อยู่กับตัวเองบ้าง: บอกทั้งตัวเองและประเทศไทย


ควรจะมีการทำสื่อเพื่อให้การศึกษากับคนในประเทศให้เข้าใจสถานการณ์ความเป็นไปของประเทศ ที่มาจากงานวิชาการที่มีวิธีการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับ แต่ย่อยให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจให้มากกว่านี้ ให้เป็นระบบ ให้คนรู้จักและอยากเข้าถึง

วันนี้เป็นวันแรกๆในรอบหลายๆเดือนที่ผมได้อยู่กับตัวเองและมานั่งพิจารณาเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการตัวผมเอง เช่น การใช้เงิน และงานการอื่นๆ 

เคยได้ยินมานานแล้วว่า คนเราควรมีช่วงเวลาในหนึ่งวันเพื่ออยู่กับตัวเองบ้าง แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเมื่อก่อนผมเข้าใจว่าอะไร

มาวันนี้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า ตัวเราเองก็มีเรื่องต้องจัดการหลายเรื่องให้เป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปอย่างมี “สติ” คือ รู้ถึงสภาวะปัจจุบัน ในทางธรรม เราอาจจะใช้ลมหายใจเป็นฐานของสติให้เราพิจารณาความเป็นไปของร่างกายของเราได้ แต่ในทางโลกที่ “เรา” นั้นมีอะไรติดสอยห้อยตามมามากมาย เช่น ทรัพย์สิน เงินทอง หน้าที่การงาน ภาระ ฯลฯ มันจำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่นๆมาช่วยให้เรารู้ถึงสภาวะปัจจุบันของสิ่งเหล่าน้ีด้วยเช่นกัน 

พี่ลุ่ย ช่วย copy ไฟล์ excel ที่เขาใช้ในการจัดการทรัพย์สินของเขามาให้ผมใช้บ้าง เป็นตารางท่ีเมื่อเราใส่รายรับรายจ่ายแล้วมันจะทำนายได้ว่าในอีกกี่เดือนเราจะเหลือเงินเท่านี้ๆ ตอนนี้เมื่อถึงเดือนนี้จะช๊อตละนะ เป็นต้น 

ผมนั่งใส่รายละเอียดอยู่พักใหญ่ พบว่า มันน่าตื่นเต้นมาก และมีหลายความรู้สึกผุดขึ้นมา แต่ที่แน่ๆคือ ทำให้รู้สึกได้ว่า สภาวะทางการเงินเราค่อนข้าง tight เหมือนกัน คือ ถ้าอยู่อย่างสมถะและประหยัดไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าใช้แบบไม่คิดล่ะเดือดร้อนได้แน่นอน เกิดความรู้สึกจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง track การใช้เงินของตัวเองอย่างละเอียดกว่านี้ ถ้าเราอยากจะทำให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นระบบและปรับตัวหรือหาขอบเขตของการใช้เงินได้ทัน 

มันน่าตกใจที่ ข้อมูลชุดนึงที่เกี่ยวกับเราจะทำให้ผมเกิดความรู้สึกตระหนักรู้และรู้สึกว่า “ฉัน ต้อง ทำ ทำอะไร สักอย่างแล้ววว” มิน่าเล่า ช่วงหนึ่งภาครัฐถึงส่งเสริมการทำบัญชี ซึ่งผมก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ทำบัญชีในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนอย่างแน่นอน 

ตอนนี้ทำให้คิดว่า เราอาจจะต้องลองดูทรัพยากรอื่นๆของเราเองบ้าง เช่น “เวลา” เป็นต้น ปกติก็บริหารเวลาแบบมวยวัดนะ แต่ถ้าใครมีวิธีการหรือข้อชี้แนะดีๆก็วานแบ่งปันกันครับ ในเรื่องจิตใจ ผมคิดว่านั่งสมาธิช่วยได้มาก เพราะมันมักจะมีเรื่องราวที่ติดค้างหรือยังประมวลผลไม่เสร็จแต่เราอาจจะลืมไปแล้วก็ได้โผล่เข้ามาในหัวระหว่างนั่งตลอด ซึ่งมันก็ถือเป็นการช่วยเคลียร์ความคิดอะไรต่างๆที่ติดค้างจากสมองด้วย ทำให้สงบลงไปเยอะครับ

