สำนักข่าว Business Insider / BI ตีพิมพ์เรื่อง 'What's really behind the gold collapse' = "(จริงๆ แล้ว...) อะไรอยู่เบื้องหลัง (ราคา) ทองถล่ม" เขียนโดย อ.คัลเลน โรช, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
  • [ collapse ] > [ เขาะ - แลบ - s; ตัวสะกด 'L' ปกติออกเสียงคล้ายสะกดด้วยตัว "ว" ดังคำนี้น่าจะออกเสียง "เข่า"; เมื่อออกเสียงสั้นลง จะออกเสียงคล้าย "เขาะ" ] > http://www.thefreedictionary.com/collapse > noun = ถล่ม พังทลาย ล่มสลาย; ศัพท์นี้มาจากภาษาละติน = fall together = ล้มไปด้วยกัน
ภาพที่ 1: กราฟรูปคล้ายตัว 'S' (sigmoid curve - ซิกมอยด์ เคิร์ฟ) มีส่วนที่มีความชันมาก สลับกับส่วนที่มีความชันน้อย > [ wiki ]
.
.
ภาพที่ 1: กราฟรูปคล้ายตัว 'S (sigmoid curve)' หลายๆ ลูกมาต่อกัน จะมีลักษณะคล้ายบันได หรือน้ำตกหลายชั้นที่ลบเหลี่ยมให้โค้งมน คือ มีช่วงที่ชันมาก (โตเร็ว) - สลับกับช่วงที่ชันน้อย (โตช้า), ภาพนี้แกนดิ่งแสดงอัตราการเจริญเติบโต - แกนนอนแสดงเวลา > [ learningvoyager ]
.
อะไรที่โตเร็วมากๆ จะเสี่ยงต่อการต่อยอดคลื่นไม่สำเร็จ เปลี่ยนจากการขึ้นชั้นไปเรื่อยๆ เป็นดิ่งลง (คล้ายหัวลูกศรในภาพ) เช่น กรณีบ้าน-ที่ดินแพงเร็วเกิน ผลิตมากเกินความต้องการ อาจทำให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ แตกโพละก่อน และตามมาด้วยเศรษฐกิจชะลอตัวหรือตกต่ำ ฯลฯ
.
โลกตะวันตกเรียกความต้องการที่มีกำลังซื้อ (มีเงินจ่าย) ว่า 'demand = ความต้องการ / อุปสงค์', ส่วนความต้องการที่ไม่มีกำลังซื้อ (ไม่มีเงินจ่าย) ว่า 'desire = ความอยาก'
.
หลักเศรษฐศาสตร์ตะวันตกที่ใช้กันทั่วโลกตอนนี้ คือ สร้างความอยาก (desire = ตัณหา ราคะ) ให้เกิดกับคนหมู่มาก เช่น โฆษณา ฯลฯ ก่อน ทำให้คนมีเงินจะเกิดความต้องการ (demand = ตัณหา ราคะของคนมีเงิน)
.
ส่วนคนไม่มีเงินจะต้องบริหารความอยากเอาเอง เช่น ในแง่ร้าย... อาจอิจฉาริษยาคนมีเงิน หรือเกิดความคับแค้นใจ กู้หนี้เกินตัวไปซื้อ ปล้น โกง (คนมีเงินก็โกงได้เช่นกัน), ...
.
ในแง่ดี... อาจเกิดความขยันขันแข็ง ตั้งใจเล่าเรียน ออมทรัพย์ ทำงานหาเงินโดยชอบธรรม เพื่อเก็บเงินไปซื้อสินค้าหรือบริการ
.
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษส่งนักเศรษฐกิจท่านหนึ่งไปช่วยพัฒนาเศราฐกิจพม่า ท่านชื่อ "ชูมากเกอร์" มาจากภาษาเยอรมัน = shoe + maker = (ตระกูล)ช่างทำรองเท้า" ที่อพยพหนีฮิตเลอร์ไปอยู่อังกฤษ (นามสกุลเดียวกับนักแข่งรถระดับโลกท่านหนึ่ง)
.
