แม้เวลาจะผ่านพ้นไปเดือนกว่าแล้วก็ตาม ...แต่ความรู้สึกลุ้นระทึกยังฝังแน่นไม่เลือนลางไปจากใจ........


ช่วงวันที่ 14- 24 ตุลาคม 2554
ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเพิ่มพูนความรู้-ประสบการณ์ด้านภาษาญี่ปุ่น
อยู่กทม.
....ติดตามข่าวสาร-ตรวจสอบสภาวะเรื่องน้ำท่วมแทบทุกช่วงเวลา-นาที
อย่างใจจดจ่อ..... ด้วยความรู้สึกกังวล- อึดอัด
และเครียดตามเหล่าผู้ประสบอุทุกภัย ...ทั้งๆที่ตนเองไม่อยู่ในข่ายที่ได้รับความเดือดร้อนใดๆ
เลยก็ตาม




กังวลและอึดอัดที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้
......ไม่รู้ข้อเท็จ-จริงเป็นเช่นไร......
เครียดเพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องร่วมชาติ
ห่วงใยสถานภาพของชนชั้นบางอาชีพที่ทำงานอยู่ในโรงงาน
และชนชั้นที่ยังชีพจากงานรับจ้างรายวัน

“ เฮ้ย...น้ำท่วมหรือเปล่า
” โทรฯ
ถามน้องชายที่มีบ้านอยู่เขตราชพฤกษ์อย่างเป็นห่วง
ช่วงแรกเริ่มที่น้ำเริ่มไหลเข้ากรุง
“ ไม่ท่วมหรอก....แถบนี้สูงออก ”
เจ้าน้องชายตอบอย่างเชื่อมั่น
ติดตามโทรฯถามอีก...เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเวลาผ่านมาอีก 1
วัน
“ ดูข่าวบ้างหรือเปล่า
น้ำท่วมเขตนั้นแน่นอนเลย...มัวใจเย็นอยู่ได้ ”
“ ท่วมอะไรกัน.....หากท่วมจริง..คงไม่เกินตาตุ่มเท้า
” เจ้าน้องชายกวนเล่นอย่างเห็นขำ
ผ่านเลยมาได้ 2 วัน...จึงโทรฯถามใหม่ ด้วยสงสัยใคร่รู้
ปนความห่วงใย
“ ถามจริง.....
น้ำไม่ท่วมแน่เหรอ..แถบนั้นมันท่วมนี่นา ”
“ ก็ท่วมน่ะซิ...ตอนนี้อยู่กำแพงเพชร ”
น้องชายตอบกลับอย่างอารมณ์ดีเพราะทำใจได้
แม้ว่าระดับน้ำเมตรครึ่งจะสร้างความเสียหายให้ข้าวของ-เครื่องใช้....แบบไม่ทันระวัง..ก็ตาม....
สงสัยจะเชื่อคำกล่าวที่ว่า “ เอาอยู่
”

ระดับน้ำแม่ปิง....สูงมาก
เอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่ำในซอยริมฝั่งแม่น้ำ...ในเขตเมืองกำแพงเพชร...แต่เสียหายไม่มากนัก
น้องชายเล่าว่า....เช้าขึ้น....ปิดบ้านขับรถออกมาทำงานโดยไม่ได้นำสิ่งของ
ใดๆ ออกมาแม้แต่ชิ้นเดียว
และไม่สามารถขับรถฝ่าน้ำเข้าบ้านได้
ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ต้องไปหาซื้อใหม่หมด
แถมยังกล่าวสัพยอก.... ให้ผู้เขียนหาเบอร์โทรฯศูนย์อพยพ
เพื่อแจ้งความประสงค์ไปพักพิง
ชั่วคราว....ระหว่างที่หารถกลับกำแพงเพชรไม่ได้

26 ตุลาคม 2554 วันแรกของการเปิดเรียนสำหรับเด็กๆ
แต่ปิดต่อตามมติของคณะรัฐมนตรีฯ อีกหลายวัน
เมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งจากคนสนิทเกี่ยวกับปัญหาเรื่องทำกุญแจรถหาย
โดยจอดรถทิ้งไว้ที่ ลานจอดรถกลางแจ้งเขตสยาม
จึงรีบขับรถเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงบ่าย เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ข่าวคราวเรื่องน้ำไหลทะลักเข้าท่วมหลายเขตของกรุงเทพฯ
อย่างต่อเนื่องส่งผลให้จิตใจไม่เป็นสุข หากน้ำท่วมรถ
คงเสียหายหลายหมื่นบาท
แม้จะมั่นใจว่าน้ำคงไม่ท่วมเขตดุสิต
หรือบางซอยในเขตประดิพัทธ์สะพานควาย แต่ใครสามารถรับประกันได้
ขับผ่านถนนบางช่วงที่น้ำเริ่มเอ่อท่วม ....
ด้วยใจกังวล

