6 ธ.ค. เปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมใน กทม. เย็นวันนั้น มีครูสอนคณิตศาสตร์ชั้น ม.5 ในโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่ง เล่าถึงบรรยากาศการเรียนการสอนตอนหนึ่งให้ผมฟังว่า
...ชั่วโมงแรกหลังจากทักทาย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบถึงการประสบอุทกภัย ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่กันตามธรรมเนียมแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการสอน โดยพยายามทบทวนความรู้เดิมที่เคยเรียนมาก่อนปิดภาคเรียน เพื่อให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ความรู้ใหม่ได้
คุณครูจำได้ว่าตอนที่สอนครั้งก่อนนักเรียนทั้งห้องต่างเข้าใจ ทำโจทย์เลขได้กันทั้งห้อง แต่วันนี้ถามโจทย์ปัญหาเรื่องเดิมกลับไม่มีใครตอบได้สักคน ถามไปถามมาก็ทราบความจริงว่า ตลอดเวลาหลังปิดเทอม จนถึงปิดน้ำท่วม ร่วมสองเดือน ปิดแล้วปิดเลย ไม่มีใครเปิดสมองอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนกันเลย
ครูรู้สึกขำๆในธรรมชาติของเด็ก จะโกรธก็โกรธไม่ลง เลยหยุดยืนนิ่งพักหนึ่ง เด็กๆต่างมองอากัปกิริยาครู ด้วยเกรงว่าครูจะโกรธ แต่ผิดคาด ครูกลับยิ้มและกล่าวขึ้นมาอย่างเป็นงานเป็นการว่า
"วันนี้ครูเกิดความคิดใหม่ว่า จะเสนอกระทรวงศึกษาฯให้มีนโยบายการเข้าเรียนของนักเรียนเสียใหม่ โดยให้เริ่มเข้าเรียนเมื่อตอนอายุ 16 ปี"
เด็กๆทั้งห้องร้องขึ้นพร้อมกัน "โอ้โห..." มีเด็กคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
"แล้วก่อนหน้านั้นจะให้พวกหนูทำอะไรกันล่ะ"
"ก็เรียนรู้ธรรมชาติกันไป ให้อิ่มหนำสำราญใจ ใครอยากมีแฟนก็มีกันไป อยากเล่นเน็ตก็เล่นกันไปให้หนำใจ อย่ากทำอะไรก็ทำกันได้อย่างเต็มที่ ให้มันสุดๆไปเลย"
มีเด็กคนหนึ่งถามขึ้นอีก
"แล้วถ้าเล่นจนเบื่อแล้วจะทำอะไรต่อล่ะคะ" ครูก็สวนกลับทันควัน
"ไม่มีอะไรจะทำก็แก้ผ้าวิ่งเล่นก็ได้ " เท่านั้นเองนักเรียนทั้งห้องก็หัวเราะกันครืน
"ทำไมล่ะครู" เด็กคนหนึ่งถามด้วยความสงสัยในความคิดของครู ครูจึงขยายความให้ฟัง
"เรียนมาตั้งแต่เด็กกับเรียนตอนอายุ 16 ปี ก็ไม่เห็นจะแตกต่างกัน เรียนไปก็ลืมกันหมด เสียเวลาเปล่าๆ มาเรียนตอนอายุ 16 เรียนอีกปีหนึ่งก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย ไม่ดีเหรอ"
เด็กๆต่างนั่งฟังด้วยตาเป็นประกาย ดูประหนึ่งว่าจะเห็นดีด้วยปานนั้น
บรรยากาศการเรียนการสอนตอนเปิดภาคเรียนใหม่หลังประสบภัยน้ำท่วม
2 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น