ชีวิตที่พอเพียง : 1447. ปากเกร็ดในอดีตไม่นานมานี้
วันที่ ๑๘ พ.ย. ๕๔ ผมโชคดีได้โชเฟอร์แท็กซี่ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เป็นคนปากเกร็ดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย "ย่าของผมเป็นเศรษฐี มีที่นาให้เช่ามากมาย แต่พวกผมผลาญหมด จึงต้องมาขับแท็กซี่อยู่อย่างนี้" เขาพูดแบบปลงตก
"ที่ดินตรงหมู่บ้านสิวลีที่คุณอยู่ เป็นที่นาของยาย...(ไม่ได้จำชื่อ) ขายได้ ๕๐ ล้าน แถวปากเกร็ดสมัยก่อนเป็นที่นาทั้งนั้น"
"หน้าน้ำหลาก ต้นข้าวกำลังออกรวง ต้นมันจะสูงขึ้นหนีน้ำ แต่รวงข้าวจะเรี่ยน้ำ ปลาหมอและปลาตะเพียนจะฮุบข้าวเปลือกกิน จนตัวอ้วนมันย่อง และไข่เต็มท้อง จับเอามาผ่าท้อง ในท้องมีข้าวเปลือกเต็ม ปลาตะเพียนตัวโตตั้งครึ่งกิโล"
"คลองบางพังสมัยผมเด็กๆ กว้างและลึกขนาดเรือต่อเข้าได้ แต่พอหน้าแล้งน้ำแห้ง จับปลาได้เยอะ และขุดปลากดตัวโตๆ ที่ฝังโคลนอยู่ ได้" คลองบางพังนี้ตอนนี้แคบนิดเดียว แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาตรงวัดบางพัง มาเลียบผ่านหลังหมู่บ้านสิวลี ไหลผ่านถนนติวานนท์ ไปออกที่เมืองทองธานีข้าง มสธ.
"คนแถวนี้ดั้งเดิมเป็นมอญทั้งนั้น และแต่งงานข้ามไปข้ามมากับคนเกาะเกร็ด แต่ที่ปากเกร็ดมีคนจีนมาอยู่ปะปนและแต่งงานกับคนมอญ ที่เกาะเกร็ดยังเป็นมอญแท้ ที่บ้านผมไม่ได้ถือผีมอญ แต่พอมีคนไม่สบายบ่อยๆ หลายคน จึงทำพิธีไหว้ผี ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่"
โชเฟอร์ท่านนี้เกิดปี ๒๔๙๙ ครับ อายุ ๕๕ ปี เขาบอกว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๒๐ แถวบริเวณที่บ้านผมอยู่มีบ้านอยู่ไม่กี่หลัง และคนแถวนี้รู้จักกันหมด คือผู้คนยังมีวิถีชีวิตชนบท
มีคนเขียนประวัติของปากเกร็ดไว้สั้นๆ ที่นี่ ผู้สนใจประวัติของปากเกร็ดควรอ่านผ่านเรื่องมอญปากเกร็ดที่นี่
ผมได้โอกาสจึงถามเรื่องเจ้าอาวาสวัดกู้ที่ถูกยิงตาย จึงรู้ว่าผู้ต้องหาว่าเป็นผู้จ้างวานเป็นเพื่อนสนิทที่เคยกินเที่ยวด้วยกันมาสมัยหนุ่มๆ เจ้าอาวาสท่านพูดเก่ง และคนนับถือด้านทำน้ำมนตร์ รายได้ส่วนมากได้จากโครงการไถ่ชีวิตวัวควาย ท่านเจ้าอาวาสจึงมีเงินส่วนตัวในธนาคารกว่า ๒๐๐ ล้าน และมีสมบัติอื่นๆ อีกมาก ลงท้ายพระก็แพ้มาร คือความโลภ
คุณโชเฟอร์เป็นคนธัมมะธัมโม เล่าว่า พระผู้ใหญ่ บอกว่าศัตรูตัวฉกาจของพระมี ๒ อย่าง คือ "เงินกับหอย"
วิจารณ์ พานิช
๒๐ พ.ย.๕๔
ที่ดินแถบลาดพร้าว เคยเป็นทุ่งนาเช่นกันค่ะ ตอนย้ายมาปลูกบ้านเป็นหลังแรกๆ เมื่อถนนตัดผ่าน คุณพ่อซื้อมาในราคาตารางวาละ 400 บาท
..ที่แถวๆบางแค..ตอน.พ่อแม่ซื้อมา..๗๐๐ ต่อตารางวาเพื่อนๆเขาแบ่งขายให้หนีความแออัดจากเมือง..สี่สิบปีผ่านไป..ราคาที่ดินขึ้นเป็น..เจ็ดพันและขึ้นไปเรื่อยๆ..แต่ตอนโดนตัดถนน..เขาให้เราเจ็ดร้อยเท่าเก่า..ต้นไม้ที่โดนตัดทิ้งมะม่วง.กล้วย.ให้ราคาต้นละสามบาท...สวนดอกไม้สวนต้นไม้ผลกลายเป็นหมู่บ้าน..คลองภาษีเจริญ..น้ำเน่า..ถูกตัดขาด..โดยพื้นที่..โรงงานที่มีอยู่ปะปนและปล่อยน้ำเสียลงคลองกันโดยปราศจากการควบคุมดูแล...ทั้งๆที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีเขียวแต่ก็มีโรงงานและตึกสูง..อ้ะ..และ"น้ำท่วม".อ่วม..คราวนี้...ปรกติ..คลองนี้..น้ำเน่า.".คนจน"..ได้รับ..ความช่วยเหลือจากโรงงาน..น้ำปีละหนึ่งตุ่ม....(ขอเล่าด้วยคน..ยายธีเจ้าค่ะ)..และปีนี้น้ำท่วม..เขาประกาศว่าจะให้..ห้าพัน...
ทุกวันนี้แหล่งอาหารธรรมชาตินับวันจะยิ่งหายากขึ้น แม้แต่ที่เมืองเลยบ้านผมก็โดนเหมือนกันครับ ตอนนี้แหล่งปลูกพืช ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะกล้วยคุณภาพดีแถว อ.ปากชม/เชียงคาน/ท่าลี่ กำลังถูกคุกคามด้วยต้นยางครับ เศรษฐีใหม่เกิดขึ้นยังกะดอกเห็ดจากการปลูกยาง เงาแห่งหายนะกำลังค่อยๆคืบคลานมาลางๆ แล้ว