สวัสดีค่ะญาติพี่น้องทุกท่าน นานพอสมควรแล้วนะคะที่คุณยายห่างหายไปจากหน้าจอโกทูโน เนื่องจากภาระกิจที่ " หยุดไม่ได้ " ค่ะ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีเรื่องราวที่อยากบอก อยากเล่าให้กับพี่น้องของเราได้รับทราบมากมาย เริ่มจากเรื่องที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องกันก่อนนะคะ

        

     จากสถิติผู้ป่วยนอกที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลบรบือ 5 อันดับแรกได้แก่โรคเบาหวาน รองลงมาคือความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารและด้านทันตฯ

โดย มีผู้ป่วยเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนและรับการรักษาในคลินิกเบาหวานในปี 2553จำนวน 2,903 ราย ค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด 8,046,207 บาท  ปี 2554 จำนวน  3,755ราย   ค่าใช้จ่าย 10,407,358 บาท  เข้ารับบริการที่คลินิกพิเศษวันละ  ประมาณ 90 – 200 ราย และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีผู้มารับบริการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 180 mg / dl.เพิ่มมากขึ้นซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องนัดมาตรวจซ้ำบ่อยกว่าปกติ  ทำให้มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาวะเศรษฐกิจอีกด้วย

 

      ปกติแล้วทุกเช้าดิฉันและคุณศิรินภา ซึ่งเป็นโภชนากรจะนำผู้ป่วยโรคเรื้อรังทำกิจกรรมก่อนที่แพทย์จะออกตรวจ ซึ่งมีทั้งการให้ข้อมูลเรื่องโรคและการปฏิบัติตัว จากนั้นก็มีการฝึกสมาธิและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ผู้รับบริการหนาแน่นทุกวัน ระดับน้ำตาลก็ยังสูงเหมือนเดิม พอถามถึงปัญหาก็มีส่วนน้อยที่ยกมือถาม เราก็เลยปรึกษากันถึงวิธีการที่จะค้นหาปัญหาของผู้ป่วยเป็นรายบุคคลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน จึงเกิด " โรงเรียนเบาหวาน" ขึ้น  

  

    จากการดำเนินงานปรากฎว่า ผลลัพธ์  เป็นที่น่าพอใจ เมื่อมีการประกวด " Best Practice " ในระดับจังหวัดขึ้น ดิฉันจึงได้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดด้วย จะเรียกว่าเป็นทั้ง "นวัตกรรมและ การปฏิบัติที่ดีที่สุด" ก็คงไม่ผิดเพราะเราไม่เคยทำมาก่อน จากผลงานทั้งหมด 60 ผลงาน ของเราได้อันดับที่ 4  ถึงแม้จะไม่ติดอันดับ 1 ใน 3 แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจเพราะได้รับรางวัลเหมือนกัน และยังได้รับการคัดเลือกให้นำเสนอผลงานในวันพยาบาลแห่งชาติของจังหวัดเรา และมี 4 คนที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีผลงานเด่นอีกด้วย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ดิฉันมีโอกาสได้ขึ้นเวทีอันมีเกียรตินี้ ความดีความชอบทั้งหมดขอยกให้ผู้ป่วยเบาหวานที่น่ารักทุกๆท่านรวมทั้งทีมงานทุกคนด้วยค่ะ ดิฉันขอนำรายละเอียดโครงการฉบับย่อมาแบ่งปันนะคะ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงของผู้ป่วยเบาหวาน

2.เพื่อสร้างความตระหนัก ส่งเสริม และสนับสนุนการสร้างพลังอำนาจของผู้ป่วยเบาหวานในการดูแลตนเอง

3.เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในการเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาล

กลุ่มเป้าหมาย

1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 180 mg / dl ขึ้นไปและมีความสมัครใจเข้าร่วมโครงการ

2.ผู้ที่สนใจทั่วไป 

 

กลวิธีดำเนินงาน 

1.ทบทวนเวชระเบียน

2.ประชุมทีมเพื่อวางแผนในการปฏิบัติงาน

3.  ทำแผนปฏิบัติงานโดยยึดแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร

4. ทำโครงการที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงาน

5. ดำเนินงานตามแผน

6. ประเมินผล

7. สรุปปัญหาและอุปสรรคเพื่อการพัฒนาต่อไป 

 

ระยะเวลาดำเนินงาน 

1 ตุลาคม 2553 – 30 กันยายน 2554

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ 

 

1.ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 60

2.ลดความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินหรือโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

3.ผู้ป่วยได้สันทนาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

4.ผู้ป่วยมีความมั่นใจและภาคภูมิใจตนเองที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้

5.ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

6.ลดค่าใช้จ่ายทั้งของผู้ป่วยและของรัฐด้วย

 

 การประเมินผล

1. จากระดับน้ำตาลในเลือดครั้งต่อไปลดลงร้อยละ 60

2. ผู้เข้าร่วมโครงการตอบคำถามได้ถูกต้องอยู่ในระดับดี ร้อยละ 70 

3. ประเมินความพึงพอใจ ร้อย80  

                          

