- ผมได้ทฤษฎี Learning Environment มาจากบรรยากาศในการเรียน จากประสบการณ์ของตัวเอง
- เพราะผมชอบมหาวิทยาลัยที่ Campus ด้วย มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีต้นไม่ที่เป็นธรรมชาติและมีสวนดอกไม้สด U of Washington เป็นตัวอย่างที่ดี
- มีมุมสงบ เช่น ห้องสมุดที่ดี
- อยากเสนอให้ผู้บริหารโรงเรียน สนใจเรื่องสภาพแวดล้อมการเรียนมากขึ้น เช่น อย่าใช้ดอกไม้ พลาสติกเด็ดขาด
- ห้องเรียนอย่ารกรุงรัง (เก็บพัสดุหรือเอกสาร)
- จำนวนนักเรียนในห้อง อย่ามากจนแออัด
- ทั้งหมดนี้ น่าจะแก้ได้
- และเมื่อนั้นสมาธิของเด็กก็จะเริ่มดี
- เชื่อผมเถอะ ผมทำได้ผลมาแล้ว
รัตมณี ศิษย์ สวนสุนันทา
เห็นด้วยกับ อาจารย์มาก เรื่องการจัดสภาพแวดล้อม เราสามารถทำได้ เพราะคัวหนูเองก็เป็นครู อีกอย่าง อยากให้นักเรียนชอบ และอยากที่จะเรียนรู้ ไม่เบื่อการเรียน
แต่บางอย่าง...เช่น ..จำนวนนักเรียน เนื่องจากบริบทของ แต่ละ รร.สภาพแวดล้อมอีกทั้งอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุม (ที่เราไม่สามารถทำได้)
วาสนา สวนสุนันทาค่ะ
ในส่วนของครูเห็นด้วยกับการจัดห้องเรียนแบบนั้น บรรยากาศที่อาจารย์บรรยายมานั้น มันเหมือนกับโรงเรียนที่หนูสอนอยู่โคราช นักเรียนใน 1 ห้อง มี 12 คน การสอนใช้หนังสือแบบเรียนสำเร็จรูป การดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เด็กกับครูมีปฏิสัมพันธ์กันดีมาก สถานที่ที่ออกกำลังกายก็เต็มที่ อากาศ อาคารเรียนโปร่ง เมื่อเทียบกับกทม. คนละเรื่องกันเลยค่ะ ห้องหนึ่ง 40 ถึง 50 คน ในการสอนแต่ละครั้งจะจัดกิจกรรมกลุ่่มก็ยาก การดูแลเอาใจใส่รายบุคคก็ถือว่ายากมาก จะทำCase เด็ก ก็ไม่ต่ำกว่า 10 คน เพราะสภาพความเป็นอยู่ การดุูแลเด็กมาก ทางเดินก็แทบจะไม่มี กระโปรงของคนมีอาชีพเป็นครู จะมีขุย ๆ ติดเต็มไปหมด ไม่เรียบเหมือนสาวออฟฟิสนะคะ นโยบายบอกว่าให้ครูดูแลเด็ก 1 ห้องไม่เกิน 25คน แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งที่โกหกหลอกลวงทั้งนั้น ปริมาณครูยังไม่พอในสัดส่วนที่กำหนดไว้เลย การเล่นกับเสียงคุยกันของเด็กก็ดัง จนครูไม่สามารถจะใช้กิจกรรมไหนเอาอยู่ได้