ท่านไปพม่าพบว่า คนพม่าปลูกข้าว ปลูกผักสวนครัว ไปกราบพระเจดีย์-ไปวัด อยู่แบบเรียบ-ง่าย-ประหยัด ยากจน แต่กลับมีความสุขมากกว่าคนอังกฤษ ทำให้ได้ไอเดียว่า โลกน่าจะมีเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้คนพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และทำเรื่องเสนอให้อังกฤษมาเรียนรู้เรื่องดีๆ จากพม่าบ้าง
.
ต่อมาท่านเขียนหนังสือเศรษฐกิจแบบพุทธ หรือพึ่งพาตัวเอง ให้อยู่แบบเรียบง่ายประหยัด (มูลนิธิโกมลคีมทองแปลเป็นภาษาไทยหลายสิบปีแล้ว ทำให้เกิดสำนวน เช่น 'Small is Beautiful' = เล็กๆ ทว่าสง่างาม, 'Less is More' = จิ๋วแต่แจ๋ว ฯลฯ
.
แนวคิดของท่านกระจายไปทั่วโลก ทำให้เกิดแนวคิด "กรีน (green = สีเขียว อนุรักษ์ธรรมชาติ)" โดยเฉพาะในเยอรมนีตั้งเป็นพรรคการเมือง มีการรวมกลุ่ม เช่น กรีนพีซ (Greenpeace; peace = สันติภาพ; รวม = สันติภาพสีเขียว), เกษตรแบบพึ่งพาตัวเองทั่วโลก (ที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมก็มีมาก เช่น พม่าเจ้าตำรับ) ฯลฯ
.
ขอกลับมาเรื่อง "ทอง" อีกครั้ง, คนส่วนใหญ่มองทองเป็นของมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อหุ้นผันผวน เงินยูโรผกผัน, ทว่า... อ.คัลเลน โรช อธิบายว่า ทำไมช่วงนี้ราคาทองไม่ค่อยวิ่ง (ไม่เพิ่มขึ้น) จากปัจจัยสำคัญ 2 ประการได้แก่
.
(1). เศรษฐกิจจีนโตช้าลง ทำให้การนำเข้าทองลดลงไปมาก
.
เศรษฐกิจจีนอาศัยการส่งออกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการส่งออกไปยุโรป... เศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัวทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากจีนลดลง
.
นักวิทยาศาสตร์สังเกตมานานแล้วว่า กราฟแสดงการเจริญเติบโตชนิดที่พบบ่อยตามธรรมชาติเป็นรูปตัวคล้ายตัว 'S' (sigmoid curve - ซิกมอยด์ เคิร์ฟ) หลายๆ ตัวมาต่อกัน เป็นรูปคล้ายบันได-น้ำตกหลายๆ ชั้นที่ลบเหลี่ยมให้โค้ง มากกว่ากราฟเส้นตรง คือ จะมีส่วนชัน (โตเร็ว) สลับกับช่วงราบเรียบ (โตช้า) เสมอ
.
นักวิเคราะห์ท่านอื่น (ตีพิมพ์ก่อนหน้านี้ใน BI) อธิบายว่า เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงโตเร็วมานานแล้ว ถ้าไม่เกิดฟองสบู่ทำให้หล่นตุ๊บลงเสียก่อน... จะเปลี่ยนจากกราฟเส้นตรง กลายเป็นรูปคล้ายตัว S ต่อกัน (ดังภาพที่ 2)
.
จีนเป็นมหาอำนาจในหลายๆ ด้าน รวมทั้งการนำเข้าทองและอาหาร... ช่วงหลังจีนนำเข้าอาหารมากขึ้น ทำให้อาหารแพงไปทั่วโลก และเมื่อจีนนำเข้าทองน้อยลง จะทำให้ราคาทองโตช้าลงเช่นกัน
.
(2). ราคาทองมาตรฐานเป็นค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
.
