วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
วันนี้ดิฉันต้องนำเสนอเรื่อง Engaging the community in their health in Thailand ใน Symposium Stream: Education and Integrated Care หัวข้อ Creative approaches to diabetes education ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐-๑๐.๓๐ น. ณ ห้อง Sheikh Maktoum C ซักซ้อมและจับเวลาการนำเสนอของตนเองมาหลายรอบแล้ว จึงมีความมั่นใจว่าทำได้
ดิฉันตื่นแต่เช้า รีบจัดการตนเองให้เรียบร้อย ลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรมตั้งแต่ ๐๖.๓๐ น. กว่าๆ อาหารคล้ายๆ เดิม เลือกกินได้เหมือนเมื่อเช้าวาน แต่ลองเอามันฝรั่ง Hashbrown potato มา ๑ ชิ้น ลองกินแล้วไม่มีกลิ่นนมเนย กะว่าวันต่อๆ ไปจะได้ไม่ต้องกินแต่ขนมปังครัวซองค์
ดิฉันเดินทางจากโรงแรมไปศูนย์ประชุมด้วยรถแทกซี่สาธารณะ แม้จะได้ตั๋ว Metro มาแล้ว แต่ยังขึ้นรถไม่ถูก ใช้แทกซี่ก็สะดวกดี วันนี้ได้รถที่สภาพเก่าหน่อย ข้างนอกดูดี แต่ข้างในรถเบาะขาดเชียว ไปถึงศูนย์ประชุมประมาณ ๐๗.๔๐ น. ยังไม่ค่อยมีคนมา เลยเข้าไปสำรวจห้องประชุมและเวที ทำความคุ้นเคยเสียก่อน เดินไปเดินมาจนได้เวลา ๐๘ น.กว่าก็เข้าไปนั่งในห้อง มองไปมองมาเห็นมีแต่คนที่จะนำเสนออีก ๒ คนคือ G. Alonzo-Beaton จากประเทศ Guyana และ L. Bruno จาก Brazil ส่วนอีกคนยังไม่เห็นคือ F. Sohail จาก Saudi Arabia
![]() |
เวทีในห้องประชุม Sheikh Maktoum
![]() |
ภายในห้องประชุม
เรา ๓ คนทำความรู้จักกัน คุณ Bruno ดูเป็นมิตร น่ารัก ชวนพูดคุย ดิฉันเห็นว่าคุณ Bruno เตรียม script มาเป็นกระดาษโน๊ตเล็กๆ เข้าใจว่าแผ่นละ ๑ สไลด์ ดูง่ายดี เวลาเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็น่าจะทำได้และจัดเรียงลำดับได้ง่ายกว่าที่ดิฉันทำมาคือพิมพ์ script โดยใส่หมายเลขตามลำดับของสไลด์ เวลาแก้ไขต้องโยงไปโยงมา ดิฉันชมว่าคุณ Bruno ทำดี เธอบอกว่าคุณพ่อเป็นคนแนะนำ คุยกันเรื่องการเดินทางจึงรู้ว่าเธอพักที่โรงแรมเดียวกับดิฉันและใช้บริการรถแทกซี่เหมือนกัน เลยบอกกันว่าต่อไปอาจจะมาพร้อมกันได้ ส่วนคุณ Alonzo-Beaton เธอเป็นคนผิวดำ ดูมาดเป็นสาวมั่น เป็นอีกสไตล์หนึ่ง บอกว่าการพูดให้คนอื่นเข้าใจว่าทำอะไรเป็นเรื่องยาก
ดิฉันวางแผนจะมาลอง PowerPoint ของตัวเองก่อน แต่ทำไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่มาแล้วก็ยังวุ่นตรวจสอบโน่นนี่อยู่ เรามองหา Chair ยังไม่เห็นมาสักที จนเหลือเวลาก่อน ๕ นาทีเล็กน้อยเห็นผู้ชายอาหรับมาดูเวที มารู้ทีหลังว่าคือ J. Al Kaabi เป็น Chair คนหนึ่ง (เขาไม่แนะนำตัวกับเรา) Chair อีกคนคือ G.A Jalang’o จาก Kenya มาถึงเมื่อใกล้เวลาและมาขอ CV เราเพื่อเอาไปใช้ในการแนะนำตัว speakers แต่ละคนก็ไม่ได้เตรียมมา เราจึงให้นามบัตรไป (ได้เรียนรู้ว่าต่อไป speaker ควรพก short CV ด้วย)