เส้นทางหลบหลีกน้ำจาก กำแพงเพชร-
ขาณุวรลักษณบุรี -ลาดยาว- บ้านไร่(อุทัยธานี) สุพรรณบุรี (อู่ทอง)
นครปฐม- กรุงเทพฯ
เมื่อแก้ปัญหาเรื่องการนำรถออกมาจากที่จอดรถเขตสยามได้
ช่วงเที่ยงคืนกว่า...
จึงตัดสินใจที่จะขับรถคันนี้กลับไปบ้านที่กำแพงเพชรด้วย

ได้รับโทรศัพท์จากญาติๆ ที่กระหน่ำโทรฯ ด้วยความเป็นห่วง
ทั้งๆที่อยากพักผ่อนสัก 4-5 ชั่วโมง ที่กรุงเทพฯ
แต่เพื่อความสบายใจทั้งฝ่ายญาติและฝ่ายตนเอง จึงต้องขับรถออกจาก
กทม.
คนละคันในเวลาดึกสงัด .... แสงไฟที่สาดส่องบนถนนหลายสายของช่วงเวลา
03.00 น. ค่อนข้างมืดสลัว จอดรถมองแผนที่บนป้ายเหนือศรีษะ
เพื่อหาเส้นทางไปขึ้นสะพานพระราม 8 ด้วยใจระทึก
....เนื่องจากสะพานพระราม 8
เชื่อมต่อถนนลอยฟ้าไปลงถนนราชชนนีได้โดยไม่ต้องลุยน้ำท่วมขังบนถนนปิ่นเกล้า

ขับรถไปเรื่อยๆ บนเส้นทางที่มืดสนิท
มองเห็นป้ายบอกเขตบางขุนพรหมอยู่ชิดใกล้กับทางขึ้นเนินที่มองคล้ายกับเป็นสะพาน
โชคดีที่มีรถวิ่งบนถนนเพียงแค่ 2 คัน(พวกเดียวกัน)
จึงจอดรถคร่อมทางที่แยกออกเป็น 2
สายเพื่อตัดสินใจว่าจะไปทางไหนดี
เนื่องจากไม่เคยขับรถขึ้นสะพานพระราม 8
จึงไม่รู้จักเส้นทางขึ้น ตอนขับรถเข้ากรุงเทพฯ
แม้จะวิ่งบนสะพานพระราม 8 มาลงแถบนี้ แต่ถนนช่วงพลบค่ำเกือบ 2
ทุ่มมืดมากและแยกทางลงกับทางขึ้น
ประกอบกับต้องเร่งรีบไปแถวสยามฯ
จึงมองไม่เห็นจุดสังเกตใดๆ

ในที่สุดก็เลือกที่จะหักพวงมาลัยไปด้านขวาเพราะเป็นทางขึ้นเนิน
น่าจะเป็นทางขึ้นสะพาน....ตามจุดมุ่งหมาย...ขับรถไปพลาง....ใจลุ้นระทึกเต้นโครมครามไปพลาง
...ใช่แล้ว....นี่คือสะพาน...แต่เป็นสะพานไปที่ไหน
สรุปแล้วทางที่ขับอยู่นี่
เป็นทางขึ้นหรือทางลงกันแน่
.....โอ๊ย...ตื่นเต้นจนแทบจะเหยียบคันเร่งไม่ไหว ...

