๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒๑   พฤศจิกายน  ๒๕๕๔   ตื่นเช้าขึ้นมาดูระดับน้ำที่หน้าบ้าน  ลดลงไปหลายเซนติเมตรเหมือนกัน   คืนสู่เหย้ามาตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา  ต้องขับรถลุยน้ำเข้ามาตั้งแต่ถนนรัตนาธิเบศร์ หน้าหมู่บ้านน้ำลึกกว่าบันไดรถฟอร์จูนเนอร์  แต่ไม่ถึงขอบประตู  จึงสามารถผ่านไปได้  เลยเข้ามาในหมู่บ้านน้ำจะตื้นกว่าข้างนอก ดีตรงที่น้ำไม่เน่าเสีย  เวลานั่งหน้าบ้านทำให้คิดถึงบ้านริมน้ำ ก็ดีเหมือนกันได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง เช้านี้ให้เต้ยมารับ เพราะจะเลยไปเอาเรือที่ สพฐ. เขาบอกว่าให้ให้เพิ่มอีก ๒ ลำ  ตั้งแต่น้ำท่วมยังไม่เคยใช้เส้นทางถนนราชพฤกษ์ จึงให้เต้ยลองขับเข้าเส้นทางนี้  รถไม่มาก ทางจึงโล่งสะดวก  แต่พอจะถึงวงเวียนพระราม ๕ มีน้ำขังแต่ไม่ลึกมาก  อุปสรรคสำคัญคือหลุมบ่อที่มองไม่เห็น  หากเป็นรถเก๋งจะเสียหายได้   เลยวงเวียนไปก็มีน้ำประมาณ ๑๐๐ เมตร  จากนั้นสะดวกโยธินจนถึงถนนบรมราชชนนี  ขึ้นทางยกระดับไปลงพระราม ๘ นับว่าสะดวก  เรือที่เขาจัดสรรให้ พับใส่กล่องกระดาษ บริจาคโดยห้างบุญถาวร  เป็นเรือยางมีอุปกรณ์เป่าลมและไม่พายเบ็ดเสร็จ  ขากลับใช้ทางด่วนมาลงบางพูน  ข้ามสะพานปทุมธานี มีน้ำในฝั่งตะวันตก  ฝั่งตะวันออกแห้งตลอดสาย  โรงครัวเขาทำราดหน้าให้ทานมื้อเที่ยงเพราะเสบียงร่อยหรอ  บ่ายขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓  ท่านรองฯ ครรชิต  หิรัณยหาด มาเยี่ยม เพราะตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ยังไม่ได้พบปะกัน  บ้านท่านที่ซอยเรวดีน้ำไม่ท่วมนับว่าโชคดีมาก เย็นเดินทางกลับด้วยรถคันเดิม เต้ยขับไปส่งพร้อม ท่านรองฯ ครรชิต  รถติดมากตั้งแตกแยกบางพลู กว่าจะถึงหน้าหมู่บ้านใช้เวลาร่วมชั่วโมง

วันอังคารที่  ๒๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔  เช้าขับรถไปเอง น้ำลดลงบ้างแต่หน้าหมู่บ้านยังท่วมบันได  ไปขึ้นทางด่วนที่งามวงศ์วาน จ่ายค่าผ่านทาง ๑๕ บาท ไปลงบางพูนเขายังงดเก็บเงินที่ด่านนี้ เพราะยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ   เดินทางไปวิทยาลัยเทคนิคธัญบุรี ใช้เส้นทางเชียงรากผ่านด้านข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับน้ำที่ท่วมขังลดลง มีเพียงประมาณ ๕๐ เมตร ที่น้ำลึกครึ่งล้อรถวีโก้ ผ่านอำเภอคลองหลวง ถนนแห้งสนิท เข้าถนนมอเตอร์เวย์ไปออกสายรังสิต-นครนายก ไม่มีน้ำแล้ว ไปจนถึงคลอง ๑๓ กลับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางเดียวกับสถาบันพลศึกษา แต่เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง จากนั้นมีป้ายบอกทาง จนถึงตึกอำนวยการ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุทธศรี  วงษ์สมาน มาถึงแล้ว เจ้าภาพเลี้ยงข้าวต้มไก่อยู่ในห้องรับรอง  ผมเลยไปสมทบฉลองศรัทธาอีก ๑ ชาม 