พอถึงเวลา ๐๘.๓๐ น. คุณ J. Al Kaabi ก็เริ่มต้นเลย PowerPoint หน้าแรกของดิฉันปรากฏขึ้นบนจอ ดิฉันเดินขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ คุณ J. Al Kaabi บอกว่าดิฉันมีเวลา ๒๐-๒๕ นาทีนะ พอจะเดินสไลด์ต่อไม่รู้ว่าจะกดตรงไหน ที่โพเดียมมีจอคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีคีย์บอร์ด มีแต่ pointer ตัว mouse ก็มี แต่มีป้ายติดว่าใช้สำหรับ pointer เท่านั้น มีแท่นเล็กๆ มีปุ่มสีเขียวและแดง ดิฉันต้องหันไปหาเจ้าหน้าที่จึงรู้ว่าให้กดปุ่มเขียว ความจริงดิฉันมารออยู่ตั้งนานถ้าถามเจ้าหน้าที่เสียก่อนก็คงจะรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร (ได้เรียนรู้ว่าหน้าที่ของ Chairs ควร orientation การใช้สื่อให้ speakers ก่อน)
การนำเสนอผ่านไปเรื่อยๆ คนฟังไม่เต็มห้อง ไม่รู้สึกตื่นเต้น ไมค์ของเขาเสียงดีมีพลัง มองเห็นคุณ David Beran มานั่งฟังอยู่ด้วยก็ยิ่งมีกำลังใจ (นึกถึงน้องๆ เครือข่ายเบาหวาน คิดว่าคงเอาใจช่วยลุ้นอยู่) มาสะดุดอีกครั้งตอนจะเปิด VDO ลูกไม้หล่นไกลต้น กดปุ่มแล้ว VDO ไม่มา พอเรียกเจ้าหน้าที่ หนังก็มาเอง สรุปแล้วได้นำเสนอตามที่เตรียมมาครบถ้วนและจบก่อนเวลา
มีคำถามจากผู้ฟัง คุณ Nurdin Satarov, Project Manager ของ HelpAge International ที่ Kyrguz Republic สำเนียงเขาฟังยากมาก รู้ว่าถามเกี่ยวกับคนสูงอายุ คำตอบที่บอกไปคงไม่ตรงเท่าไหร่ ดิฉันเห็นคุณ David คุยให้ (เดาเอา) คุณ J. Al Kaabi ถามเรื่อง Muslim way of life และการออกกำลังกายว่าเป็นอย่างไร เมื่อลงจากเวทีคุณ Ronan L’Heveder ได้เข้ามาหา แนะนำและเชิญชวนให้ขอทุนจากโครงการ BRIDGES ซึ่งเป็น IDF project ที่ support โดย educational grant จาก Lilly Diabetes การให้ทุนในรอบที่ ๔ นี้จะให้ short term projects ระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี มีวงเงินถึง ๖๕,๐๐๐ เหรียญ US ทำเอานั่งฝันตลอดวันว่าต้องรีบเรียกน้องๆ เครือข่ายมาประชุมคิดงานกัน
คุณ G. Alonzo-Beaton นำเสนอเรื่อง Diabetes education for children through puppetry เล่าว่าเธอสอนเด็กเรื่องเบาหวานโดยใช้ puppet อย่างไร การทำ puppet ใช้ของที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องลงทุนมาก เช่น ถุงเท้า มีภาพการสอน การสาธิตการฉีดอินซูลิน การวางแผนอาหาร และ final product ที่เป็น puppet หน้าตาน่ารัก สำหรับ “Puppets talk”