จะว่าไป ถ้าเรามองใน scale ใหญ่กว่านี้ เช่นระดับประเทศ มันน่าสนใจเหมือนกันว่า ประเทศไทยได้ทำการติดตามสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองมากขนาดไหน ในเรื่องใดบ้าง และ “รัฐ” ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการประเทศ, “รัฐบาล” และ “นักการเมือง” ได้ เอาข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณามากน้อยขนาดไหน หรือประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ และใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจเลือกนโยบายพรรคการเมืองต่างๆขนาดไหน ผมลองคิดเล่นๆว่า ถ้าเกิดประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของประเทศ สามารถรู้สถานการณ์ความเป็นไปของประเทศในเรื่องต่างๆได้อย่างต่อเนื่อง ในแบบทีย่อยง่าย ในระยะยาวเขาน่าจะสามารถเป็นเจ้าของประเทศได้จริงๆผ่านการเลือกตัวแทนที่มีนโยบายที่สอดคล้องกับแนวทางที่เขาคิดว่าควรจะต้องเป็น … 

เรื่องน้ำนี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อาจทำให้คนมองว่า คนไทย ไม่ได้มี “สติ” ในการนำพาประเทศมากนัก จึงนำมาซึ่งปัญหาจาก “คน” มากทีเดียว ซึ่งเมื่อบวกเข้าไปกับความร้ายแรงของสถานการณ์น้ำ ก็ทำให้ความเดือดร้อนมันเพิ่มขึ้นไปอีก 

ในอีกแง่หนึ่ง เรื่องน้ำท่วมนี่เองก็เป็นจุดเริ่มชัดๆจุดแรกๆที่ทำให้เห็นสื่อที่ย่อยข้อมูลข่าวสารที่คนต้องรู้ ส่งไปให้ผู้คนจำนวนมากในแบบที่ง่ายต่อการเข้าใจและน่าสนใจ จริงๆแล้วแม้ก่อนช่วงเรื่องน้ำท่วม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย สายคุณหมอประเวศก็ได้ทำคลิปวีดีโอนำเสนอเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในสังคมไทยและเผยแพร่อย่างมากมายผ่านเครือข่ายสังคมอย่างแพร่หลาย ปรากฎการณ์นี้อาจจะเป็นตัวบอกได้ว่า จริงๆคนก็เแสวงหาข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะหาที่ไหนอย่างไร 

ควรจะมีการทำสื่อเพื่อให้การศึกษากับคนในประเทศให้เข้าใจสถานการณ์ความเป็นไปของประเทศ ที่มาจากงานวิชาการที่มีวิธีการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับ แต่ย่อยให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจให้มากกว่านี้ ให้เป็นระบบ ให้คนรู้จักและอยากเข้าถึง

 ว่าแ้วตอนนี้ก่อนที่ผมจะฝันไปถึงโครงการเหล่านี้ที่ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ตอนนี้ก็คงจะต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง มี”สติ” และดำเนินชีวิตต่อไปให้บรรลุหน้าที่ของตนเอง และใช้ทรัพยากรที่เหลือจากสิ่งเหล่านั้นมาคิดทำสิ่งที่ว่าไปข้างต้น ตอนนี้คงต้องใช้วลาสร้างความคุ้นเคยกับการตั้งใจจัดการตนเองสักหน่อย ถ้าเกิดเป็นเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องตัวเอง เช่น โปรเจคต่างๆที่ผมเคย หรือกำลังทำอยู่ ผมก็สามารถจัดการมันได้โอเคทีเดียว แต่พอเป็นเรื่องตัวเองนี่ค่อนข้างง่อยมาก แต่เชื่อว่าถ้าทำเป็นนิสัยน่าจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและคล่องแคล่วขึ้นในการจัดการตัวเองครับ :) 

 

หมายเลขบันทึก: 470325เขียนเมื่อ 5 ธันวาคม 2011 09:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 22:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (3)
  • สติสำคัญนะครับ
  • อาจารย์หายไปนานมาก
  • ไปพร้อมกับพี่ปัทมาเลย
  • ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ

:) ครับ พอดีว่า ผมไปลองเขียนตรงอื่นๆดูบ้างน่ะครับ

ตอนนี้อยู่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ครับ

  • ขอให้อาจาย์มีความสุขกับการเรียนครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี