฤดี หรืออาจารย์อู๋ ของคุณยาย เป็นผู้แนะนำให้ซื้อติดตู้เย็นไว้นั่นแหละ ชะงัดมากครับ สอดไปไม่เกิน ๑๕ นาที ผมก็ทำท่ากระดุ๊กกระดิ๊ก ทุกคนดูออกว่าเป็นท่ากำลังเบ่งอุจจาระ เจ้ากลีเซอรีนแท่งนั้นตามออกมาด้วย อย่างไม่บุบสลาย งดงามมาก จนคุณยายบอกว่าน่าจะเอามาReuse ในครั้งต่อไป แถมยังมีลูกติดพันตามมาถ่ายอย่างมโหฬารในวันรุ่งขึ้นอีก ๑ ครั้ง โดยลักษณะของอุนจิที่ออกมาไม่ผิดปกตินะครับ แต่ก็กลัวจะมีผลเสียกับการถ่ายด้วยตนเอง คุณยายจึงไม่อยากใช้พร่ำเพรื่อ เป็นเหตุให้มองหาอาหารที่มีกากใยมาช่วย จะบอกให้ว่าข้าวที่ผมรับประทาน คุณยายก็มักจัดข้าวกล้องให้นะครับ กระนั้นหาก ๕ วันแล้วไม่มาแน่ๆ จึงจะขอพึ่งพาคุณกลีฯ เขา การใช้ก็แสนง่าย แกะห่อ แล้วแตะน้ำเล็กน้อย จัดให้ผมนอนคะแคง แล้วสอดกลีเซอรีนแท่งเล็กๆรูปร่างเหมือนหัวจรวด ยาวประมาณนิ้วกับหนึ่งกระเบียด เข้าไปอย่างเบามือ และใส่โป๊ะโกะไว้เหมือนเดิม จากนั้นก็ร้องเพลงรอ  แต่ทุกคนในบ้านไม่กล้าทำ กลัวผมจะเจ็บครับ ต้องรอคุณยาย เป็นพยาบาลก็มีเสน่ห์อย่างนี้แหละ 555.