ท่าน ส.ส.ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ คุณพรพิมล  ธรรมสาร (ก้อย) มาร่วมพิธีเปิดศูนย์ด้วย  นายจิระวัฒน์  ชวลิต  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคยโสธร ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดยโสธร เป็นผู้กล่าวรายงานว่า ศูนย์แห่งนี้รับผิดชอบอำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือ มีอาชีวศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาจากจังหวัดกาฬสินธุ์อีกจังหวัดหนึ่งมารับผิดชอบในอำเภอหนองเสือ กิจกรรมครอบคลุมทั้งเรื่องถุงยังชีพ  การซ่อมแซมบ้าน รถและอุปกรณ์อื่น ๆ  ฝึกวิชาชีพ  ให้จุลลินทรีย์ป้องกันน้ำเสีย  เขาจะประจำอยู่ในงวดนี้ ๑๐ วัน เป็นการเดินสำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบ นับเป็นพลังสร้างสรรค์บวกน้ำใจสูงส่งของพวกเราชาวเสมาธรรมจักรที่จะช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก  

 

หลังพิธีเปิดเดินทางกลับมาทานอาหารที่สโมสร ผอ.ชุณห์พิมาน  แก้วมีชัย นำอาหารเมืองเหนือ มาให้ทานกัน เพราะครอบครัวอพยพหนีน้ำไปอยู่เชียงใหม่หลายวัน  บ่าย คุณนิเทศ บัวตูม ผอ.สกสค.กรุงเทพมหานคร  นำถุงยังชีพมามอบให้ ๑๐๐ ชุด

 และ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดลพบุรี นำอิฐบล็อก ๕๐๐ ก้อนและปูนซีเมนต์ ๑๐๐ กระสอบ มามอบให้อำเภอเมืองปทุมธานี  จึงให้ไปฝากเก็บไว้ที่โรงเรียนวัดเทียนถวาย  เย็นแวะไปบ้านที่หมู่บ้านซื่อตรง  เมืองปทุมธานี น้ำลดลงมากแล้ว 

 วันพุธที่ ๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔    เช้าแวะเข้าบ้านซื่อตรง ขับรถช้า ๆ เจอหมาตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปใต้ท้องรถ จนรู้สึกว่าล้อไปทับจึงหยุดและถอยกลับ เขาก็นอนร้องส่งเสียงน่าสงสาร ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า เป็นหมาตาบอด เวลาเจอรถจะลังเล สงสัยจะออกจากบ้านมา ได้แต่สงสาร ในที่สุดเขาก็ไปสวรรค์ เป็นความสลดหดหู่ตั้งแต่เช้า กลับสำนักงานเขตนั่งอ่านวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่เขียนย้าย หลายคนตั้งใจทำ บางคนต้องอ่านกันหลายเที่ยวจึงจะมีคะแนน พยายามนึกภาพการทำงานของเขากับที่เขียนมาว่าสอดคล้องสัมพันธ์กันหรือไม่  บ่ายให้เจ้าหน้าที่จัดห้องสโมสรใหม่เพื่อรับแขกหลังจากที่เป็นห้องเอนกประสงค์มานาน ขากลับขึ้นทางด่วนมาลงด่านงามวงศ์วาน แวะร้านขนมหน้าห้างเดอะมอลล์  เพื่อเป็นของฝากคณะจาก สพป.ชุมพร เขต ๑ ในวันพรุ่งนี้   

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔   เข้าสำนักงานแต่เช้า  แม่ครัวเตรียมอาหารคาวหวานไว้คอยต้อนรับแขก  ต้องสั่งเพิ่มปริมาณ เพราะกลัวเขาไม่อิ่มจะเสียชื่อเสียง  ขอแรงเจ้าหน้าที่ให้ลงมาช่วยกันละไม้ละมือ  บางครั้งก็เบื่อเต็มทีกับสังคมเมือง น้ำท่วมยังไม่แห้งสนิท แต่ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในทะเลทราย  ขึ้นไปทำงานที่ชั้น ๓ จนเกือบเที่ยง ลงมาสโมสร ท่าน ผอ.สพป.ชุมพร เขต ๑ คุณวัลลพ สงวนนาม มาถึงเป็นกลุ่มแรก เพราะท่านมาติดต่อราชการที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่เมื่อวาน คณะอีก ๔ คันรถซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ในเขตและผู้บริหารโรงเรียน ออกจากชุมพรเมื่อตี ๔ วันนี้   เพิ่งถึงสะพานพระราม ๙ ที่ร้ายกว่านั้น เข้าทางผิดไปลงดอนเมืองโทลเวย์จนต้องย้อนกลับมาใหม่ จึงมาถึงบ่ายโมงกว่า  ทั้งท่าน ผอ.วัลลพ และคณะที่มาวันนี้ ต่างเคยร่วมงานกันมาที่ชุมพรในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด และ ผอ.สพท.ชุมพร เขต ๑ 

วันนี้เขานำของกินมาให้เป็นการส่วนตัวหลายอย่าง สำหรับส่วนรวมมีเงินสด ๑ แสน ๒ หมื่นบาท ที่รวบรวมกันมาเพื่อมาช่วยผมและคณะซึ่งประสบภัยน้ำท่วม ต้องขอบคุณอย่างจริงใจที่ยังคิดถึงในยามยาก  อยู่กันไม่นานเขาก็เดินทางกลับ เพราะกำลังยุ่งกับการเตรียมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ซึ่งชุมพรเป็นเจ้าภาพต้นเดือนธันวาคมนี้  กลับบ้านพักที่เมืองนนท์น้ำในหมู่บ้านลดลงมาแล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าเหตุการณ์คงเป็นปกติ

วันศุกร์ที่ ๒๕  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔   เช้าประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารโรงเรียน พยายามจะใช้อำนาจหน้าที่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาตัวบุคคลให้เหมาะกับหน่วยงาน  แต่ก็ไปไม่ค่อยได้  เพราะระบบที่เราวางไว้เป็นการนำเสนอเอกสารหลักฐาน จึงต้องถือเอาสิ่งที่เขาเขียนมาส่งมาเป็นหลัก  ผลสำเร็จหรือความล้มเหลวเป็นอนาคตที่ต้องคอยแก้ปัญหากันไป หน้าที่ผู้บังคับบัญชาปัจจุบัน คือ คอยลงชื่อในคำสั่งตามที่เขาว่ากันมา