 สรุปผลการดำเนินงาน

  

ระยะเวลาดำเนินการ 1 ตุลาคม 2553 – 30 กันยายน 2554

      1. ผู้รับบริการทั้งหมด  166 ราย ระดับน้ำตาลลดลง  115 ราย คิดเป็นร้อยละ  69.28

     2. ระดับน้ำตาลคงเดิม 20 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.05

     3. กำลังรอผลมาตรวจซ้ำ  21 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.65

    4. ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 06.02

    5. ประเมินความรู้หลังร่วมกิจกรรมตอบคำถามระดับดีมากได้ร้อยละ 80.13

   6. ประเมินความพึงพอใจร้อยละ 100

ปัญหาที่พบ

     1. จากการรับประทานยาไม่ถูกต้อง  84 ราย คิดเป็นร้อยละ 50.60

    2. จากอาหาร  34 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.48

    3. ความเครียด 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.10

    4. ขาดการออกกำลังกาย 8 ราย คิดเป็นร้อยละ 04.82

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

   1. ผู้รับบริการมีความตระหนัก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และสมัครใจทำให้ บรรยากาศของการทำงานเป็นกันเองและ ผ่อนคลาย

  2. ผู้บริหารให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

  3. ทีมงานมีความกระตือรือร้น ทำงานด้วยความรักและสามัคคี

ปัญหาและอุปสรรค

    1.ไม่ได้เปิดให้บริการทุกวันเนื่องจากอัตรากำลังไม่พอ

   2. ผู้รับบริการหลายคนยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากมีความจำเป็นและจำกัดในช่วงเวลา

          ภาพกิจกรรมที่หน้าห้องตรวจโรค

      1.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภาวะแทรกซ้อน

 

 

 

  

      

 

2. นำบริหารร่างกาย

3. ฝึกสมาธิ

 4. กิจกรรมคลายเครียด

            ภาพกิจกรรมในโรงเรียนค่ะ

  

 

 

 

  

   คุณยายได้รับแต่งตั้งให้เป็น ครูใหญ่ ค่ะ ส่วนน้องอ้อ เป็นครูประจำการ

    บรรยากาศในห้องเรียนจะแตกต่างจากข้างนอกเพราะทุกคนล้วนแต่มีปัญหา ทำให้รู้สึกว่าเป็น" พวกเดียวกัน" เราจะใช้  "สุนทรียสนทนา"ทุกคนก็จะกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น ส่วนครูจะเป็นผู้ฟัง ให้นักเรียนแต่ละคนประเมินตนเองว่ามีปัญหาอะไร ให้เล่าสู่กันฟัง และเพื่อนๆจะเป็นผู้แนะนำอีกที คุณครูจะเป็นผู้สรุปตอนท้าย และนักเรียนจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ประมาณเท่าไหร่ ส่วนผู้ที่ไม่พร้อมก็จะขอเวลาผัดผ่อนไปก่อน เราจะไม่มีการบังคับหรือคาดคั้นใดๆทั้งสิ้น

   

   ภาพบรรยากาศการประกวด Best Practice

 

 

    ผู้ทรงคุณวุฒิ นำทีมโดย อาจารย์นายแพทย์สุริยา รัตนปริญญา นายแพทย์สาธารณสุขมหาสารคาม ผอ.โรงพยาบาลชุมชนและคณาจารย์จากคณะสาธารณสุขฯ มมส.

 

 ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบรบือ นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ ไปเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

 

  กรรมการตัดสินนำโดย อาจารย์หมอปิติ ทั้งไพศาลและอาจารย์จากมมส.

 

   อาจารย์นายแพทย์สุริยา รัตนปริญญานายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามให้เกียรติเยี่ยมชมบูทของคุณยายด้วย ( อาจารย์ไปคนเดียวก็เลยออกอาการเขินค่ะ)

   ครูอ้อ ครูน้อย  เป็นครูที่ประจำอยู่โรงเรียนนี้ ส่วนลักษณ์ เป็นครูอัตราจ้างค่ะ (ฮ่าๆๆ ขอกัดหน่อย)ไม่ได้อยู่ประจำ

 

   ขึ้นรับรางวัลจากท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามประธานในงานด้วยใบหน้างงๆเพราะไม่คิดว่าจะได้ เนื่องจาก1-3 ประกาศไปแล้ว

 

ภาพการนำเสนอผู้ที่มีผลงานเด่นในวันพยาบาลแห่งชาติ

 

 

 

   ท่านอาจารย์ชาลี นำน้องๆนักศึกษาพยาบาลมาช่วยจัดบูท ปลื้มใจมากค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์และขอบใจน้องๆทุกคนด้วยนะคะ

 

บรรยากาศบนเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ

     นี่คือหนึ่งผลงานแห่งความภาคภูมิใจในการทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนชาวบรบือ-กุดรังมีสุขภาพที่ดีค่ะ