ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า
จุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางมาประเทศโปรตุเกสของผมก็คือ
อยากจะมาเห็นหน้าตาของขนมฝอยทองและทองหยอด
แบบต้นฉบับดั้งเดิมว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ผมเป็นคนที่ชอบรับประทานขนมหวานมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขนมฝอยทองและทองหยอด นี่ชอบมากเป็นชีวิตจิตใจเลยก็ว่าได้ ชนิดที่เรียกได้ว่า เคยรับประทานแทนข้าวมาแล้ว
หลายคนอาจจะสงสัยหรือยังไม่รู้ว่า ขนมฝอยทองและทองหยอด มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศโปรตุเกสอย่างไร?
ย้อนกลับไปยังสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของประเทศไทย เมื่อต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวตะวันตกชาติแรกที่ได้เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย ตลอดจนผูกมิตรไมตรีทางการฑูต ก็คือ "ชาวโปรตุเกส"
เมื่อชาวโปรตุเกสจำนวนหนึ่งเข้ามาตั้งรกรากในกรุงศรีอยุธยา ก็ได้นำเอาวัฒนธรรมของชาติตนติดตัวมาด้วย และหนึ่งในวัฒนธรรมนั้นก็คือ อาหารคาว-หวาน ต่างๆ
ปรติแล้ว ขนมไทยโบราณจะใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น แป้งที่ทำมาจากข้าวเหนียว ข้าวเจ้า น้ำตาลมะพร้าว และกะทิ
ต่างจากขนมของชาติโปรตุเกสและชาติต่างๆทางแถบตะวันตก คือ ขนมของตะวันตกจะใช้ไข่เป็นวัตถุดิบและส่วนผสมหลักแทบทั้งสิ้น โดยขนมฝอยทอง ทองหยิบ และทองหยอด เป็นขนมของชนชาติโปรตุเกส ก็ทำมาไข่ทั้งนัั้น
สูตรขนมฝอยทอง ทองหยิบ และทองหยอด ที่เป็นต้นตำรับและขึ้นชื่อลือชาจากอดีตจนถึงปัจจุบันคือ "สูตรเท้าทองกีบม้า" ซึ่งเป็นสตรีชาวโปรตุเกสที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในกรุงศรีอยุธยา
มาเข้าเรื่องการเดินทางกันเลยนะครับ หลักจากที่เกริ่นนำประวัติและที่มีที่ไปของการเดินทางมาพอหอมปากหอมคอแล้ว
จากประเทศไทย ไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงไปสู่ประเทศโปรตุเกส ดังนั้นผมจึงต้องไปเปลี่ยนเที่ยวบินที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
เมื่อออกจากสนามบินลิสบอนแล้ว ผมก็เดินออกมาขึ้นรถเมล์ที่บริเวณถนนฝั่งตรงข้ามสนามบิน โชคดีที่ก่อนจะเดินออกจากสนามบิน ผมได้แวะเข้าไปขอแผนที่และถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเมืองลิสบอน ที่แผนกประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในสนาม โดยเจ้าหน้าบอกว่า วิธีเข้าไปในตัวเมืองที่เร็วและประหยัดมากที่สุด คือ เดินออกไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายตรงหัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามสนามบิน ค่าโดยสาร 1.50 ยูโร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 20 นาที
ประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย โดยอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป ทางตอนเหนือ ลากยาวตลอดมาทางด้านตะวันออก มีพรมแดนติดกับประเทศสเปน ทางด้านทิศใต้และตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก สภาพอากาศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนจะร้อนอบอ้าว ส่วนฤดูหนาวจะมีฝนตก เมืองหลวงคือ "ลิสบอน"
รถเมล์ก็ได้มาจอดที่ Marques de Pombal ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางหลักของตัวเมืองลิสบอน โดยบริเวณนี้นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว ยังใช้เป็นจุดศูนย์กลางในการขึ้นรถเมล์ ต่อรถเมล์และเปลี่ยนรถเมล์ คล้ายๆกับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบ้านเรา