 เที่ยงทานข้าวที่ห้องทำงาน บ่ายนั่งทำงานแฟ้มเอกสาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในมาเชิญไปงานศพคุณพ่อของเขาที่กำแพงแสน โดยธรรมเนียม เขตต้องเป็นเจ้าภาพ ๑ คืน เจ้าหน้าที่เขาทำหนังสือเวียนเพื่อรวบรวมเงินช่วย ที่ผ่านมาได้แต่เงินกองกลาง ๓๐๐๐ บาทและเงินสมทบจากไม่กี่คนอีกเล็กน้อย  นอกนั้นเขาจะใส่ซองไปช่วยเป็นการส่วนตัว   ผมวางกติกาใหม่ ต้องมาลงขันกัน หรือไม่ก็เลิกเป็นเจ้าภาพ เพราะได้เงินไปเล็กน้อยไม่สมศักดิ์ศรี  เขาก็เลือกลงขันกัน แต่จำนวนต้องรอดูผลในงวดนี้ เย็นไปเดินปล่อยอารมณ์ที่ห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน กับหนังสือแปลกำลังภายในของ น. นพรัตน์  * ชอลิ้วเฮียง (จีน: 楚留香; Chu Liu Xiang) ขุนโจรทิ้งกลิ่นหอม ผู้ที่ไม่มีสิ่งใดที่เขาปรารถนาจะขโมยแล้วขโมยไม่ได้ กำลังภายในสูงส่ง วิชาตัวเบาลึกล้ำ ไม่ทราบสังกัดสำนักอาจารย์ ไม่ใช้อาวุธคู่กายใด ๆ มีเพียง หนึ่งสมอง สองมือ และ ดรรชนีปาฏิหาริย์ เท่านั้น รูปพรรณสัณฐาน และ อายุ ไม่ระบุชัด แต่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ชอบจับจมูกของตนเอง เวลาคิดเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากเป็นโรคทางจมูก(ไซนัส)จึงทำให้ชอลิ้วเฮียงฝึกวิชาที่สามารถหายใจ ผ่านผิวหนังได้ ขุนโจรแซ่ชอ อาศัยอยู่บนเรือสำราญ กับหญิงสาวสะคราญโฉมคู่ใจ 3 นางที่มีความเป็นมาลึกลับไม่ต่างกับเขา * โซวย่งย้ง ผู้ชำนาญการแปลงโฉม อ่อนหวาน เยือกเย็น แต่มีความลับซ่อนอยู่ในใจ * ซ่งเตี๊ยบยี้ น่ารัก ทำอาหารเก่ง และอายุน้อยที่สุดบนเรือสำราญ * ลี้อั๊งซิ่ว ผู้รอบรู้เรื่องราวในยุทธจักรกระจ่างดุจเส้นบนฝ่ามือ เพื่อนสนิทที่สุด  เติบโตมาด้วยกันแต่เยาว์วัย คือ โอ๊วทิฮวย แมวเมามาย ศัตรูสำคัญของเขา มีทั้ง หลวงจีนบ้อฮวย (ไร้บุปผา) เจี๊ยะกวนอิม (กวนอิมศิลา) เจ้าแม่วังน้ำทิพย์ ฯลฯ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบ ทำให้เขารอดพ้นภัยอันตรายมาได้ทุกครั้ง   ชอลิ้วเฮียง (จีน: 楚留香系列; Chu Liu Xiang Xi Lie) เป็นนิยายที่โด่งดังมากชุดหนึ่งของโกวเล้ง  เขียนขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึงปี พ.ศ. 2522 และถือเป็นหนึ่งในนิยายที่โกวเล้งเขียนนานที่สุด ชุด ชอลิ้วเฮียงประกอบด้วยตอนย่อย 8 ตอน โดย น.นพรัตน์ได้แปล แบ่งเป็นตอนเช่นเดียวกับโกวเล้ง ได้แก่ * ศึกวังค้างคาว * พายุทะเลทราย * กลิ่นหอมกลางธารเลือด * ยืมศพคืนวิญญาณ * กล้วยไม้เที่ยงคืน * ตำนานกระบี่หยก *  ดวงชะตาดอกท้อ * ศึกวังน้ำทิพย์ ฉบับของ ว. ณ เมืองลุง แบ่งไว้ดังนี้ * จอมโจรจอมใจ เทียบกับ น.นพรัตน์ จะประกอบด้วยตอนพายุทะเลทราย และ ตอนกลิ่นหอมกลางธารเลือด *ใต้เงามัจจุราช เทียบกับ น.นพรัตน์ คือ ตอนยืมศพคืนวิญญาณ * ตอน ชอลิ้วเฮียง เทียบกับ น.นพรัตน์ คือ ตอนตำนานกระบี่หยก * ราศีดอกท้อ เทียบกับ น.นพรัตน์ คือ ตอนดวงชะตาดอกท้อ    

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