เขียนอะไรก็ได้ตามใจอยากจะเขียน
ผมมีโอกาสได้อ่านบทความของคุณวีระยุทธ สมป่าสัก สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร
จากจดหมายข่าว สคส.ฉบับที่14เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม2549 ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่ๆ เพื่อนๆและน้องๆในแวดวงชาวส่งเสริมการเกษตรที่จะเริ่มต้นเขียนบล็อกรวมถึงตัวผมด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะเริ่มต้นโดยไม่ลังเล ผมได้คัดลอกในบทความเป็นบางส่วนมาให้อ่าน........
จุดเริ่มต้นคงต้องบอกว่า "เขียนอะไรก็ได้ตามใจอยากจะเขียน"เพราะการเขียนนั้นสื่อสารให้คนอ่านหรือตัวเรารู้ว่ากำลังทำอะไรหากว่าใจเราอยากเขียน เราก็จะมี "พลังในการเขียน"ครับ ในส่วนของเนื้อหา รูปแบบ หรือวิธีการเขียนนั้น เป็นเรื่องของการพัฒนาการในอนาคตครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเขียนผิดหรือเขียนได้ไม่ดีเพราะ "การเดินทางอันยาวไกลนั้น ล้วนเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอครับ"
เขียนในสิ่งที่เรารู้ มีส่วนได้เรียนรู้ หรือได้ลงมือปฏิบัติมาแล้ว คงไม่มีใครที่จะเขียนในเรื่องที่ตนเองไม่รู้ แต่ก็มีบ้างที่ได้พบเห็นสิ่งดีๆงานของคนอื่นที่ดีคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ก็ได้นำมาเผยแพร่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และอ้างอิงที่มาทุกๆครั้ง
เพื่อการสื่อสารในบล็อก นอกจากเขียนบันทึกว่าได้ "ทำอะไร"แล้ว สิ่งที่จะบันทึกไว้เพิ่มเติมก็คือ ทำอย่างไรหากจะมีการ"สรุปบทเรียน"ที่เป็นองค์ความรู้ไว้ด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเราเองและต่อคนอ่าน
เขียนตามสไตล์หรือเขียนในรูปแบบที่ตนเองถนัดหลายคนก็มีวิธีการเขียนที่แตกต่างออกไป แต่หัวใจของประเด็นนี้ข้อสรุปที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมก็คือเขียนตามสไตล์ของใครของมัน อาจมีการศึกษาวิธีการเขียนของคนอื่นก็ได้นั่นก็เป็นการเรียนรู้ ปรับปรุงและพัฒนา แต่ก็ยังคงเป็นไปตามสไตล์ของเราอยู่นั่นเอง
เริ่มมีความมั่นใจขึ้นใช่ไหมครับ.......
ขอขอบพระคุณพี่นิรันดร์มากครับที่นำมาเผยแพร่บอกต่อ หากมีวิธีการดีๆ เพิ่มเติมโปรดชี้แนะด้วยนะครับ
พี่รันผมเห็นด้วยกับการเขียนอะไรก็ได้ที่ใจอยากจะเขียนในสิ่งที่ดี ตามสไตล์ของใครของมัน.
แต่ที่ผมต้องการอ่านจากพี่เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่พี่มีประสบการณ์สอดแทรกบ้างเกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องคิดว่ามีหลายคนสนใจนะครับและคงไม่ผิดกติกาที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในblog นี้นะ
ผมอยากทราบเกี่ยวประวัติพระ 25 ศตวรรษมีข้อมูลบ้างไหมครับ.
ขอบคุณครับ... คุณMustacheเรื่องพระเครื่องขอติดต่อเป็นการส่วนตัวน่าจะดีครับ......