...
เรามาคุยกันต่อนะเกี่ยวกับสันติภาพระหว่างจอมแก่นกับแสนซนต่างก็คุยกันไปมา
จอมแก่นถามว่า...แล้วระหว่างการเกิดสงครามโลกละเราจะให้ความหมายสันติภาพว่าอย่างไรนะ
แสนซนว่า...ช่วงนั้นสันติภาพก็คือ สภาวะที่ไม่มีสงครามนะสิจึงจะถูกต้อง อย่างไรก็ดีชาวโลกควรคิดถึงสังคมมนุษย์โลกมีความสุขอยู่กันอย่างปราศจากความขัดแย้งใด ๆ ชาวโลกทุกคนต่างได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินของตนโดยเท่าเทียมกัน สิทธิในความเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเท่าเทียมกันไม่มีการปฏิบัติที่สูงต่ำเพราะทุกคนก็เป็นชาวมนุษย์โลกเหมือนกัน
จอมแก่นถามว่า...ถ้าขาดเสียซึ่งสันติภาพละชาวโลกจะเป็นอย่างไร...
แสนซนตอบว่า...มันก็เป็นปัญหาอันก้อนโตของการพัฒนาจิตใจให้มีความสุขสงบนะสิ เพราะในจิตใจของแต่ละคนล้วนมีกิเลสสะสมอยู่ตลอด ถ้าไม่มีหลักสัจจะธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจแล้วก็จะเกิดปัญหามากมาย และโลกโดยแท้จริงจะมีสันติภาพได้ด้วยคนเรามีเมตตาที่ดีต่อกัน คำพระจึงกล่าวให้เราได้ยินว่า...เมตตาธรรมค้ำจุนโลก...แล้วท่านพุทธทาสยังนำมากล่าวย้ำเตือนสติของชาวโลกอีกว่า...ถ้าศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะพินาศนั้นแล
จอมแก่นถามว่า...ทำไมคนเราต้องรักคนอื่นด้วยละ
แสนซนตอบว่า...ก็คนเราเป็นสัตว์เมืองชอบอยู่เป็นกลุ่ม การอยู่ด้วยกันต้องพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน ศาสนาจะสอนให้เราเลิกแบ่งเลิกแย่งชิงมาเป็นรวมกัน รักกัน แบ่งปันกัน เห็นคุณค่าของกันและกัน มีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้มาโดยชอบ
ธรรม แบ่งปันความรักความปรารถนาดีต่อกัน มีเมตตาไมตรี แบ่งปันความสุขขยายวงกว้างจากสังคมครอบครัวสู่สังคมชาวโลก แบ่งปันภาษาพูดจาดีมามารยาท และแบ่งปันลมหายใจแห่งความบริสุทธิ์ด้วยสันติภาพมอบให้แก้กันและกัน
จอมแก่นถามว่า...แล้วพระพุทธศาสนาบอกว่าสันติภาพอยู่ที่ไหนละนี่...
แสนซนตอบว่า...อันที่จริงแล้วหลักพุทธธรรมบอกว่า เป็นสันติภาพภายในจิตใจตัวเราเอง ขอให้เรามีสันติคือความสงบใจของเราเถิด นิพพานก็เกิดความความสุขสงบเย็นนี้นั้นแล.