สุดท้ายก็มองเห็นป้ายเตี้ยๆ เขียนกำกับความเร็วที่ 30
ติดไว้ข้างทาง
....โล่งใจว่าต้องเป็นทางขึ้นแน่นอน....จึงขับไปเรื่อยๆ
และเริ่มมองเห็นรถหลายคันจอดเรียงรายหนีน้ำอยู่บนสะพานแห่งนี้
.....ภาพสองข้างทางค่อยๆยืนยัน ว่านี่คือสะพานพระราม 8 อย่างแน่แท้
.....จึงขับรถมุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างสบายใจ
ภาพจาก
Google
บางช่วงของถนนสายพุทธมณฑล.....มีน้ำท่วมขังประมาณครึ่งล้อ
.....หลบหลีกและผ่อนความเร็วเป็นระยะๆ
เมื่อรถวิ่งเข้าเขตนครปฐม
จึงต่อโทรศัพท์ไปถึงผู้ขับรถอีกคันหนึ่งที่วิ่งตามหลังมา
“....ไม่ไหวแล้วนะ....ตาจะติดกันแล้ว…ทั้งเหนื่อยและเพลียเต็มทน
...เดินทางอยู่บนรถมากว่า 13 ชั่วโมง เครียดด้วย...
เปิดโรงแรมที่นครปฐมนอนพักดีกว่า ”
โรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักพิงของผู้คนที่หนีน้ำท่วมขังมาจากกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่.....ผู้คนหลากหลายอาชีพที่มีเงินจ่ายค่าที่พักต่างมาเช่าอยู่เป็นสัปดาห์แล้ว......
และหลายคนคงใช้เป็นแหล่งพักพิงต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์
ทุ่งนาเขียวใส....ในเขตสุพรรณฯ ห่างไกลจากปัญหาอุทกภัย
ชาวไทยหลายหมื่นคนต้องต่อสู้กับวิกกฤตน้ำท่วมอย่างแสนสาหัส
วิกกฤตศรัทธาอย่างแสนเข็ญ ต่อจากนี้ไป
คงต้องเผชิญกับวิกกฤตเศรษฐกิจ อย่างแสนลำเค็ญ
ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งกว่า
668 คน และขอให้กำลังใจกับบุคคลที่ได้รับความเสียหายด้านที่อยู่อาศัย
ทรัพย์สิน หรือ หน้าที่การงาน
ให้สามารถแก้ไขผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมบันทึก “
บนเส้นทางลุ้นระทึก
.....กับความห่วงใย
.....ที่เกี่ยวเนื่อง ”
ทุกท่านนะคะ ....

( ขอฝากภาพล้อเลียนจากแหล่งต่างๆ
มาแบ่งปันเพื่อคลายเครียด.....บางภาพแฝงข้อคิด...บางภาพสะท้อนให้เห็นมุมมองที่น่าคิด )
ยังไง กรุงเทพ ก็ท่วมเท่า กรุงศรีอยุธยา แน่นอน

รู้ทันสถานการณ์

ได้ใจเลยป้ายนี้

ต้องแบบนี้ถึงเอาอยู่

สวนสยาม..ทะเลกรุงเทพ

หรือหลากมากรุงเทพ
แต่ทหารไทยก็ไม่เคยทิ้งประชาชน
คลองเมเจอร์รัชโยธิน

ของเขามึ - ของเราก็มี

ความลับ

ขอร้องจากใจ
อาสาสมัครหน่วยเฝ้าระวังน้ำ

คนห้วยขวางมีเทพเจ้า "โพไซดอน" ปกป้องอยู่

Fast Food or Fast
Flood

เอาคืนบ้าง !
รับแจ้งตามประกาศ

ป้ายเตือน
ต้องเปลี่ยนเป็น ลาก่อน..เพราะน้ำท่วมแน่นอน(ถ้าเลือกกรู)

น้ำท่วมแค่เข่าอย่างที่บอกจริงๆ

ไว้ให้ท่วมบ้านแกก่อนแล้วค่อยมาบอก...

Seasons Change !

นี่ก็อีกคนที่มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมชั้นใน...แน่นอน
ระบบขนส่ง

สีล้อหรือจะสู้สี่ขา



ประเทศไทยกำเนิดเทพองค์ใหม่.......เทพหมา...มหาเทพ..

ถึงน้ำจะมาก็ไม่เป็นอุปสรรคในการกดเงิน

วันนี้ยังจับไม่ได้ซักตัวเลยหนุ่ม


Think of
Living


สัจธรรม....

โฆษณาทัวร์

คุณยาย

ตัวแรก มาส่งจดหมาย
ตัวที่ 2 คาดว่ามาแข่งกับเรือรับจ้างครับ
บรึ๋ยยย T^

จบจริงๆ จ้า !