หลังจากที่เช็คอินเข้าห้องพักที่โรมแรม จัดเก็บสัมภาระต่างๆเข้าที่เข้าทาง รวมไปถึงทำธุระส่วนตัวต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินสำรวจเมืองลิสบอน
จุดเริ่มต้นการเดินชมเมืองของผมเริ่มจากย่านถนน Bernadim Ribeiro ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Marques de Pombal มากนัก
ได้บรรยากาศของยุโรปเมื่อสมัยซัก 50 ปีที่แล้ว
มากๆ สภาพบ้านเมืองเก่าๆ ดูสวยคลาสสิคมาก
เดินมาเรื่อยๆ จนมาโผล่ที่ย่านไชน่าทาวน์
ร้านรวงต่างๆตลอดจนร้านอาหารในไชน่าทาวน์ที่เมืองลิสบอน
ส่วนใหญ่จะเป็นของคนจีนและเวียตนาม เป็นส่วนใหญ่
ผมพยายามเดินหาร้านอาหารไทย แต่หาไม่เจอ
ถนนฝั่งตรงข้ามก่อนที่จะเป็นถนนขึ้นไปบนเนินสูงๆ จะเป็นย่านชุมชนชาวอินเดียและแถบประเทศข้างเคียง คล้ายๆกับย่านพาหุรัดบ้านเรา
ผมตัดสินใจเดินขึ้นเนินตามถนนไปเรื่อยๆ ตอนแรกว่าจะนั่งรถรางสาย 28 ที่วิ่งตามแนวถนนขึ้นเนิน แต่รอนานมากๆ ขันติเลยกลายเป็นขันแตก คิดว่าถ้าเดินไม่ไหวหรือเหนื่อยยังไงค่อยใช้บริการรถรางทีหลัง
หนังสือนำเที่ยวหลายๆสำนักพิมพ์ต่างก็แนะนำว่า ถ้ามาลิสบอนแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การนั่งรถรางสาย 28 ชมเมือง เพราะรถรางสายนี้จะวิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์และมีความสำคัญของเมืองลิสบอน
ทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทางบนเนิน
มหาวิหาร Se de Lisboa ซึ่งเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองลิสบอน นอกจากนั้นแล้ว ยังถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองลิสบอนอีกด้วย
เดินชมวิวมาเรื่อยๆ
ปราสาทที่เห็นอยู่บนเนินคือ ปราสาท Castelo de Sao Jorge ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ของเมืองลิสบอน
ในที่สุดผมก็เดินมาถึงย่าน Rossio ซึ่งเป็นย่านดาวน์ทาวน์ หรือย่านศูนย์กลางของเมืองลิสบอน
ในรูปจะเห็นหอคอย Elevador de Santa Justa ตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสง่า หอคอยแห่งนี้ถ้าขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดจะเป็นร้านอาหารและจุดชมวิวของเมืองลิสบอน
ในขณะที่เดินดูของในร้านรวงต่างๆอยู่นั้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่ผมกำลังตามหาอยู่ จะเป็นอะไรลองไปดูรูปกันเอาเองนะครับ
ใช่แล้วครับ ทองหยอด จริงๆด้วย จะรอช้าอยู่ทำไมครับ รีบเข้าไปลิ้มลองรสชาติทันที
ทองหยอดที่นี่จะแตกต่างจากบ้านเรา ตรงที่จะใช้วิธีอบในเตาอบ แต่บ้านเราจะสะบัดลงในน้ำเชื่อมเข้มข้นที่กำลังเดือดปุดๆอยู่ในกระทะทอง
พอชิมทองหยอดต้นตำรับแล้ว รู้สึกว่า ทองหยอดที่บ้านเราอร่อยกว่าหลายๆเท่า เพราะหวานหอมและชุ่มฉ่ำเต็มน้ำเต็มเนื้อดี แต่ทองหยอดที่โปรตุเกส จะแห้งๆ จืดๆ ไม่ค่อยหวาน ที่สำคัญคือ ขาดความหอม
..........................................................................
โปรดติดตามตอนที่ 2 นะครับ
เห็นทองหยอดแล้วชักอยากเดินทางไปโปรตุเกสเพื่อลิ้มลองขนมไทยแบบ original ค่ะ 555
ขอบคุณมากครับ ขนมไทยแบบต้นฉบับดั้งเดิมที่โปรตุเกส บางชนิดรสชาติอร่อยสู้บ้านเราไม่ได้ เพราะขาดความหอมหวาน แต่ถึงอย่างไรก็ถือว่า ได้มาเห็นของจริงต้นแบบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและแปลกใหม่ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยมชม
นอกจากฝอยทองกับทองหยอดแล้วนะคะ ทองหยิบ สังขยาไข่(สังขยาสีเหลืองที่แปะบนข้าวเหนียว) หม้อแกง ลูกชุบ ขนมผิง กะหรี่ปั๊ป ทองม้วน ฯลฯ เองก็มีที่มาจากขนมของโปรตุเกสเหมือนกันค่ะ