วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ (ต่อ)
ระหว่างเวลา ๑๐.๔๕-๑๒.๔๕ น.ดิฉันแยกจากคุณ David ไปเข้าฟัง Oral presentation ในหัวข้อ Utilising technology to enhance education ที่ห้องเดิมคือ Sheikh Maktoum C มีงานวิจัยนำเสนอ ๘ เรื่องเพื่อหาความรู้และสังเกตการทำหน้าที่ของ chairs ไปด้วย (พรุ่งนี้ดิฉันต้องเป็น co-chair ใน oral presentation ห้องหนึ่ง) เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อทำให้การให้การศึกษาดีขึ้นในงานวิจัยที่นำเสนอในครั้งนี้ ได้แก่
- Structured BG Monitoring (ยูเครน ของ Accu-Check 360)
- Telemedicine (ฝรั่งเศส)
- Tele-medicine via DTMS (Diabetes Tele-Management System จากอินเดีย)
- Electronic record (อังกฤษ)
- SMSDIABETE ใช้ SMS ทำให้ผู้ป่วยได้ข้อมูลที่รวดเร็วและถูกต้อง (สวิสเซอร์แลนด์)
- ผลของความสูงต่อการทำงานของ Bio-Rad in2it analyzer (จากคาเมอรูน เป็นเรื่อง Point of care มากว่า education)
- Cochrane systematic review เกี่ยวกับ computer based self-management (อังกฤษ)
- SweetText (อังกฤษ) เป็น Text messaging system ผ่านโทรศัพท์มือถือ ใช้ใน Behavioral Support Programme สำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ ๑ ที่อายุน้อย การออกแบบระบบต้องอาศัยความรู้เรื่อง cultural context และปรับให้เข้ากับความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย (น่าสนใจ)
ต่อจากนั้นเข้าชม Global village ซึ่งเป็นนิทรรศการของสมาคมต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของ IDF ผู้จัดคาดหวังให้เป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนระหว่างสมาคมต่างๆ
![]() |
นิทรรศการของสมาคมจากประเทศต่างๆ
การจัดนิทรรศการมีรูปแบบหลากหลาย ส่วนใหญ่จัดแบบง่ายๆ บางบูธก็ไม่มีคนอยู่ มีแต่เอกสารวางไว้ เดินอยู่นานหาสมาคมเบาหวานของไทยยังไม่เจอ (ใน Programme book ก็ไม่มีชื่อ) ที่บูธของเขมรพบนายแพทย์ Touch Khun นอกจากจัดนิทรรศการแล้วยังขอรับบริจาค ๑๐ เหรียญ แลกเสื้อยืด ๑ ตัวด้วย แวะเข้าไปแล้วเลยต้องบริจาค
คนที่เฝ้าบูธของอินโดนีเซีย พอรู้ว่าดิฉันมาจากเมืองไทย เขาก็บอกว่าเคยไปที่ รพ.เทพธารินทร์ เมื่อเกือบ ๑๐ ปีมาแล้ว (คงเป็นหมอ เพราะที่อินโดนีเซียเคยส่งหมอมาอยู่ที่ รพ.เทพธารินทร์) เขามีเทคนิคให้คนกลับมาอีกโดยแจกเบอร์แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาที่บูธก่อน ๑๒ น. หากโชคดีจะได้เสื้อสไตล์อินโดนีเซียที่แขวนโชว์อยู่ (ชาย ๑ ตัว หญิง ๑ ตัว)
บูธของบริษัทต่างๆ จัดอย่างหรูดูดี มีผู้คนเข้าชมคึกคัก บางบูธมีกิจกรรมด้วย ดิฉันเอา Voucher ไปแลก CD-Abstract ที่บูธของ Lilly (เป็นไอเดียที่ดี เอาไปใช้เวลาที่จัดการประชุมได้คือให้บริษัทรับไปจัดการ) ชมบูธของบริษัทต่างๆ ได้รู้และเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น อินซูลินที่ฉีดสัปดาห์ละ ๑ ครั้งของ Lilly (BYDUREON) เข็มสำหรับฉีดอินซูลินที่เล็กและสั้นของ BD, Smart pix ของ Roche (เคยเห็นแล้ว) เจอ Monofilament ขาย ๒๐ เส้น ๑๐ เหรียญ US รองเท้าของเยอรมัน (ไม่กล้าถามราคา)