ดิฉันชอบการนำเสนอของคุณ Bruno เรื่อง Meal planning in underserved communities in Brazil เริ่มด้วยว่าจะมี agenda อะไรบ้าง เล่าว่า dietitians ที่นั่นมีวิธีการสอนผู้ป่วยอย่างไร เช่น ใช้นิ้วมือ ๕ นิ้วบอกเรื่องเวลาอาหารมีมื้อหลักและอาหารว่าง Calenders with meal planning reminders, reminders on cell phones, insulin action graphs….การอ่านฉลากอาหาร ใช้ตัวอย่างของจริง ดูที่ supermarket เช็คจากตู้เย็น แสดงปริมาณน้ำมัน น้ำตาล เปรียบเทียบให้เห็น แม้อ่านหนังสือไม่ออกก็เข้าใจได้ ใช้ plate model เป็นจานพลาสติกที่ให้คนไข้เอากลับบ้านได้ (visualize portion size สำคัญ)
มีวิธีการให้คนไข้เตรียมพร้อมล่วงหน้าสำหรับการมาพบนักกำหนดอาหารตามนัด การจัดเตรียมของสำหรับแก้ไขเวลามี hypoglycemia ใส่ bagpack โชว์คาร์โบไฮเดรต ๑๕ กรัมให้เห็น การสอน carb counting มีการบรรยายทุกเดือน มี carb counting manual มี carb game เลือกกลุ่มที่มีคาร์โบไฮเดรต ๑๕ กรัม ฯลฯวิธีการ motivate และติดตามผู้ป่วย diabetic friends หลาย characters มีโปรแกรม Gliconline ที่สามารถ load ลง cell phone ได้ สุดท้ายเล่าปัญหาความยุ่งยาก เช่น มีจำนวน specialized dietitians ไม่เพียงพอ
เรื่องที่ ๔ ชื่อ The evolving role of diabetes educators in GCC countries นำเสนอโดย F.Sohail จาก Saudi Arabia บอกว่าคนเป็นเบาหวานเยอะ diabetes educators จึงมีความสำคัญ ที่ King Saud University มี course สำหรับ train educators อะไรบ้าง แสดงภาพโบชัวร์ต่างๆ เช่น ในเดือนรอมฎอน ควรทำอย่างไร การให้ mass education, structured education รวมทั้งแสดงผลของการให้ education
Symposium เช้านี้ใช้เวลาน้อยกว่าที่กำหนดไว้มาก เสร็จก่อนเวลา ๑๐ น.เสียอีก ดิฉันหาข้อมูลหน้าที่ของ chair มาล่วงหน้าว่าต้องรักษาเวลาให้ตรง หากการนำเสนอเสร็จก่อนหรือคนนำเสนอไม่มา ต้องหาเรื่องมาคุย เพื่อจะได้เริ่มและเลิกตรงเวลา เพราะคนจะวางแผนเข้าฟังตามตาราง แต่ยังไม่เห็นตัวอย่างในเรื่องนี้
ดิฉันคุยกับคุณ David เรื่องการทำงานของเขาที่ University of Geneva และแสดงความยินดีเพราะเพิ่งรู้ว่าเขาแต่งงานเมื่อเดือนที่แล้ว คุณ David รู้จักคนเยอะ ทักทายกับคนโน้นคนนี้อยู่ตลอด ดิฉันได้เจอผู้เป็นเบาหวาน type 1 ที่มาร่วมประชุมด้วย เป็นกลุ่ม Young Leaders ดูเป็นวัยรุ่นที่แข็งแรง มีความมั่นใจตนเอง คล่องแคล่ว อยากให้คนไข้ไทยเป็นอย่างนี้บ้าง
วัลลา ตันตโยทัย