เดิมนักเก็งกำไรคาดว่า ราคาทองจะเพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อ หรือค่าเงินดอลลาร์ต่ำลงจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ "เฟด (Federal Reserve / Fed)" พิมพ์แบ๊งก์ออกมา (เรียกเสียหรูว่า QE / quantitative easing)
.
ต่อมา "เฟด" กลัวเงินเฟ้อ ของแพง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตพอใช้ได้... ไม่พิมพ์แบ๊งก์ออกมา ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ฯ ไม่ต่ำลง
.
แถมค่าเงินยูโรตกลงจากการที่ประเทศกลุ่มยุโรปใต้มีหนี้ภาครัฐมากเกินกำลัง IMF จะให้กู้ได้พอ ต้องขอให้สมาชิกกลุ่มเงินยูโรช่วย แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้
.
เนื่องจากเจ้าหนี้บอกให้ลูกหนี้ (ประเทศยุโรปใต้) รัดเข็มขัด (ลดค่าใช้จ่าย - งบประมาณภาครัฐ) ให้มาก, ส่วนประเทศลูกหนี้บอกว่า ขนาดรัดเท่านี้ยังประท้วงกันบ่อย จะทนไม่ไหวแล้ว (พวกนี้อ่อนโลก ไม่รู้จักว่า บางช่วงไทยประท้วงกันบ่อยกว่านั้นอีก)
.
เมื่อค่าเงินยูโรที่โลกใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินสำรองดูน่าเชื่อถือน้อยลง... รัฐบาลทั่วโลกและนักเก็งกำไรก็ลดการถือเงินยูโร ถือเงินสกุลอื่นรวมทั้งดอลลาร์ฯ มากขึ้น ทำให้ค่าเงินสหรัฐฯ แข็งขึ้น ราคาทองเป็นดอลลาร์ฯ ต่ำลง
.
อ.โรช จากสำนักข่าว BI แนะนำให้ถือทองแบบ "น้อยไว้ละดี" โดยท่านถือไว้ประมาณ 5% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด, นักวิเคราะห์แต่ละท่านแนะนำให้ถือทองมากน้อยไม่เท่ากัน ที่แนะไว้มากหน่อย คือ CNN แนะให้ถือมากถึง 20%
.
ที่ท่านให้ถือไว้เป็นส่วนน้อย เนื่องจากทองเป็นเรื่องของการเก็งกำไร จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง มีโอกาสได้มากเสียมาก หรือกำไร-ขาดทุนได้มากคล้ายหุ้น, ไม่ใช่กลุ่มที่เสี่ยงปานกลางจนถึงน้อย มีโอกาสได้น้อยเสียน้อย เช่น ตราสารหนี้ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ฝากธนาคาร พันธบัตร ฯลฯ
.
กล่าวกันว่า การลงทุนเป็นเรื่องของความเสี่ยง, การไม่ลงทุน (ไม่ทำอะไรเลย) เสี่ยงมากกว่า, การเป็นหนี้เสี่ยงมากกว่านั้น และการค้ำประกันหนี้คนอื่นเสี่ยงมากที่สุด
.
ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะการลงทุนทุกอย่างยังมีโอกาสได้ แต่การค้ำประกันหนี้คนอื่นไม่ได้อะไรเลย นอกจากความเสี่ยง ดังสำนวนว่า "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ"
.
คนที่เป็นหนี้เกินตัว หรือไปค้ำหนี้คนอื่นเป็นโรคเครียด ซึมเศร้า ตกใจง่ายแพนิค ความดันเลือดสูงมากเป็นพักๆ หัวใจเสื่อมสภาพ หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต และตายมาแล้วหลายราย
.
ตรงกันข้าม... การใช้ชีวิตแบบเรียบ-ง่าย-ประหยัด-พึ่งพาตัวเองให้ได้ (อย่างน้อยบางส่วน เช่น ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ)-ไม่เป็นหนี้ (หรืออย่างน้อยไม่มีหนี้เกินตัว และไม่ค้ำหนี้คนอื่น) ทำให้เป็นสุขได้ แม้ไม่รวย 
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 15 ธันวาคม 2554. ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.