![]() |
![]() |
![]() |
นิทรรศการและกิจกรรมของบริษัทต่างๆ
![]() |
Diabetes Cafe
เดินไปถึงบริเวณที่แสดง Poster ในช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่ไม่มีคนอยู่ประจำ ในช่วง Poster discussion จะมีผู้สนใจมาชมกันเป็นกลุ่มๆ
![]() |
นิทรรศการโปสเตอร์
บริเวณใกล้ๆ กันคือจุดกินอาหารกลางวัน เขาจัดให้ผู้เข้าประชุมหยิบอาหารใส่ถุง (แบบดี คิดว่าเขาใช้ซ้ำ) ไปนั่งกินเอง อาหารก็เหมือนอาหารกล่องในวันแรก ดิฉันเลือกหยิบแต่ของที่จะกินเท่านั้น
![]() |
อาหารกลางวัน
เวลา ๑๕.๑๕-๑๗.๑๕ น. เข้าฟัง Symposium หัวข้อ Emerging risk factors for diabetes มีการนำเสนอ ๔ เรื่องเกี่ยวกับ
- Sleep, stress and coffee
- Vitamin D
- Infection (virus ADV 36) ที่สัมพันธ์กับ obesity และเบาหวาน
- Environmental pollutants กับ insulin resistance และ metabolic syndrome
ได้รู้ว่าการเกิดโรคเบาหวานมีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยจริงๆ ต้องพยายามหา risk factors ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้
ภาคค่ำ ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. มี Symposium ของบริษัทต่างๆ อีก หัวข้อน่าสนใจดี แต่ดิฉันรู้สึกเต็มที่แล้ว อากาศก็เริ่มเย็น จึงกลับโรงแรม เย็นนี้มีรถตำรวจมาจอดด้านหน้าศูนย์ประชุม ยามจึงไล่แท็กซี่ไม่ให้จอดรับคน ทั้งๆ ที่เมื่อวานนี้ยามคนเดิมนี่แหละพาเราไปเรียกแท็กซี่ตรงจุดที่มีป้ายรถสาธารณะ วันนี้ให้เราเดินไปจุดสำหรับรถแท็กซี่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของศูนย์ประชุม มีคนต่อแถวรอรถกันยาวแล้ว
ดิฉันเลือกแท็กซี่สาธารณะ สังเกตเห็นว่าคนขับแท็กซี่กดมิเตอร์เริ่มต้นที่ ๖ เหรียญ ไม่กล้าถามอะไร ไปถึงโรงแรมค่าแท็กซี่รวมเป็น ๑๙ เหรียญ คราวนี้ไม่ทิปแล้ว ขอเงินทอนด้วย
อาหารเย็นวันนี้เป็นบะหมี่สำเร็จรูปรส Sea food ผลิตจากสิงคโปร์ ที่ซื้อไว้ตั้งแต่วันก่อน (อร่อยดี เส้นเหนียวกว่าและเค็มน้อยกว่าของบ้านเรา) และผลไม้ (องุ่น) ส่วนแอปเปิ้ลเปรี้ยวเกินกว่าจะกินได้
![]() |
อาหารเย็น (คิดถึงข้าวสวย+กับข้าวบ้านเรา)
เข้านอนเร็วหน่อย (๒๒ น.กว่า ตามเวลาในเมืองไทย) ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตีห้าเวลาเมืองไทย
วัลลา ตันตโยทัย








เอนก
คิดถึงพวกเรานะ มาคนเดียว (เป็นการดูลาดเลา) ไม่ได้ออกไปไหนเลย (คงไม่มีของฝาก) เดินทางอยู่แค่ระหว่างโรงแรมกับศูนย์ประชุมและใช้บริการแท็กซี่ตลอด ขึ้นรถสาธารณะไม่ถูก ถ้าพวกเรามาด้วยอย่างน้อยก็ไม่กลัวหลง
อาหารเช้า กลางวัน เย็น กินเหมือนเดิมทุกวันเลย (อนาถ)
เจอหมอคนไทยเยอะ แต่เขามีบริษัทยา sponsor ดูแลการเดินทางและการกินอยู่ ส่วนพี่ at Dubai alone!!
อีก ๒ ปี ไป Melbourne กันนะ
ไชโย มีกำลังใจทำการบ้านละ จะไป Melbourne