ในระหว่างที่น้ำท่วม มีทั้งคนที่หนีน้ำ และสู้น้ำ ได้เห็นทางราชการใช้ความพยายามอย่างมากในการระบายน้ำเพื่อให้ถนนแห้ง ในขณะเดียวกันก็เห็นภาพขยะและผักตบชวาแน่นคลอง ใครๆก็เห็นว่าน้ำที่ท่วมสูงไม่ลดไปได้เพราะบางคลองไม่มีช่องทางให้น้ำไหลผ่านได้อย่างคล่องๆ แทนที่จะเห็นผู้อยู่อาศัยลุกขึ้นมาช่วยกันจัดการกับขยะในพื้นที่ของส่วนรวม มีแต่คนออกมาปิดถนนและขู่คนทำงานว่าจะให้เวลาจัดการ ๒วันบ้าง ๓วันบ้าง บางคนก็ประกาศตั้งตัวเองว่าเป็นเงาของผู้ว่าฯ และทำตัวเป็นหัวหน้าของมวลชนสั่งการเองให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำเท่านั้น เท่านี้ หากเจ้าหน้าที่ของราชการไม่ทำตามก็บุกไปเปิดเองทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ และน่าจะรู้ว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นตั้งผู้แทนราษฎร บางคนมีอาชีพเป็นผู้รักษากฎหมาย เห็นชัดๆว่าสำนึกของความเป็นเจ้าของประเทศไทยมีน้อยกว่าสำนึกของความเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของพรรค เห็นแล้ว ได้ยินแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
อยากให้มีฮีโร่ลุกขึ้นมาอาสาพามวลชนออกมาช่วยกันเก็บขยะ หรือขุดลอกผักตบชวาออกจากคลองให้โล่งมากกว่า ไม่ต้องรอทางการแต่อย่างเดียว แต่ทางราชการน่าจะมีประกาศระบบอำนวยความสะดวกแก่มวลชนที่อาสา ภาวะเช่นนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน อยากเห็นความปรองดอง มากกว่าเห็นการทะเลาะ กล่าวโทษกัน ถ้าเป็นเช่นนั้น คงไม่เห็นขยะมหึมา ถูกกองไว้บนถนนหลวง เสียพื้นที่จราจรไปตั้งหนึ่งเลน ที่จริงก็เห็นใจคนที่เอามากอง เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน หากมีคนจัดระบบให้ก็คงดี เทศบาลก็ดี กรรมการหมู่บ้านก็ดี น่าจะเป็นผู้นำได้ทันที ดีกว่าไปยืนคุมเชิงที่ประตูระบายน้ำเฉยๆ
มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าน้ำท่วมครั้งนี้คู่แฝดของภัยหลัก คือสารเคมี และโรคระบาด เรื่องสารเคมีที่ว่าอาจเป็นสารเคมีในบ้านเราเองนั่นแหละ น้ำยาขัดห้องน้ำเอย น้ำยาอะไรต่ออะไรอีกที่บ้านต่างๆซื้อมาใช้ ล้วนออกมาผสมกันอยู่ในน้ำและถูกพัดพาไปในทุกหนทุกแห่งอาจปนเปื้อนไปในอาหาร เสื้อผ้า ทำให้เกิดโรคแก่ผู้สัมผัส ยังมีภัยอีกชนิดหนึ่งเรียกว่าภัยต่อเนื่อง เช่นผลพวงของบ้านช่อง โรงเรียน มหาวิทยาลัย วัด และโบราณสถานที่เสียหาย รวมไปถึงคนที่ถูกพักงาน ถูกลดเงินเดือน เพราะโรงงานเสียหายต้องใช้เงินอย่างมากในการซ่อมแซมปรับปรุงและซื้อหาเครื่องจักรในการผลิต น้ำท่วมครั้งนี้จึงนอกจากสูญเสียทรัพย์สิน ไม่น่าจะมาสูญเสียมิตรภาพกันระหว่างชุมชนที่อยู่ในและนอกเขตคันกั้นน้ำ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับประชาชน ไม่อยากให้เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนของประเทศ เห็นแล้วปวดใจ
วันนี้ยังได้ยินนักการเมืองบางคนพูดอีกว่าน่าจะต้องย้ายเมืองหลวง ดีใจที่ยังมีนักวิชาการออกมาเตือนว่าอย่าคิดรีบๆ ให้ถอดบทเรียนให้ละเอียด อาจจะมองเห็นตัวปัญหาที่แท้จริง และจะแก้ได้ถูกจุดมากยิ่งขึ้น เช่นปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้เพราะเราไม่มีผังเมืองเราปล่อยให้พื้นที่ที่เป็นฐานการทำเกษตรกรรมถูกทับซ้อนด้วยพื้นที่อุตสาหกรรม แล้วเราก็ป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมเขตเหล่านั้น ทำให้เกิดความเสียหายมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ท่านยังพูดอีกว่าหากรู้ว่ากลัดกระดุมผิดเม็ดแล้ว ยอมแก้ไข อาจเจ็บปวดบ้างแต่ดีกว่ากลัดผิดๆไปในเม็ดที่เหลือ มันจะกลายเป็นผิดไปซะทุกเม็ด
รู้สึกยินดีอีกครั้ง และเห็นด้วยกับอาจารย์ท่านหนึ่งออกมาพูดว่าการจัดตั้งกรรมการชุดนั้น ชุดนี้ มากมายเหลือเกิน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ แต่มองไม่เห็นวิธีการที่เชื่อมโยงลงมาถึงบ้านแต่ละหลังคาเรือน ประชาชนทำตัวไม่ถูก การแก้ปัญหามิใช่ทำเพียงให้น้ำแห้งไปจากถนนแล้วจบ หรือมิใช่จ่ายเงินชดเชยหลังคาเรือนละ ๕๐๐๐ บาทแล้วจบ แถมยังมีบางคนเกิดความโลภแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ รู้สึกปวดใจหนึบๆอีกแล้ว ใจของคนไทยที่ล่มสลายไปกับสายน้ำ มันไม่ได้เกิดกับผู้ถูกน้ำท่วมเท่านั้น เพราะความเป็นคนไทย และความเป็นเพื่อนมนุษย์ที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน
อยากเห็นคนที่มีความรู้จริงๆออกมาช่วยกู้ใจคนไทย แล้วก็ได้เห็นจริงๆ มีกลุ่มจิตอาสาที่เห็นความสำคัญด้านในของมนุษย์ ออกมาช่วยเยียวยาผู้อพยพที่มากกว่าให้อาหาร ยารักษาโรคที่อยู่อาศัย แต่ให้พลังใจด้วย โดยเริ่มมีคนออกมาเตือนสติคนไทยด้วยกัน โดยทำคลิปเผยแพร่อย่างกว้างขวางทางยูธูบ และเฟสบุค ให้ดูแลใจของตนเองอย่าให้สลายไปกับน้ำ บางคนอาจคิดได้ แต่ก็มีหลายคนที่คิดไม่ได้ จึงออกมาเพิ่มความล่มสลายด้วยการประกาศขู่จะปิดถนนเส้นนั้น เส้นนี้ไม่หยุดหย่อน
มารู้ตัวอีกทีก็เผลอยินดี ยินร้ายไปซะอีกแล้ว นี่แหละใจมนุษย์ กระเพื่อมไหวง่ายจัง ดูไม่ทัน ยังต้องขัดเกลาอยู่เนืองๆ